นิตยสารสหรัฐฯ ยกเชียงใหม่เป็นเมืองน่าเที่ยวอันดับ 2 ของโลก

นิตยสารสหรัฐฯ จัดอันดับให้เป็นเมืองน่าเที่ยวมากที่สุดอันดับ 2 ของโลก รองจากเมืองชาร์ลสตัน ในสหรัฐฯ ขณะที่กรุงเทพฯ ติดอันดับ 14 ตามหลังเมืองเสียมราฐ ของกัมพูชา ในอันดับ 13

เว็บไซต์ของนิตยสาร Travel and Leisure (ทราเวล แอนด์ เลซเซอร์) ของสหรัฐฯ ประกาศผลการจัดอันดับเมืองน่าท่องเที่ยวมากที่สุดในโลก 20 อันดับแรก ประจำปี 2559 จากการสอบถามกลุ่มผู้อ่านนิตยสาร และนักท่องเที่ยวทั่วโลก พบว่า

เชียงใหม่, ข่าวจังหวัดเชียงใหม่

จังหวัดเชียงใหม่ของไทย ได้รับเลือกให้เป็นเมืองน่าท่องเที่ยวมากที่สุดอันดับ 2 ของโลก รองจากเมืองชาร์ลสตัน รัฐเซาท์ แคโรไลนา ในสหรัฐฯ ที่ได้คะแนนมากสุดเป็นอันดับ 1 ซึ่งสาเหตุที่นักท่องเที่ยวเทใจให้เชียงติดอันดับเป็นเมืองท่องเที่ยวในครั้งนี้นั้น เป็นเพราะเชียงใหม่เป็นเมืองที่รักษาวัฒนธรรมประเพณีที่งดงาม เงียบสงบ แม้จะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากก็ตาม

ขณะเดียวกันกรุงเทพฯ เมืองหลวงของไทยก็ถูกจัดอันดับให้ติด 20 อันดับเมืองน่าเที่ยวจากนิตยสารดังกล่าวของโลกเช่นกัน โดยอยู่ที่อันดับ 14 ตามหลังเมืองเสียมราฐ ของกัมพูชา ซึ่งอยู่อันดับ 13

ภาพจาก m.chiangmaiairportthai.com

คนแห่ให้กำลังใจ สีดา พัวพิมล หลังชีวิตพลิกเป็นเด็กเสิร์ฟร้านอาหาร

แม่สีดา คุณแม่ของ อ๊อฟ อภิชาติ พัวพิมล อดีตดารารุ่นใหญ่ เปิดใจหลังชีวิตพลิกผันหันไปทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟร้านอาหารอีสาน พร้อมเผยปัญหาสุขภาพ ตาเป็นต้อ ขณะที่คนในโลกออนไลน์แห่ให้กำลังใจในการสู้ชีวิต

วันนี้ (8 ก.ค. 59) ในโลกออนไลน์ได้มีการส่งต่อเรื่องราวชีวิตของอดีตดารารุ่นใหญ่ สีดา พัวพิมล คุณแม่ของนักแสดงหนุ่ม อ๊อฟ อภิชาติ  ที่ล่วงลับ ซึ่งขณะนี้ชีวิตได้พลิกผันต้องไปทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟในร้านอาหารอีสานเพื่อหาเงินเลี้ยงชีพ หลังจากเธอถูกข้อครหาว่าติดยา ติดการพนัน มีหนี้สินรุงรัง จนไม่มีคนกล้าจ้างให้ร่วมงาน

สีดา พัวพิมล, อ๊อฟ อภิชาติ พัวพิมล

โดยแม่สีดา พัวพิมล ได้เปิดเผยเรื่องราวชีวิตผ่านรายการ Hot News ทางช่อง 8 ว่า  ตอนนี้มัปัญหาสุขภาพเรื่องตาเป็นต้ออยู่ ซึ่งก็มีความกังวลอยู่เหมือนกันว่าอาจจะมองไม่เห็นเพราะยังไม่มีเงินไปผ่า ซึ่งเงินที่ได้มาก็จะเอาไปใช้หนี้ก่อน ทั้งนี้เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าถ้าตาบอดจะใช้ชีวิตอย่างไร แม่สีดาเงียบไปสักพัก และมีน้ำตาคลอเบ้า พร้อมกับบอกว่า ตนยังไม่คิดถึงตอนนั้น

ทั้งนี้เมื่อเรื่องราวของแม่สีดาได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นเป็นแรงใจให้เธอฝ่าฟันอุปสรรคในชีวิครั้งนี้ต่อไปให้ได้ พร้อมกับยกย่องให้เธอเป็นแบบอย่างในการต่อสู้ชีวิต ที่ไม่งอมืองอเท้า รู้จักทำงานหาเงิน ไม่รอมัวการช่วยเหลือของผู้อื่น ขณะเดียวกันก็อยากให้ผู้จัดละครว่าจ้างให้เธอกลับเข้าทำงานวงการบันเทิงอีกครั้ง เพื่อเป็นการช่วยเหลืออดีตนักแสดงอีกทางหนึ่ง

สีดา พัวพิมล, อ๊อฟ อภิชาติ พัวพิมล

เคล็ดวิธีควรรู้ ป้องกันตัว นาทีถูกคุกคาม-ข่มขืน

ข่าวคราวการ ฆ่า ข่มขืน มีให้เราเห็นอยู่บ่อยครั้ง แม้จะเป็นเรื่องราวที่ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่ดูเหมือนว่าปัญหาดังกล่าวยังคงไม่หมดไป เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดเป็นคดีสะเทือนขวัญขึ้น เมื่อครูอิ๋ว ครูสาวอนาตคตไกลวัยเพียง 27 ปี ถูกคนงานหนุ่มข้างห้องบุกฆ่าข่มขืน เสียชีวิตภายในห้องพัก สภาพศพกึ่งเปลือย ถูกมีดปาดคอเกือบขาด  (อ่านข่าว >>> หนุ่มฆ่าปาดคอ รับแอบชอบครูสาว ตั้งใจข่มขืน แต่เหยื่อสู้จึงลงมือ ! ) เรียกได้ว่าคดีดังกล่าวเป็นที่จับตามองและผู้คนต่างให้ความสนใจเป็นอย่างมาก

เหตุการณ์ร้าย ๆ ที่เกิดกับครูอิ๋วผ่านไปเพียงไม่นาน ล่าสุดวันนี้ (8 ก.ค.) เกิดเหตุสะเทือนขวัญขึ้นอีกครั้ง เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุว่า พบศพหญิงสาว อายุประมาณ 18-23 ปี สภาพเปลือยถูกฆ่าปาดคอ จุดเกิดเหตุอยู่ที่ ซ.สะแกงาม 26 ย่านแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม. สภาพศพถูกปาดคอเป็นแผลฉกรรจ์ ท้องถูกแทงอีก 2 แผล รวมถึงมีร่องรอยถูกข่มขืน (อ่านข่าว>>> อีกแล้ว! พบศพหญิงสาวถูกฆ่าข่มขืนย่านบางขุนเทียน )

Passionate woman gapping bed linen

หลังเกิดเหตุการณ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า มักจะมีผู้คนออกมาเรียกร้องให้ ‘คดีฆ่าข่มขืน’ เป็น ข่มขืน = ประหาร ซึ่งมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

ทางด้าน พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ออกมาพูดถึงกรณีที่มีคนออกมาเรียกร้องเพิ่มโทษ “ประหารชีวิต” คดีข่มขืน ด้วยว่า  “ให้กลับไปดูทั่วโลกว่าเขาว่าอย่างไรอย่าไปคิดเอาเอง วันนี้อย่าลืมว่าเราอยู่กับกฎหมายโลก กฎหมายระหว่างประเทศ สิทธิมนุษยชน ทั่วโลกยกเลิกการประหารชีวิตกี่ประเทศแล้ว ของเราประหาร 3 ครั้งก็ยังแก้ไขอะไรไม่ได้เลย ที่ผ่านมาก็ใช้ในทุกมาตราแล้ว ทั้งกฎหมายปกติ และมาตรา 44 ซึ่งไม่มีอะไรแรงไปกล่าวนี้ ก็ยังไม่กลัวกันเลย ถ้าให้มีการประหารชีวิตก็คงต้องประหารสัก 3 ชาติ ถึงจะกลัว อย่ามาใช้กฎหมายจนเสพติด อย่าไปเสพติดกฎหมายจนไปสู่อำนาจ ไปสู่ผลประโยชน์ อย่าไปเสพติดแบบนั้น ขอให้ใช้ในเชิงสร้างสรรค์ ดีกว่า สังคมก็ต้องช่วยกันกดดัน นักข่าวก็ต้องช่วยกันประณาม สื่อต้องช่วยผมในการกดดัน คนที่ทำความผิดเหล่านี้ให้มันสงบ อย่าปล่อยให้มีปากมีเสียงอยู่ได้” 

ขณะที่ นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ยังได้ออกมาแสดงความคิดโดยระบุ ว่า ข่มขืน = ประหาร เท่ากับเป็นการส่งเสริมให้ การข่มขืนทุกรายต้องฆ่าปิดปากให้หมดหรือไม่ ? เพราะต้องการปกปิดการกระทำความผิด 

(อ่านข่าว >>> รองปลัดฯ ยุติธรรม แนะคิดดี ๆ ข่มขืน = ประหาร อาจส่งเสริมการฆ่าปิดปาก ! )

6

สำหรับประเทศไทยนั้นได้กำหนดอัตราโทษ อ้างอิงประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 “ผู้ใดข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้ผู้อื่นนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สี่ปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่แปดพันบาทถึงสี่หมื่นบาท…”

ซึ่งมาตรา 289 ระบุว่า ผู้ใด (7) ฆ่าผู้อื่นเพื่อจะเอา หรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแต่การที่ตนได้กระทำความผิดอื่น เพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน หรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้ ต้องระวางโทษประหารชีวิต

ขณะที่มาตรา 91 เมื่อปรากฏว่าผู้ใดได้กระทำการอันเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ศาลลงโทษผู้นั้นทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป แต่ไม่ว่าจะมี การเพิ่มโทษ ลดโทษ หรือลดมาตราส่วนโทษด้วยหรือไม่ก็ตาม เมื่อรวมโทษ ทุกกระทงแล้ว โทษจำคุกทั้งสิ้นต้องไม่เกินกำหนดดังต่อไปนี้

(1) สิบปี สำหรับกรณีความผิดกระทงที่หนักที่สุดมีอัตราโทษจำคุก อย่างสูงไม่เกินสามปี

(2) ยี่สิบปี สำหรับกรณีความผิดกระทงที่หนักที่สุดมีอัตราโทษจำคุก อย่างสูงเกินสามปีแต่ไม่เกินสิบปี

(3) ห้าสิบปี สำหรับกรณีความผิดกระทงที่หนักที่สุดมีอัตราโทษจำคุก อย่างสูงเกินสิบปีขึ้นไป เว้นแต่กรณีที่ศาลลงโทษจำคุกตลอดชีวิต[มาตรา 91 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวล กฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526]

ในส่วนของข้อกฎหมายและทางแก้ไขปัญหาที่หลาย ๆ คนออกมาเรียกร้องบางสิ่งมิอาจทำได้ในเร็ววัน และจากข่าวที่สื่อต่าง ๆ พากันนำเสนอ อาจทำให้ผู้คนหวาดกลัว วันนี้ทาง MThai มีข้อมูลเกี่ยวกับการวิธี ป้องกันการโดนข่มขืนของจีน หากพบเจอกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดมาฝากกัน …

Abused young woman

1. แกล้งทำเป็นคุยโทรศัพท์มือถือ หากโดยสารอยู่บนรถแท็กซี่ให้แกล้งระบุทะเบียนรถไปด้วย เช่น “ที่รักคะ ฉันกำลังนั่งรถแท็กซี่ไปหาแล้วนะ มารอได้เลย สังเกตรถคันที่มีทะเบียน…”

2. พกสเปรย์พริกไทย นอกจากที่สาวๆ จะพกเครื่องสำอาง สิ่งของจำเป็นในชีวิตประจำวันในกระเป๋ามากมายแล้ว อีกสิ่งนึงที่ควรจะพกไว้ด้วย ก็คือ สเปรย์พริกไทยเนี่ยแหละค่ะ อย่าเกี่ยงว่ามันไม่จำเป็นเลยนะคะ

girlwomen-001

3. ขว้างกระเป๋าหรือของมีค่า เพื่อล่อคนร้ายไปทางอื่น ก่อนจะวิ่งหนี ออกแรงขว้างไปไกลๆ ตัวเลยนะคะ เพื่อมีจังหวะให้เราได้หนีไปให้พ้น

4. แกล้งเนียนคุยโทรศัพท์มือถือ แต่ให้แอบถ่ายคนที่น่าสงสัยไว้ ข้อนี้น่าสนใจค่ะ และเชื่อว่าทกคนทำได้ จากการที่สาวๆ สมัยนี้ชอบอัดคลิปลง Socialcam กันบ่อยๆ เมื่อเจอเหตุการณ์แบบนี้ก็อย่าพลาดงัดออกมาใช้กันนะคะ

5. ใช้ฟันให้เป็นประโยชน์ ถ้าคนร้ายเข้ามากระชั้นชิดล็อกแขนเราไว้ และเอามือมาปิดปากเราไม่ให้ส่งเสียงละก็ ให้อ้าปากใช้ฟันกันมือไปเลยค่ะ (แต่ไม่ต้อง ให้เหลือเป็นกระดูกอย่างในภาพก็ได้นะคะ)

6. ตัดเล็บให้คมอยู่เสมอ เหมาะกับสาวที่ชอบไว้เล็บยาวๆ แต่ยังไงก็ระวังไปโดนหน้าโดนตาเพื่อนฝูงกันเองด้วยนะคะ

7. ล้วงคออาเจียน ปัสสาวะหรืออุจจาระให้เรี่ยราดไปเลย ข้อนี้อาจจะดูน่าเกลียดไปหน่อย แต่เพราะความน่าเกลียดเนี่ยแหละค่ะ ที่ทำให้คนร้ายต้องเพ่น รับไม่ได้

8. ทิ้งมีดพก หันมาพกปากกาไว้อย่างน้อยหนึ่งด้าม นี่ก็เป็นอีกสิ่งนึงที่สาวๆ ควรมีไว้ สามารถใช้โจมตีเข้าไปยังส่วนสำคัญได้ แถมรอดพ้นจากจุดตรวจรักษาความปลอดภัยอีกด้วย

(อ่านข่าวเพิ่มเติม >>> 13 วิธี ป้องกันตัว ของคุณผู้หญิง)

MThai News

ขอบคุณข้อมูลจาก teen.mthai.com ,Rocketnews24, Postoday, wegointer