เกิดเหตุระเบิดโจมตีในอิรัก ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งกว่า 100 ราย

เกิดเหตุระเบิดโจมตีในอิรัก 2 ครั้ง ใจกลางกรุงแบกแดด มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก 

สำนักข่าวเดอะ มิเรอร์ รายงาน เกิดเหตุระเบิดในย่านการค้าของกรุงแบกแดด ประเทศอิรัก ในพื้นที่คาร์ราดา 2 ครั้งของเช้าวันที่ 3 ก.ค. ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น (ช้ากว่าไทย 4 ชั่วโมง) เหตุระเบิดได้โจมตีเหล่าครอบครัวและวัยรุ่นบนท้องถนนที่เพิ่งออกบวช ทั้งนี้ ประชาชนจำนวนมากมุ่งหน้าไปยังย่านการค้าคาร์ราดา ในช่วงวันหยุดรอมฎอน

Iraqis inspect the damage at the site of a suicide car bombing claimed by the Islamic State group on July 3, 2016 in Baghdad's central Karrada district. The blast, which ripped through a street in the Karrada area where many people go to shop ahead of the holiday marking the end of the Muslim fasting month of Ramadan, killed at least 75 people and also wounded more than 130 people, security and medical officials said. The Islamic State group issued a statement claiming the suicide car bombing, saying it was carried out by an Iraqi as part of the group's "ongoing security operations". / AFP PHOTO / SABAH ARAR

โดยเหตุระเบิดครั้งแรก เกิดขึ้นบนถนนที่แออัดในเขตการ์ราดา ใจกลางกรุงแบกแดด เมื่อช่วงดึกของคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ผู้คนออกมาจับจ่ายซื้อของ ส่วนเหตุระเบิดครั้งที่ 2 เกิดขึ้นในช่วงเวลาประมาณเที่ยงคืน ในเขตอัลชาบของชาวชีอะห์ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงแบกแดด คร่าชีวิตประชาชนไปอีก 5 คน และได้รับบาดเจ็บอีก 16 คน

หลังเกิดเหตุ นายไฮเดอร์ อัลอาบาดี นายกรัฐมนตรีอิรัก ได้เดินทางมาดูจุดเกิดเหตุในเขตการ์ราดา ท่ามกลางความไม่พอใจของประชาชน ที่ไม่สามารถดูแลความปลอดภัยให้กับพวกเขาได้ พร้อมปาก้อนหิน และสิ่งของเข้าใส่ขบวนรถ

ซึ่งการโจมตีในเขตการ์ราดา นับว่าเป็นการโจมตีที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดของอิรัก ภายในปีนี้ ด้านกลุ่มไอเอสนิกายซุนนี่ ได้ออกมาอ้างในแถลงการณ์ออนไลน์ว่า เป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุโจมตีครั้งแรก ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 125 ราย บาดเจ็บกว่า  170 ราย

ภาพจาก AFP

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติม  ข่าวสด

MThai News

อุตุฯ เตือน ไทยตอนบนระวังน้ำท่วมฉับพลัน กทม.ยังมีฝนฟ้าคะนอง

กรมอุตุฯ เผย ไทยตอนบนยังมีฝนตกต่อเนื่องระวังน้ำท่วมฉับพลัน กทม.มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่

กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานสภาพอากาศประจำวันที่ 4 กรกฎาคม 2559  ภาคใต้มีฝนน้อย ส่วนบริเวณประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออก ส่วนมากจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน เพชรบูรณ์ จันทบุรี และตราด ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก รวมทั้งปริมาณฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑลยังคงมีฝนตกได้ในระยะนี้

60-6

กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีเมฆมาก และมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

MThai News

ทนายหนุ่ม โพสต์เล่า เจอผู้พิพากษาแนะจำเลยเบี้ยวหนี้ วอนร่วมกัน ‘ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมไทย’

ทนายหนุ่ม โพสต์เล่า เจอผู้พิพากษาแนะจำเลยเบี้ยวหนี้ วอนร่วมกัน ‘ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมไทย’

กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก Tang Warat Sermprasartkul ได้โพสต์เล่าถึงเรื่องที่แย่ที่สุดในชีวิตการเป็นทนาย หลังขึ้นว่าความให้ลูกความ ซึ่งเป็นโจทก์ ฟ้องจำเลยเรื่องเงินที่ถูกยืมไป 79,000 บาท โดยจำเลยต้องการผ่อนเดือนละ 1,000 บาท ให้แต่เงินต้นไม่ให้ดอกเบี้ย แต่สิ่งที่ทำให้เจ้าของโพสต์รู้สึกตกใจและเสียใจคือ คำพูดของศาลที่แนะนำให้จำเลยไม่ต้องใช้เงินคืนโจทก์ กลับบ้านไปนอนตีพุงได้เลย จึงอยากวอนให้ช่วยกันแชร์เพื่อให้ทุกคนได้รับรู้ และ ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมไทย

1

โดยมีรายละเอียดดังนี้

** หากใครอยากเห็นการเปลื่ยนแปลงของสถาบันยุติธรรม รบกวนแชร์ให้ทุกคนรับรู้ด้วยครับ

** ท่านที่บอกให้ผมระวังเรื่องหมิ่นศาล ก่อนที่ผมจะมาโพสต์ ผมคงต้องไตร่ตรองมาอย่างดีแล้วเรื่องข้อกฎหมายต่าง ๆ รวมถึงเรื่องหมิ่นศาลด้วย ผมได้ปรึกษาขอข้อมูลจาก ท่านรองคณบดีคณะนิติศาสตร์จุฬาฯ , ท่านผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาลอุทธรณ์-ฎีกา รวมถึงผู้ทรงคุณวุฒิอีกหลายท่านที่ให้คำปรึกษาผม ทุกท่านยืนยันว่า ข้อความของผมไม่เข้าข่ายหมิ่นศาล ผมอายุเพียง 24 ปี ผมเขียนเองทุกอย่าง ผมเปิดเผยหน้าจริงและชื่อจริง ผมคงไม่เอาอนาคตของผมมาจบเพียงแค่นี้หรอกครับ ขอบคุณครับ

มีเรื่องเล่าสู่กันฟัง ประสบการณ์แย่ ๆ ในศาล เรื่องที่เจอกับตัววันนี้เป็นเรื่องที่เฟลที่สุด ผิดหวังที่สุด รู้สึกแย่ที่สุดในชีวิตการเป็นทนาย ไม่เคยคิดมาก่อนว่าสิ่งที่คนอื่น ๆ เล่ามาจะมาเกิดกับตัวเองบ้างก็ครั้งนี้

เรื่องก็คือ วันนี้ผมมีคดีต้องไปศาลแขวงแห่งหนึ่งเป็นคดีกู้ยืมเงิน ฝั่งผมเป็นโจทก์ ศาลเรียกไกล่เกลี่ย จำเลยบอกว่าผ่อนให้ได้แค่เดือนละ 1,000 บาท มากกว่านั้นไม่ยอม หนี้ที่จำเลยค้างอยู่มันยอด 79,000 บาท สรุปคือจำเลยจะผ่อน 79 เดือนหรือ 6 ปีกว่า โดยไม่มีดอกเบี้ย คืนแต่เงินต้น

ข้อเสนอนี้มันไม่มีใครจะบ้ายอมรับได้หรอก ผมคัดค้านไปว่าผ่อนเดือนละ 1,000 บาทมันน้อยไป แถมเรื่องดอกเบี้ยอีก ไหนจะเรื่องผ่อน 79 เดือนอีก มันไม่โอเคขอให้ศาลช่วยไกล่เกลี่ยให้จำเลยผ่อนมากขึ้น

ท่านถามจำเลยว่า ผ่อนมากกว่าเดือนละ 1,000 ไหวมั้ย มีทรัพย์สิน มีรถมีบ้านเป็นชื่อตัวเองมั้ย จำเลยตอบว่าไม่ หลังจากนั้นคือประโยคที่ไม่คิดว่าจะหลุดมาจากศาล

งั้นคุณก็ไม่ต้องผ่อนโจทก์อีก อย่าหาว่าศาลชี้โพรงให้กระรอกนะ ถ้าคุณไม่มีทรัพย์ที่จะให้โจทก์ยึด โจทก์บังคับคดีไปก็ไม่ได้เงินคุณ คำพิพากษาคดีนี้ก็แค่กระดาษแผ่นนึง เดี๋ยวศาลให้โจทก์ชนะคดีวันนี้เลย แล้วคุณก็กลับบ้านไปนอนเล่นตีพุงดูทีวีอยู่บ้านไม่ต้องกังวล นี่คดีแพ่งไม่ใช่คดีอาญาคุณไม่มีเงินจ่ายโจทก์ โจทก์ก็เอาคุณเข้าคุกไม่ได้ คุณไม่มีเงินจ่ายโจทก์ โจทก์ก็ทำอะไรคุณไม่ได้

คุณเป็นทนายโจทก์นี่ คุณไม่ใช่โจทก์ คนเสียหายมันไม่ใช่คุณ คนเสียหายคือโจทก์ คุณจะเดือดร้อนทำไม

ผมให้คุณชนะคดีแล้ว คุณจะเอาอะไรอีก ผมให้คุณตามฟ้องหมดแล้ว ดอกเบี้ยผมก็ให้ คุณจะเอาอะไรอีก

เอางี้ละกันผมให้เวลาคุณไปปรึกษา ถ้าไม่งั้นคุณก็ปรึกษาทนายท่านอื่นในห้องนี้ก็ได้ถ้าคุณไม่มั่นใจว่าผมทำถูกมั้ย ผมให้คุณชนะคดีแล้ว คุณยังจะเอาอะไรอีก

หลังจากฟังความรู้สึกคือ หูอื้อตาลาย ทั้งโดนดูถูก ทั้งโดนล้อเล่น เห็นเป็นเรื่องขำขัน คำพูดพวกนี้มันก้องในหูวิ้ง ๆ

ใช่ครับ ผมเป็นทนายโจทก์ ผมไม่ใช่โจทก์ ผมไม่ใช่คนเสียหาย เงินโจทก์จะได้คืนมั้ยก็เรื่องของโจทก์ ยังไงผมก็ได้ค่าบริการวิชาชีพ ใช่ครับ ศาลพูดถูกทุกอย่าง ใช่ครับ คดีนี้คดีแพ่งไม่ใช่อาญาจะให้ตายยังไงผมก็เอาจำเลยเข้าคุกไม่ได้ ใช่ครับ ผมบังคับคดีไปก็เสียเวลาเปล่าเพราะจำเลยไม่มีทรัพย์อะไรเป็นชื่อของตัวเองซักอย่าง ใช่ครับ ท่านให้ผมชนะคดีตามฟ้องให้ดอกเบี้ยตามที่ผมเรียก และใช่ครับผมไม่มีทางได้รับความยุติธรรมจากคนอย่างท่านแน่นอน

ท่านเล่นชี้ช่องให้จำเลยแบบนี้ แนะนำให้จำเลยทำแบบนั้น แนะนำให้นอนตีพุงอยู่บ้านเฉย ๆ ย้ายทรัพย์สินชื่อตัวเองออกหมด แล้วนั่งดูทีวี แทนที่ท่านจะบังคับให้จำเลยหาเงินมาชำระหนี้ให้โจทก์ จำเลยกู้ยืมเงินมาจากโจทก์ตั้งแต่ปี 2556 นี่ปี 2559 แล้ว โจทก์ต้องรออีกกี่ปีถึงจะได้เงินก้อนนี้คืนครบ หนี้เงินแค่หลักหมื่น จำเลยที่ไหนจะบอกว่าตัวเองมีตังครับ จำเลยก็ต้องบอกว่าตัวเองไม่มีตังอยู่แล้วปะครับท่าน

ผมมีหลักฐานมากมายว่าจำเลยมีเงิน แต่จำเลยไม่ใช้หนี้ ทั้งการเข้าโรงพยาบาลเอกชน ค่าเทอมโรงเรียนเอกชนลูก การที่จำเลยจัดฟันแบบใส แต่ละอย่างค่าใช้จ่ายไม่ใช่ถูก ๆ นะครับ เงินแค่ 79,000 บาท ไม่มีปัญญาใช้หนี้ แต่อย่างว่าแหละครับ ท่านไม่แม้แต่จะฟังพยานหลักฐานของผมเลย นี่คือการให้ความยุติธรรมแก่โจทก์หรอครับ ?

คำพิพากษาที่ท่านเขียนให้ผมมันก็มีความหมายแค่กระดาษแผ่นนึงใช่ไหมครับแบบที่ท่านบอก มันทำให้ผมเห็นเลยครับ ว่าท่านเป็นคนกำพืดแบบไหนก่อนที่จะมาเป็นศาล ท่านเป็นคนแบบไหนท่านก็เป็นคนแบบนั้น ท่านเป็นคนที่ทำให้สถาบันยุติธรรมตกต่ำลง ท่านมันเป็นปลาเน่าที่ทำให้ท่านผู้พิพากษาดี ๆ หลายคนต้องถูกเหมารวมเพราะการกระทำของท่านไปด้วย

MThai News