ว่อนเน็ต! คนไทยแค้นเขียนระบาย หลังไปเกาหลีแต่ ตม.ไม่ให้เข้าประเทศ

ว่อนเน็ต! คนไทยแค้น เขียนระบายความอัดอั้น หลังไปเกาหลีแต่โดน ตม.ไม่ให้เข้าประเทศ

กลายเป็นเรื่องราวที่ถูกแชร์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ สำหรับภาพที่ชาวไทยรายหนึ่งเขียนระบายความคับแค้น บนใจประตูห้องน้ำ หลังจากไปเที่ยวประเทศเกาหลีแล้วไม่สามารเข้าประเทศได้ โดยผู้ใช้งานทวิตเตอร์ ‏@ganblade ได้โพสต์ภาพดังกล่าวพร้อมระบุว่า “เมื่อนักท่องเที่ยวไทยไปเที่ยวเกาหลี และไม่สามารถเข้าประเทศได้ นี่คือความในใจที่เจ้าตัวเขียนบอกไว้”

โดยเจ้าตัวระบายว่าตัวเองแค่ตั้งใจมาเที่ยว มาช้อปเครื่องสำอางแค่ 5 วันเท่านั้น ทำไมถึงไม่ให้ตนเข้าประเทศ แล้วจะเสียค่าตั๋วเครื่องบินและค่าจองโรงแรมมาเพื่ออะไร เพื่อมานั่งรอเท่านั้นหรือ พร้อมชี้ว่าตัวเองแก่ปานนี้แล้วจะมาทำงานอะไรได้ อย่างนี้ก็คงไม่ต้องมาเที่ยวกันแล้วประเทศนี้

หลังจากที่ภาพดังกล่าวถูกแชร์ออกไป ชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่บอกเล่าประสบการณ์ที่คล้ายคลึงกัน ขณะที่อีกฝ่ายมองว่าที่ ตม. เกาหลี ต้องเข้มงวดเช่นนี้ ก็เป็นเพราะเคยมีคนไทยจำนวนไม่น้อยที่ทำเรื่องเสื่อมเสียด้วยการแอบเข้าไปทำงานอย่างผิดกฎหมาย รวมถึงการที่คนไทยมาเขียนระบายอารมณ์ไว้ ถือว่าสร้างชื่อเสียงในทางลบให้แก่ประเทศ

ภาพจาก ทวิตเตอร์ ‏@ganblade

MThai News

วุ่น ! ผู้ค้าปากคลองตลาดปิดสะพานพุทธ จี้ กทม.ชะลอจัดระเบียบ

วุ่น ! ผู้ค้าปากคลองตลาดปิดสะพานพุทธ เทดอกไม้เกลื่อนถนน จี้ กทม.ชะลอจัดระเบียบ

วันที่ 2 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีเมื่อวันที่ 1 ก.ค. ช่วงกลางดึกผู้ค้าดอกไม้ ปากคลองตลาด ออกมารวมตัวประท้วง ขอความเห็นใจจากหน่วยงานภาครัฐ หลังจากที่กทม.จัดระเบียบพื้นที่รุกล้ำบนทางเท้า ทางสาธารณะหลายจุดส่งผลให้ผู้ค้าในหลายพื้นที่ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก ทำให้กลุ่มผู้ค้าบริเวณปากคลองตลาดได้ออกมารวมตัวกันประท้วง นำดอกไม้ที่ขายไม่ได้มาเททิ้ง ปิดการจราจรบนสะพานพุทธและเรียกร้องขอความเห็นใจผ่านสื่อมวลชน ให้ช่วย

เนื่องจากทุกวันนี้ประชาชนทั่วไปไม่มีรายได้ ไปขายที่อื่นก็ต้องเสียค่าที่แพงมากๆ และไปค้าขายที่อื่นคนซื้อไม่ไปซื้อ เพราะเดินทางไกล ทำให้สินค้าเกษตรไม่มีที่ขาย กลุ่มผู้ค้าเลยอัดอั้นใจ เคยยื่นเรื่องจัดระเบียบไม่ทันไปแล้ว เพราะยังหาที่ขายใหม่ไม่ทัน แถมแผงกทม.หาให้ ก็ไม่พอ โดนนายทุนปล่อยเช่าต่อแพง สู้ราคาไม่ไหว ทางสำนักงานเขตพระนคร เข้าเจรจราผู้ค้าปากคลองตลาด แต่ไม่ได้ผล ผู้ค้าขอให้“ชายหมู” ผู้ว่าฯ กทม.มาเจรจาเอง

โดยการปักหลักปิดถนนไม่ยืดเยื้อ เพราะเกรงว่าตอนเช้ารถจะติดหนัก จึงยอมสลายตัวกันเอง แต่พร้อมที่จะนัดปิดถนนอีกคืนนี้ หากตั้งแผงขายแล้วถูกเทศกิจจับกุม

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า เมื่อเวลาเที่ยงคืนที่ผ่านมา ที่บริเวณเชิงสะพานพระพุทธยอดฟ้า ฝั่งพระนคร แขวงวังบูรพา เขตพระนคร กทม. หลังจากที่กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าที่ขายของภายในปากคลองตลาด ประมาณ 300 คน นำดอกไม้หลายชนิด ทั้งดอกกุหลาบ ดอกรัก ดอกดาวเรือง ดอกจำปี จำนวนมากมาเทลงพื้นกองบนถนน พร้อมปิดการจราจรบริเวณเชิงสะพานพุทธ ฝั่งพระนคร เนื่องจากไม่พอใจที่เจ้าหน้าที่เทศกิจไม่ให้ขายของบนทางเท้า โดยกลุ่มผู้ค้าได้เรียกร้องว่า จะขอเจรจาเรื่องยืดระยะเวลาการจัดระเบียบทางเท้ากับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร แต่มีเพียงนายวุฒิชัย บุญสิทธ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตพระนครมาเจรจากับตัวแทนพ่อค้าแม่ค้าปากคลองตลาด เพื่อขอให้เปิดถนน และขอให้ยื่นเรื่องหรือเจรจากับเจ้าหน้าที่ในวันราชการ แต่การเจรจาไม่เป็นผล เพราะฝ่ายผู้ค้าต้องการเจรจากับทางผู้ว่าฯกทม.เท่านั้น

กลุ่มผู้ค้าต่างเปิดเผยว่า สาเหตุที่ต้องปิดถนน เพราะผู้ค้ามีความเดือดร้อนอย่างมาก เนื่องจากกทม.ต้องการจัดระเบียบทางเท้าที่บริเวณปากคลองตลาด ห้ามพ่อค้าแม่ค้าขายของบนทางเท้า ตั้งแต่ในวันที่ 1 ก.ค.59 สินค้าที่รับมาจากเกษตรกร จึงไม่มีที่ขาย ส่งผลให้ผู้ค้าเกิดความอัดอั้นตันใจอย่างหนัก ซึ่งก่อนหน้านี้กลุ่มผู้ค้าได้ยื่นเรื่องกับทางกทม.ไปแล้วว่า ไม่สามารถจัดระเบียบได้ทัน เพราะยังไม่มีที่ขายของ ส่วนแผงค้าที่กทม.จัดไว้ให้ ก็ไม่เพียงพอ บางรายที่ไปหาตลาดใหม่ ก็เจอนายทุนหรือแม่ค้าคนกลางไปเช่าแผงแล้วมาปล่อยเช่าต่อในราคาที่แพง เลยสู้ราคาไม่ไหว นอกจากนี้ เวลาเกษตรกรปลูกดอกไม้จะมีรอบของการเพาะปลูกอยู่ ดอกไม้บางชนิดใช้เวลา 3 เดือน บางชนิดใช้เวลา 6 เดือน พอดอกไม้ออกดอก พร้อมจำหน่ายช่วงที่กลุ่มผู้ค้าไม่สามารถขายดอกไม้ได้ ทำให้เกษตรกรเดือดร้อนไปด้วย

ทางผู้ค้าบอกว่า อยากให้ทางกทม.เห็นใจ เพราะตลาดแห่งนี้ถือเป็นแหล่งเศรษฐกิจสำคัญและเป็นตลาดแห่งวัฒนธรรมที่ติดอันดับ 4 ของโลก ฝากถึงกทม. จะหาหนทางจัดระเบียบอย่างไรก็ได้ แต่ขอให้ยังคงตลาดแห่งนี้ไว้ เนื่องจากไม่ได้เป็นแค่ตลาด แต่ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวด้วย หากไม่สามารถทำได้ ก็ขอให้กทม.ยืดระยะเวลาการจัดระเบียบไปจนถึงสิ้นปี2559 ยืนยันว่า ไม่ได้ขอให้ยกเลิกการจัดระเบียบ แค่ขอชะลอการจัดระเบียบเท่านั้น

หลังจากทั้งสองฝ่ายเจรจาตกลงกันไม่ได้ ทางกลุ่มผู้ค้าบางส่วนได้ปักหลักเพื่อดูท่าทีของเจ้าหน้าที่กทม. และเฝ้ารอว่าผู้ว่าฯกทม.จะเดินทางมาเจรจาตามคำเรียกร้องหรือไม่ โดยมีฝนตกโปรยปรายเป็นระยะ ต่อมาเวลา 01.20 น. ได้มีตัวแทนฝ่ายกลุ่มผู้ค้าประกาศแจ้งพ่อค้าแม่ค้าที่ปักหลักรอดูสถานการณ์อยู่ให้แยกย้ายกันเดินทางกลับ เนื่องจากเกรงว่า หากนั่งรวมกลุ่มปิดถนนกันต่อไป จะทำให้การจราจรในช่วงเช้าติดขัดอย่างหนัก สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน ไปด้วย แต่กลุ่มผู้ค้าบอกว่าหลังจากสลายตัววันนี้ ทางผู้ค้าจะยังคงตั้งแผงขายของกันตามปกติ คือ ช่วงเวลา 20.30 น. ถ้ามีเจ้าหน้าที่เทศกิจมายกแผงสินค้าไม่ให้ขายของอีก กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าก็จะรวมตัวกันปิดถนนอีกครั้ง

โดยจะทำลักษณะนี้ไปจนถึงวันที่ 3 ก.ค. หากกทม.ยังไม่ยอมให้ขายของอีก ทางกลุ่มผู้ค้าปากคลองตลาดจะรวมตัวกันไปกทม.ในช่วงเช้าวันที่ 4 ก.ค. ซึ่งเป็นวันที่ราชการทำงาน เพื่อเจรจาเรื่องการจัดระเบียบทางเท้าบริเวณปากคลองตลาดต่อไป หลังจากนั้นก็พากันสลายตัวกันไปอย่างสงบไม่มีเหตุอะไรรุนแรง

หลังจากกลุ่มผู้ค้าแยกย้ายกันกลับ เจ้าหน้าที่ทำความสะอาดสำนักงานเขตพระนคร ได้นำรถบรรทุก 6 ล้อ 1 คัน และรถเก็บขยะ 1 คัน มาเก็บดอกไม้ที่พ่อค้าแม่ค้าเทปิดถนนบริเวณเชิงขึ้นสะพานพระพุทธยอดฟ้า โดยใช้เวลาประมาณ 40 นาที เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สน.พระราชวัง จึงเปิดการจราจรได้ตามปกติ

ที่มา ข่าวสด

MThai News

สยอง ! รถทัวร์เสยรถพ่วง ฉีกครึ่งคัน ผู้โดยสารดับ2 เจ็บหนักครึ่งร้อย

สยอง ! รถทัวร์เสยรถพ่วง ฉีกครึ่งคัน บริเวณถนนสายกุดรัง-บรบือ ผู้โดยสารดับ2 เจ็บหนักครึ่งร้อย

วันนี้(2 ก.ค.) เวลา 04.30 น. พ.ต.ท.สว่าง เดชบุรัมย์ ร้อยเวร สภ.บรบือ จ.มหาสารคาม รับแจ้งว่า เกิดอุบัติเหตุรถทัวร์ชนกับรถพ่วง 20 ล้อ ที่บริเวณถนนสายกุดรัง-บรบือ ช่วงบริเวณบ้านพงโพด ต.หนองสิม อ.บรบือ จ.มหาสารคาม มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย จึงพร้อมด้วยหน่วยกู้ชีพและหน่วยกู้ภัยมูลนิธิจีเสียงเกาะ กู้ภัย 245 เองเต็กตึ้ง และกู้ภัยวาปี รุดไปที่เกิดเหตุ

พบรถทัวร์ของบริษัทสหพันธ์ทัวร์ สายกรุงเทพฯ-ร้อยเอ็ด หมายเลขทะเบียน 10-4307 ร้อยเอ็ด หมายเลขข้างรถ 24-3 พลิกตะแคงขวางถนน สภาพด้านหน้ารถพังยับเยิน ฝั่งซ้ายด้านข้างของรถฉีกขาดออกจากตัวรถกว่าครึ่งคัน โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งสิ้น 49 ราย และมีผู้เสียชีวิต 2 ราย ทราบชื่อ คือ นายธวัชชัย ไม่ทราบนามสกุล เป็นเด็กรถ และผู้โดยสารอีก 1 คน โดยมีนายสมจิตร ประวรรณมาตา อายุ 54 ปี เป็นคนขับรถทัวร์

เจ้าหน้าที่จากหน่วยกู้ชีพกู้ภัย ได้ลำเลียงผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลบรบือและโรงพยาบาลมหาสารคาม อย่างเร่งด่วน ใกล้กันพบรถพ่วง 22 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ ตัวแม่หมายเลขทะเบียน 81-0757 สุพรรณบุรี ตัวลูกหมายเลขทะเบียน 82-9740 สุพรรณบุรี มีนายอาศักดิ์ ไชยต้นเทือก อายุ 46 ปี เป็นคนขับ สภาพถูกชนท้ายจนรถตกลงไปอยู่ข้างทาง สินค้าเบ็ดเตล็ดบนรถพ่วงหล่นกระจัดกระจายเต็มพื้นถนน นอกจากนี้ยังมีรถตู้สีขาว หมายเลขทะเบียน นข 2978 กาฬสินธุ์ ได้เบรกกะทันหันและตกข้างทางไปอีกคัน

จากการสอบถามนายอาศักดิ์ ไชยต้นเทือก อายุ 46 ปี อยู่หมู่ 3 ต.บ้านโข้ง อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี คนขับรถพ่วง ทราบว่า ได้เดินทางออกมาจากกรุงเทพฯ เพื่อที่จะนำสินค้าไปส่งที่ จ.สกลนคร เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุประมาณ 4 ทุ่ม รถเกิดเสีย จึงได้จอดรถไว้ข้างทาง เพื่อที่จะรอซ่อมในช่วงเช้า แต่ตนได้นำกิ่งไม้ไปวางไว้ที่ท้ายรถ รวมระยะทางยาวกว่า 100 เมตร เพื่อเป็นสัญญาณให้รถคันหลังได้ทราบว่ารถเสีย จากนั้นได้ขึ้นมานอนบนรถ แต่ก็ต้องสะดุ้งตกใจ เนื่องจากมีรถทัวร์มาชนท้ายอย่างแรง ทำให้รถไถลไปไกลกว่า 20 เมตรจนตกข้างทาง จึงโทรแจ้งตำรวจและหน่วยกู้ภัยให้เข้ามาช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ

ด้านนายสมจิตร ประวรรณมาตา อายุ 54 ปี อยู่ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด คนขับรถทัวร์ กล่าวว่า ออกจากหมอชิตเวลา 21.00 น. เพื่อที่จะเดินทางไปจังหวัดร้อยเอ็ด เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นทางค่อนข้างมืด ตนมองไม่เห็นรถพ่วงที่จอดเสียข้างทาง โดยรถพ่วงได้จอดเกินเลนถนนมากว่าครึ่งคัน ตนมาเห็นอีกครั้งก็เมื่อกระชั้นชิดแล้ว ทำให้ตนเบรกรถกะทันหัน และได้หักหลบ ทำให้รถเสียหลักพลิกตะแคง ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก

ด้าน พ.ต.ท.สว่าง เดชบุรัมย์ ร้อยเวรฯ สภ.บรบือ กล่าวว่า สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ เบื้องต้นคนขับรถทัวร์อ้างว่า มองไม่เห็นรถพ่วงที่จอดเสียข้างทาง แต่ไม่เห็นรอยเบรกของรถทัวร์ ซึ่งคาดว่าคนขับอาจหลับใน อย่างไรก็ตาม ต้องรอสอบสวนคู่กรณีทั้งสองฝ่าย เพื่อหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริงต่อไป

ที่มา ข่าวสด

MThai News