แถลง ฉ.30 ในหลวงน้ำไขสันหลังลดผลกล้ามเนื้อพระหทัยพอใจ

แถลงการณ์สำนักพระราชวัง เรื่อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จมาประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช ฉบับที่ 30

2

วันนี้ คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้รายงานสรุปพระอาการระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน – 2 กรกฎาคม 2559 ว่า ในระหว่างเดือนมิถุนายน 2559 มีพระปรอท (ไข้) ต่ำๆ บ้างเป็นครั้งคราว พระอาการดีขึ้น แต่ยังถวายออกซิเจน และถวายการดูแลเรื่องพระเสมหะและพระเขฬะ (น้ำลาย) ที่ยังมีปริมาณมาก

การถวายการตรวจติดตามพระอาการภาวะน้ำไขสันหลังในโพรงพระสมองมากกว่าปรกติ หลังจากการได้ถวายการแก้ไขด้วยการปรับสายระบายน้ำในช่องพระนาภี (ช่องท้อง) ได้ถวายการตรวจด้วยเครื่องเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2559 พบว่ามีปริมาณลดลง แต่การระบายยังน้อยกว่าปรกติ คณะแพทย์ฯ จึงขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตปรับสายเพื่อเพิ่มการระบายน้ำไขสันหลังเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2559 ผลเป็นที่น่าพอใจ

พระอาการทางพระหทัย หลังจากถวายการแก้ไขการตีบแคบของหลอดพระโลหิต เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2559 ผลการตรวจติดตามคลื่นไฟฟ้าหัวใจเป็นระยะ และผลการตรวจพระหทัยด้วยคลื่นเสียงสะท้อน (Echocardiography) เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2559 บ่งชี้ว่าการทำงานของกล้ามเนื้อพระหทัยเป็นที่พอใจ

หากไม่มีพระอาการผิดปรกติใดๆ คณะแพทย์ฯ จะรายงานพระอาการสรุปเป็นรายเดือน

จึงประกาศมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน

สำนักพระราชวัง

3 กรกฎาคม พุทธศักราช 2559

ที่มา : INN

MThai News

แพทย์ ยัน ‘กัญชา’ รักษามะเร็งได้จริง เล็งถอนจากบัญชี ‘ยาเสพติด’

เล็งถอด ‘กัญชา’ ออกจากบัญชียาเสพติด แพทย์ยันรักษามะเร็งได้จริง หลายประเทศเตรียมใช้วิธีการนี้

วานนี้ (2 ก.ค. 59) รศ.นพ.ชาญวิทย์ โคธีรานุรักษ์ รองคณบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการต้านมะเร็งครั้งที่ 1 Cancer 4.0 โดยศูนย์สหวิทยาการมะเร็งบำบัด หัวข้อวิทยาการต้านมะเร็ง แบบเจาะลึกกลยุทธ์พิชิตมะเร็ง เพื่อเป็นความรู้ให้แก่ประชาชนที่สนใจ ซึ่งปัจจุบันนวัตรกรรมการตรวจยีนถอนรหัส DNA สามารถตรวจได้จากเลือด ทำให้ทราบว่าในอนาคตจะป่วยเป็นมะเร็งหรือไม่ รวมถึงหากตรวจพบมะเร็งแล้วก็ยังสามารถวางแผนชะลอโรคได้

5

ด้าน นพ.สมนึก ศิริพานทอง กรรมการสมาคม เซลล์บำบัดไทย อธิบายถึงการรักษาทางเลือกของผู้ป่วยมะเร็งว่า ปกติเวลาแพทย์ตรวจพบว่าผู้ป่วยเป็นมะเร็ง จะใช้วิธีการรักษาตามมาตรฐานที่มีคือ การฉายแสงกับเคมีบำบัด แต่จะมีเปอร์เซ็นของผู้ป่วยที่รักษาแล้วเสียชีวิตภายหลังตามมาเสมอ เพราะผู้ป่วยอยู่ในกลุ่มที่มีการกลายพันธุ์ของ TP53  ( TP53 เป็นชื่อยีนที่คอยปกป้องมะเร็ง ) ดังนั้นจึงต้องใช้วิธีการรักษาแบบทางเลือก เช่น เลือกทานอาหารที่มะเร็งกินไม่ได้ เช่น น้ำมันมะพร้าว การฉีดวัคซีนรักษามะเร็ง ซึ่งทำจากโปรตีนที่อยู่บนเซลล์มะเร็ง ทำให้ร่างกายคิดว่าเป็นสิ่งแปลกปลอมจึงสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาทำลาย

การรักษาทางเลือกอีกอย่างที่ฮือฮามากในต่างประเทศ คือ สารสกัดจากกัญชา ที่ทำหน้าที่เหมือน TP53 แต่ในประเทศไทยตามกฎหมายยังเป็นยาเสพติดอยู่ ซึ่งขณะนี้มีผลงานวิจัยรองรับแล้วว่า สารสกัดจากกัญชา สามารถรักษามะเร็งได้จริง โดยในรัฐโคโคราโด ประเทศสหรัฐอเมริกา มีการถอนออกจากบัญชียาเสพติด และมีการเปิดศูนย์รักษาอย่างเป็นทางการแล้ว รวมถึงประเทศแคนนาดาและประเทศอื่น ๆ กำลังดำเนินการเช่นกัน จึงอยากให้ไทยดำเนินการถอนกัญชาออกจากยาเสพติดเร็ว ๆ

เพราะเรามีทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษามะเร็งด้วยกัญชา ผู้เชี่ยวชาญด้านสายพันธุ์ของกัญชาว่าสายพันธุ์ไหนใช้รักษามะเร็งชนิดใด ที่กล่าวมาทั้งหมดไม่ใช่ว่าใครป่วยเป็นมะเร็งแล้วจะต้องกินกัญชา แต่มันเป็นอีกทางเลือกของประชาชนที่ไม่สามารถรักษาได้ด้วยวิธีมาตรฐาน ซึ่งการกินกัญชาก็ไม่ได้มีผลเสียต่อสุขภาพ และไม่เคยมีข้อมูลว่าคนที่กินกัญชาหรือสูบกัญชาเกินขนาดแล้วเสียชีวิต แต่มีผลเสียคือจะติดกัญชา และนั่งยิ้มหรือนอนหลับทั้งวัน

ที่มา : เดลินิวส์

MThai News