ผลชันสูตรครูอิ๋ว ไม่พบร่องรอยการข่มขืน ตั้งข้อหาหนักฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา

เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งโต๊ะแถลงข่าวผลการชันสูตรศพครูอิ๋ว ยันไม่พบร่องรอยข่มขืน เล็งตั้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาให้มาตรกรก่อเหตุ

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (8 ก.ค. 59)  พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ รองผบช.ภ.1 พล.ต.ต.อำนาจ จันทร์เจริญ ผบก.สส.ภ.1 พล.ต.ต.ธิติ แสงสว่าง ผบก.ภ.จว.สระบุรี พล.ต.ต.นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผบก.สถาบันนิติเวชวิทยา พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข ผบก.กองพิสูจน์หลักฐานกลาง ร่วมแถลงความคืบหน้าคดีนายชาตรี ร่วมสูงเนิน ผู้ต้องหาก่อเหตุฆาตกรรม น.ส.จุฬารัตน์ โทวรรณา หรือครูอิ๋ว จนเสียชีวิต ที่บ้านเช่า ถนนสุดบรรทัด ซ.8 ต.แก่งคอย อ.แก่งคอย จ.สระบุรี เมื่อวันที่ 2 ก.ค. ที่ผ่านมา

ครูอิ๋ว, ฆ่าข่มขืน,

โดยพล.ต.ท.ชัยวัฒน์ กล่าวว่า ขณะนี้เรามีพยานทั้งสิ้น 24 ปาก สอบสวนไปแล้ว 18 ปาก เบื้องต้น แจ้งข้อกล่าวหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ส่วนบทเพิ่มโทษทางกฎหมายข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยมีโทษสูงสุดคือประหารชีวิต ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน และรวบรวมหลักฐานว่าเจตนาของคนร้ายไปในแนวทางใดในกฎหมาย

ขณะที่ พล.ต.ต.นพ.พรชัย กล่าวว่า ผลพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์พบว่า อวัยวะเพศภายนอกของผู้ตายไม่มีร่องรอยบาดเจ็บและบาดแผล รวมทั้งไม่พบอสุจิอยู่ในร่างกายและช่องคลอดผู้ตายแต่อย่างใด ส่วนที่คอมีรอยถูกปาด 4 แผล ตัดเส้นเลือดขาดเป็นแผลฉกรรจ์ ส่วนบริเวณมือมีบาดแผลที่เกิดจากของมีคมในระหว่างต่อสู้ และมีบาดแผลตามร่างกายอีกหลายแห่ง

พล.ต.ต.ธวัชชัย กล่าวว่า พนักงานสอบสวนได้รวบรวมหลักฐานจากทั้งบริเวณที่เกิดเหตุ และบ้านของผู้ต้องหา พบว่าดีเอ็นเอของผู้ต้องหาสัมพันธ์กับผู้ตาย และในห้องพักผู้ต้องหายังพบคราบเลือดของผู้ตายติดอยู่ด้วย ซึ่งสอดคล้องกับคำรับสารภาพ จึงได้ข้อสรุปว่าคนร้ายเป็นผู้กระทำผิดจริง โดยมีจุดประสงค์คือต้องการล่วงละเมิดทางเพศ และปล้นทรัพย์ของผู้ตาย

ด้าน พล.ต.ต.ธิติ กล่าวว่า จากการรวบรวมหลักฐาน และพยานบุคคลบ่งชี้ว่าผู้ต้องหาพยายามข่มขืน และชิงทรัพย์ผู้เสียชีวิต ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ยังต้องดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อหาข้อสรุป ในการแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และไตร่ตรองไว้ก่อน เพิ่มเติมจากข้อหาเดิม ซึ่งมีอัตราโทษสูงสุดคือประหารชีวิต และจะเร่งรัดดำเนินคดีให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

ข้อมูลข่าว/ภาพ จาก ข่าวสด

นายกฯ ย้ำรัฐไม่ได้ชี้นำประชามติ วอนอย่าหลงเชื่อคำบิดเบือน

นายกรัฐมนตรี ยันตั้งศูนย์ดูแลความสงบเรียบร้อยประชามติ ไม่ชี้นำรัฐธรรมนูญ ขออย่าหลงเชื่อคำบิดเบือน แจงใช้คำสั่ง คสช. จัดระเบียบสังคม เพื่อความรวดเร็วมากขึ้น ชี้ปรับผังช่อง 11 ก็เพื่อเป็นช่องทางให้ประชาชนเข้าถึงง่ายขึ้น

วันนี้ (8 ก.ค. 59) ในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีการพูดการทำงานของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา ว่า รัฐบาลบาลได้ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอินเตอร์เน็ตทุกหมู่บ้าน จากแหล่งข้อมูลทางวิชาการทั่วโลก เพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้มากขึ้น ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ซึ่งการสร้างความรู้ดังกล่าวประชาชนต้องพยายามหาความรู้ด้วยตนเอง เพื่อที่จะได้ระเบิดจากข้างใน ไม่ต้องให้ใครมาป้อนความรู้แบบเด็กๆ เหมือนที่ผ่านมา

รายการคืนความสุข, ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ประชามติ

ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี ยังได้กล่าวถึง การตั้งศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อย ว่า เป็นการตั้งขึ้นมาเพื่อดูแลในการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญให้เป็นไปอย่างเรียบร้อย มีความปลอดภัย ไม่ใช่การลงไปชี้นำในการลงคะแนนเสียงประชามติ  โดยมีการทำงานเป็นลักษณะบูรณาการจาก 3 ฝ่าย คือ รัฐบาล หรือกระทรวงมหาดไทย คสช. และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไปในเชิงป้องกันหน่วยงานต่างๆ บังคับใช้กฎหมายได้ และปฏิบัติตามหน้าที่อย่างเคร่งครัดและสุจริต
ทั้งนี้ขอประชาชนอย่าหลงเชื่อคำบิดเบือน และขอให้ทุกภาคส่วน ร่วมกันเป็นหูเป็นตา แจ้งเบาะแส เพื่อเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศ

ส่วนการบังคับใช้กฎหมายในการจัดระเบียบสังคมและบ้านเมืองโดยใช้คำสั่ง คสช. นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ก็เพื่อให้เกิดความรวดเร็วขึ้น จึงขอให้เจ้าหน้าที่รัฐอธิบาย ทำความเข้าใจกับประชาชนถึงเหตุผลและความจำเป็นที่ต้องเข้าไปจัดระเบียบสังคมเพื่อประโยชน์ในระยะยาวด้วย  และอยากให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันด้วยความเข้าใจ ปลูกฝังคนไทยให้พูดจาด้วยเหตุด้วยผล และช่วยกันดูแลเฝ้าระวังให้เกิดการทุจริต หากพบอีกจะถูกลงโทษสถานหนัก

“ผมไม่อยากให้เกิดภาพความไม่สงบเรียบร้อยเกิดขึ้นอีกเหมือนอย่างการเลือกตั้งในอดีต จนการเลือกตั้งเป็นโมฆะ ประชาชนบาดเจ็บล้มตาย สิ้นเปลื้องงบประมาณ เจ้าหน้าที่ถูกลงโทษ แล้วใครจะรับผิดชอบบ้าง วันนี้ผมก็ต้องรับผิดชอบทุกอย่าง เราละเว้นอะไรไม่ได้เลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อการเดินหน้าและปฏิรูปประเทศตามโรดแมป ถ้ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้นจริง ก็ต้องดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม

อย่าไปหลงเชื่อคำบิดเบือน ผมไม่บังคับใครอยู่แล้ว เพียงแต่เราขอให้ทุกคนอยู่ในความสงบ ขอให้ทุกภาคส่วนร่วมกันเป็นหูเป็นตา แจ้งเบาะแส เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศ ป้องกัน ระงับ ยับยั้งเหตุที่จะนำไปสู่การไม่สงบเรียบร้อย รวมทั้งปัญหาที่อาจจะเกิดจากการชุมนุมสาธารณะ ที่บานปลายไร้การควบคุม เคยเกิดขึ้นมาในอดีตมากมายเรื่องเหล่านี้อย่าให้มันเกิดขึ้นอีก ผมก็ไม่ต้องไปเดือดร้อนในการบังคับใช้กฎหมาย ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวถึงการปรับผังของสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (เอ็นบีที) ว่า ก็เพื่อให้ผู้ผลิตทำรายการดีๆ มานำเสนอพี่น้องประชาชน แต่ใครจะดูหรือไม่ก็ไม่ได้บังคับ แต่ช่วงไหนที่สำคัญก็ให้กลับมาดู และในวันที่ 11 ก.ค.นี้ จะเป็นวัน ครบรอบ 28 ปี เอ็นบีที มีหลายรายการใหม่ ที่น่าสนใจ เช่น

รายการขันเป็นข่าวของโฆษกรัฐบาล ซึ่งจะเปิดตัววันแรกในวันที่ 10 ก.ค. เวลา 21.00 น.จะเป็นรายการที่ให้โฆษกรัฐบาลลงไปพบปะพี่น้องประชาชนตามถนนหนทาง ร้านค้าตรอกซอกซอย มีคำถามอะไรฝากถามรัฐบาล มีอะไรอยากรู้ก็ถามโฆษก ซึ่งจะตอบทุกเรื่องที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน เรื่องไม่เป็นเรื่องไม่เป็นประโยชน์ก็ไม่ต้องตอบ

แต่ถ้าเราปรับรายการไปแล้วไม่มีคนดูมันก็เหมือนเดิม ไม่ว่ารัฐบาลจะทำอะไรก็ตามท่านก็ไม่รู้ไม่ทราบ แล้วก็บอกว่าไม่ได้ทำอะไร ไม่มีช่องทางเข้าหา กองทุนอะไรต่างๆ มันมีหมดอยู่แล้ว ใครเข้ามาเขาก็ได้ ใครปรับปรุงเปลี่ยนแปลง เขาก็ได้ เว้นแต่ว่าคนไม่สนใจเอง ซึ่งตนไม่โทษท่าน ที่ผ่านมาก็เป็นอย่างนี้มาตลอด วันนี้ตน ค่อยๆ พูดค่อยๆ แก้ไปแล้วกัน แต่อยากให้มันแก้เร็วขึ้น ประชาชนต้องสนใจ จะได้เป็นประโยชน์กับตนเอง ครอบครัว มีอาชีพมีรายได้เพิ่มเติมมากขึ้น ทั้งในปัจจุบันและในอนาคตด้วย

อย่างไรก็ดีในช่วงบ่ายของวันนี้ นายกรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนช่วงหนึ่งหลังถูกถามว่าในฐานะที่เป็นทั้งนายกฯ และหัวหน้าคสช. คิดว่า กกต.จะรับมือกับวิชามารในการขวางประชามติได้หรือไม่ โดยนายกฯ กล่าวว่า ตอบไม่ได้เพราะไม่ใช่มาร เพราะว่าวิชามาร มารเป็นคนทำต้องไปถามมาร และตนต้องคิดหวังกับเจ้าหน้าที่ว่าการลงคะแนนประชามติต้องทำสำเร็จ ถ้าไม่หวังกับเจ้าหน้าที่รัฐแล้วจะหวังกับใครได้ และตนก็มีหน้าที่ให้กำลังใจทำหน้าที่ตามกฎหมาย

“เดี๋ยวติดคุกกันเยอะอยู่แล้ว ไม่ต้องกลัวหรอก แทบไม่ต้องสั่งเลย เปิดโอกาสให้เขามาสอบสวนทุกเรื่องมันก็จบหลายคดี แล้ววันหน้าก็หาว่าผมรังแกอีก” นายกฯ กล่าว

ระทึก!! เครื่องบินเล็กประตูหลุด ขณะขึ้นบินที่แม่สอด โชคดีไร้เจ็บ

เกิดเหตุเครื่องบินเล็กประตูหลุด ขณะบินขึ้นจากสนามบินแม่สอด ปลายทางสนามบินดอนเมือง ไร้เจ็บ-ตาย

ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยว่า มีประตูเครื่องบินตกจากฟ้าลงมากลางป่าหน้าวัดพระธาตุดอยหัวฝาย ตำบลพระธาตุผาแดง อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบกับ พระอาจารย์รูปหนึ่ง บอกว่า มีคนตัดหญ้าชาวพม่า ที่กำลังทำงานอยู่หน้าวัด ได้ยินเสียงหล่นดังโครมใหญ่ จึงเดินไปดูพบว่าเป็นวัตถุคล้ายประตูเครื่องบิน จึงแบกมาไว้ในวัด ซึ่งต่อมามีทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 ได้เข้ามาตรวจสอบ และขอกับ หลวงพ่อขจร กาญจโน เจ้าอาวาส นำไปเก็บรักษาที่หน่วย

เครื่องบิน, สนามบินแม่สอด, ข่าวจังหวัดแม่ฮ่องสอน

ต่อมาผู้สื่อข่าวไปตรวจสอบที่สนามบินแม่สอด พบว่ามีเครื่องบินเล็กลำหนึ่งจอดอยู่โดยไม่มีประตู ใช้ผ้าพลาสติกคลุม เป็นเครื่องบินพลเรือนหมายเลขHS-ITD แบบ B 350 ของบริษัท Thai Flying Services โดยประตูดังกล่าวหลุดจากตัวเครื่องขณะบินขึ้นจากท่าอากาศยานแม่สอด ปลายทางสนามบินดอนเมือง

เครื่องบิน, สนามบินแม่สอด, ข่าวจังหวัดแม่ฮ่องสอน

โดยภายในเครื่องบิน มีนักบินและผู้ช่วยเท่านั้น หลังเกิดเหตุนักบินนำเครื่องกลับไปลงจอดที่สนามบินแม่สอด โดยปลอดภัยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอ จนท.พิสูจน์หลักฐานของกรมการบินพลเรือน มาตรวจสอบต่อไป ซึ่งผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อขอความชัดเจนจากท่าอากาศยานแม่สอด แต่ไม่ได้รับรายละเอียดแต่อย่างใด

ข่าวจาก INN