สะเทือนขวัญ ! เหตุระเบิดและจี้จับตัวประกัน ในบังคลาเทศ

เหตุจี้จับตัวประกันอย่างน้อย 20 ชีวิต และยิงปะทะ รวมถึงระเบิดดังสนั่นในบังคลาเทศ เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ศพ

cats111

สำนักข่าว ‘ซีเอ็นเอ็น’ รายงานเหตุการณ์สุดระทึก เมื่อกองกำลังไม่ทราบฝ่าย บุกโจมตีร้านกาแฟ ในเขตทางการทูตสหรัฐฯ ในเมืองธากา ประเทศบังคลาเทศ โดยขณะนี้มีผู้ถูกจับเป็นตัวประกันราว 20 ชีวิต และมีเหตุยิงปะทะ ทำให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ศพ

สถานที่เกิดเหตุ เป็นคาเฟ่ยอดนิยมของชาวต่างชาติ แม้เจ้าหน้าที่จะพยายามควบคุมสถานการณ์อย่างสงบ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจกลับถูกคนร้าย ขว้างปาระเบิดใส่

หลังจากนั้น ในเวลาต่อมา สถานทูตสหรัฐในกรุงธากาประกาศเตือนสถานการณ์ผ่านเว็บไซต์ทวิตเตอร์ ให้ประชาชนอยู่ภายในบ้าน และติดตามสถานการณ์ข่าวอย่างใกล้ชิด

อย่างไรก็ตาม การโจมตีดังกล่าว เกิดขึ้นในวันเดียวกันกับเหตุการณ์ที่พระสงฆ์ในศาสนาฮินดู ถูกฟันเสียชีวิตที่เขาพระวิหารแห่งหนึ่ง ในตำบลทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของบังคลาเทศ ซึ่งในบังคลาเทศเอง เกิดเหตุฆาตกรรมทั่วประเทศ โดยเป้าหมายคือนักวิชาการ หรือชนกลุ่มน้อยทางศาสนา อาทิ ฮินดู คริสเตียน ชาวพุทธและชาวมุสลิมแม้จะมีการปราบปรามของรัฐบาลทั่วประเทศและจับกุมมากกว่า 14,000 คน

ทั้งนี้ทั้งนั้น มีการตั้งคำถามว่า เหตุการณ์เหล่านี้ เป็นฝีมือของกลุ่มไอเอาหรือไม่อย่างไร แต่รัฐบาลท้องถิ่นในบังคลาเทศ ออกมาปฏิเสธ และตั้งข้อสังเกตว่า นี่เป็นฝีมือของกลุ่มติดอาวุธท้องถิ่นในประเทศ

ที่มา edition.cnn.com

จวกสาว จนท.รพ.ใช้หน้าที่การงานสืบประวัติคนรู้จักมีเชื้อ HIV

เกิดกระแสวิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ กรณีที่มีผู้ใช้พันทิป ออกมาตั้งกระทู้ ถามความเห็นชาวออนไลน์ แต่กลับถูกถามหาจรรยาบรรณในวิชาชีพ?

วานนี้ (1 ก.ค.) ผู้ใช้เว็บไซต์พันทิปรายหนึ่ง ได้เข้ามาตั้งกระทู้หัวข้อว่า ‘เทรนเนอร์ที่ฟิตเนส ที่เป็นครูสอนเรากับเพื่อนๆ มีเชื้อ HIV ดิฉันควรบอกเพื่อนดีไหม’ พร้อมทั้งเล่าเรื่องราวว่า ไปพบกับเทรนเนอร์ฟิตเนส ที่สนิทกัน มาโรงพยาบาลที่ตนทำงานอยู่ แต่กลับใช้ช่องทางในหน้าที่การงาน เข้าไปสืบว่าเทรนเนอร์คนดังกล่าวมาทำอะไรที่โรงพยาบาล จนกระทั่งพบว่า เทรนเนอร์คนนี้มารับยาต้านไวรัส เพราะมีเชื้อ HIV พร้อมทั้งถามความเห็นชาวพันทิปว่าควรจะเตือนเพื่อน ๆ คนอื่น ๆ ในกลุ่มที่เข้ายิมด้วยกันหรือไม่..? แต่กลับถูกถามถึงจรรยาบรรณในหน้าที่ ว่าเหมาะหรือไม่ที่จะเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวผู้ป่วยโดยที่เจ้าตัวไม่เต็มใจ..

Young woman peering inside laptop screen
Young woman peering inside laptop screen

คือ เรากับเพื่อนๆในกลุ่ม เข้ายิมกัน แต่เราไปบ้าง ไม่ไปบ้าง
แต่เพื่อนของเราไปทุกวันเลยค่ะ สนิทกับเทรนเนอร์มาก และมีนัดกันไปทานข้าวด้วย
มีการเม้นทักในไอจี ในเฟสบุ๊ก กันบ่อยๆ ด้วยค่ะ ซึ่งดิฉันก็เฉยๆ แต่รู้สึกชอบหุ่นน้องเทรนเนอร์มาก
เพราะหุ่นดี สุขภาพดี ในคำแนะนำในการออกกำลัง และทั้งเรื่องโภชนาการได้เป็นอย่างดี

เราทำงานอยู่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง แล้ววันหนึ่ง เจอน้องเทรนเนอร์คนนี้แหละมาโรงพยาบาล
ก็เข้าไปทัก ดูน้องเขาหลบๆ เราถามว่าเป็นอะไรเหรอ มีอะไรให้เราช่วยไหม (เราทำแผนกการเงินผู้ป่วยใน IPD)
เขาบอกว่าแค่มาส่งเพื่อน เพื่อนเป็นไข้ เดี๋ยวก็จะกลับแล้ว เราก็จับแขนจับกล้ามลวนลามน้องเค้า ตามปกติด้วยความสนิทกัน
แล้วก็แซว มานั่งเล่นห้องพี่ก็ได้นะ ห้องพี่มีขนมกับน้ำผลไม้ น้องตอบว่าผมทานมาแล้ว ขอตัวไปหาเพื่อน ก็แยกย้าย

ด้วยความเผือกระดับรุนแรง จึงเข้าไปในระบบลงทะเบียนของโรงพยาบาลค่ะ
ปรากฎว่าน้องเขา มาตรวจรักษาจริงๆ ก็เลยแอบดูประวัติการรักษา เอารหัส HN ไปค้นในหน้าผู้ป่วย OPD
ช๊อกค่ะ มารับ ยาต้านไวรัส B24 ไม่คิดเลยว่าโรคนี้ จะใกล้ตัวขนาดนั้น ความสัมพันธ์กับเพื่อนเราไม่รู้ไปถึงไหนต่อไหนกันแล้ว
เราไม่ได้รังเกียจคนเป็นโรคนี้นะคะ แต่ไม่รู้จะบอกเพื่อนยังไง ว่าอย่าให้ความสัมพันธ์เกินเลยไปกว่านี้

หลังจากตั้งกระทู้ดังกล่าว และมีการเผยแพร่ลงในโลกออนไลน์ ได้มีเพจดังอย่าง Drama-addict ออกมาแสดงความเห็นถึงกระทู้ดังกล่าวดังนี้…

จขกท ไปฟิตเนสกับเพื่อน นานๆที
เพื่อนรู้จักกับเทรนเนอร์ในฟิตเนส สนิทกัน มีนัดไปดินเนอร์กัน
จขกท ทำงาน รพ แผนกการเงิน เจอเทรนเนอร์มา รพ ก็สงสัย
ไปใช้คอมพ์ของ รพ หาข้อมูลเทรนเนอร์ว่ามา รพ ทำไม
จขกท บอกว่าเจอข้อมูลว่าเทรนเนอร์มีเชื้อ HIV
เลยมาตั้งกระทู้ถามในพันทิปว่าควรบอกเพื่อนเธอไหม
กรณีนี้นี่ ผิดจริยธรรมวิชาชีพขั้นรุนแรงมากเลยนะเนี่ย
หมายถึงอี จขกท นะครับ อีห่า มึงมีสิทธิอะไรไปยุ่มย่ามกับข้อมูลเขาแบบนี้
ส่วนเรื่องที่ จขกท มันกังวลว่าเทรนเนอร์มีเชื้อ HIV แล้วจะมีผลกับเพื่อนตัวเอง แนะนำให้ดูซีรี่ย์ฮอร์โมน ตอนพละ กับ ส้มส้ม นะ จะได้ปรับทัศนคติที่มีต่อผู้ติดเชื้อ HIV ซักหน่อย
เชื้อ HIV เนี่ยมันไม่ได้ติดกันง่ายด้ายขนาดว่าเล่นฟิตเนสเดียวกันแล้วจะติดได้
ผู้ติดเชื้อ HIV ทุกวันนี้สามารถอยู่ในสังคมร่วมกับคนอื่นๆได้ตามปรกติ

รวมถึงเพจ Trasher , Bangkok ที่ออกมาระบุว่า

ลองเข้าไปอ่านดูนะ แล้วจะเห็นว่าคนโพสกระทู้นี้โคตรจะผิดจรรยาบรรณ คือนางไปเจอเทรนเนอร์ที่นางกับคนในกลุ่มเล่นอยู่ไปโรงพยาบาล ซึ่งในกลุ่มนั้นก็มีคนนึงที่สนิทกับเทรนเนอร์มาก ๆ เหมือนจะจีบกัน คราวนี้นางไปเจอเขาที่โรงพยาบาลแล้วก็ไปทักเขาไปถามเขาว่าเป็นอะไร เขาก็ไม่ได้ตอบอะไรมาก แต่นางทำงานการเงินอยู่โรงพยาบาลไง ด้วยความเสือกนางก็เลยไปค้นข้อมูลเขาแล้วก็พบว่าเขามารับยาของคนติดเชื้อ HIV นางเลยเอามาตั้งกระทู้ปรึกษาว่าควรบอกเพื่อนนางดีไหม

ตร.แจ้งข้อหาหญิงไก่แจ้งความเท็จ-จ่อสอบประวัติ

โฆษก ตร. สอบประวัติ “หญิงไก่” พร้อมแจ้งข้อหา แจ้งความอันเป็นเท็จ ส่วนข้อหาอื่นเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบเพิ่ม

710185-01
พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณี น.ส.ประภาวรรณ ใจกล้า หรือ น้องก้อย อายุ 19 ปี นิสิตชั้นปีที่ 1 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เข้าร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงหลังถูกนายจ้าง ชื่อ “หญิงไก่” แจ้งความดำเนินคดีกับบิดาและมารดา ในข้อหาลักทรัพย์ โดยอ้างว่ามีทรัพย์สินหายไปกว่า 11 รายการ มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ว่า คดีนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจสอบอยู่ว่า นายจ้างรายดังกล่าวมีชนชั้นบรรดาศักดิ์ถึงระดับคุณหญิงจริงหรือไม่ เบื้องต้นพนักงานสอบสวนตั้งข้อหา แจ้งความอันเป็นเท็จไว้ก่อน ส่วนข้อหาอื่น ๆ ต้องรอรวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมทั้งมีการตรวจสอบประวัติของนายจ้างรายดังกล่าวด้วย

ส่วนพนักงานสอบสวนจะเอาหลักฐานอะไรไปกล่าวหาถึงทำให้ผู้บริสุทธิ์ถูกจำคุก และกรณีแบบนี้ถือว่าเป็นความบกพร่องของพนักงานสอบสวนหรือไม่นั้น พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า ต้องไปดูรายละเอียดว่าพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาบนพื้นฐานอะไร และอะไรเป็นเหตุให้พนักงานสอบสวนสั่งฟ้องผู้ต้องหา ถ้าพนักงานสอบสวนมีความบกพร่อง ต้องดูว่าสำนวนมีความบกพร่องตรงจุดไหนอย่างไร หากรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็มีสิทธิ์ฟ้องกลับได้อยู่แล้ว นอกจากนี้ ยังมีกฎหมายที่เยียวยาผู้เสียหายด้วย หากมีความบกพร่องต้องมีคนรับผิดชอ

พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวด้วยว่า ในการรวบรวมหลักฐานเพื่อพิสูจน์ความผิดของผู้ต้องหานั้น เป็นดุลยพินิจของพนักงานสอบสวน ว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่สั่งฟ้องก็ได้ บางครั้งสั่งฟ้องแล้วพนักงานอัยการเห็นว่าพยานหลักฐานไม่มีน้ำหนัก ก็สั่งให้มีการสอบเพิ่มก็มี ซึ่งตรงนี้เป็นอำนาจที่ถ่วงดุลกันอยู่แล้ว โดยส่วนคดีนี้ไม่อยากให้มองว่า เป็นความผิดพลาดของพนักงานสอบสวน ถ้าเหยื่อรายอื่น ๆ รู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมในการดำเนินคดีให้มาแจ้งข้อความกับพนักงานสอบสวนได้