ผู้ว่าฯ เพชรบูรณ์ ลุยรื้อรีสอร์ทบนภูทับเบิกรอบ 2 พรุ่งนี้!!

ผู้ว่าฯ เพชรบูรณ์ เตรียมเปิดปฏิบัติการรื้อรีสอร์ตภูทับเบิก รอบ 2 พรุ่งนี้ ย้ำใครขัดขวางถือเป็นความผิดต้องถูกดำเนินคดี

วันนี้ 29 ส.ค. นายบัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ปิดห้องประชุมลับกับคณะทำงานฝ่ายปฏิบัติการ ตามมาตรการแก้ไขปัญหาการครอบครองและใช้ประโยชน์ที่ดินป่าภูทับเบิก เพื่อซักซ้อมแผนและขั้นตอนการเข้ารื้อถอนอาคารและสิ่งปลูกสร้างรีสอร์ตเป้าหมายที่จะเริ่มขึ้น ในเช้าของวันพรุ่งนี้

725130-01

รวมทั้งเตรียมการจัดตั้งกองอำนวยการปฏิบัติการฯ ขึ้นที่ บริเวณ อบต.วังบาล และศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้าที่ ลานของแขวงการทาง หมู่ 8 บ้านดอยน้ำเพียงดิน ต.บ้านเนิน ทั้งนี้ นายบัณฑิตย์ ได้แจ้งในต่อประชุมโดยสรุปว่า ขณะนี้มีรีสอร์ตที่รื้อถอนแล้ว จำนวน 9 ราย และอยู่ระหว่างรื้อถอน 6 รายและอีก 3 ราย ไม่มีการรื้อถอน ทั้งนี้ ก่อน นายบัณฑิตย์ จะเข้าร่วมประชุมได้สัมภาษณ์ว่า ยังพบว่า มีรีสอร์ตอีก 2-3 แห่ง ยังไม่ได้ดำเนินการ โดยคณะเจ้าหน้าที่จึงต้องเข้าไปดำเนินการ

อย่างไรก็ตามคาดการณ์ว่าจะมีการก่อม็อบขัดขวางปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่อีกหรือไม่ ว่าหลังจากมีการแจ้งขยายระยะเวลาให้ 7 วันทางผู้ประกอบการก็มีความพยายามมากขึ้นและหลายส่วนก็ให้ความร่วมมือ คิดว่าในการทำงานและปฏิบัติการในรอบนี้ จะได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่หากมีการขัดขวางการปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ ก็ถือว่าเป็นความผิด มีความจำเป็นต้องดำเนินคดีกับผู้ที่ขัดขวาง

ที่มา… INN

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

เตือน 7 จว. ภาคใต้ระวัง ‘ไข้เลือดออก’ เสียชีวิตแล้ว 6 ราย

สำนักงานป้องกันควบคุมโรค เตือน 7 จังหวัดใต้ตอนล่าง ระวังโรคไข้เลือดออกฤดูฝน ตายแล้ว 6 สงขลา สูงสุด

ดร.นพ.สุวิช ธรรมปาโล ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า ในช่วงนี้พื้นที่ภาคใต้ กำลังเข้าสู่ฤดูฝนมีฝนตกในหลายพื้นที่ ทำให้เกิดแอ่งน้ำขังบริเวณนอกบ้าน โดยจะวางไข่อยู่ตามเศษวัสดุ เศษภาชนะต่าง ๆ กล่องโฟม จานรองกระถางต้นไม้ กาบไม้ และยางรถยนต์ กลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงลายได้ ยุงอาจจะวางไข่ตามภาชนะที่มีน้ำขัง ซึ่งเป็นน้ำนิ่งใสและสะอาด น้ำฝนเป็นน้ำที่ยุงลายชอบวางไข่มากที่สุด เมื่อจำนวนยุงลายเพิ่มมากขึ้นมีโอกาสกัดคนและแพร่โรคไข้เลือดออกเพิ่มขึ้น เพราะประชาชนทุกวัยเสี่ยงพอ ๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ งสามารถเป็นโรคไข้เลือดออกได้

725085-01

ทั้งนี้ประชาชนจึงต้องดูแลบ้านเรือนของตนเอง ทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย เก็บน้ำ เก็บบ้าน เก็บขยะ จากรายงานสถานการณ์โรคไข้เลือดออกในพื้นที่ 7 จังหวัดตอนล่างระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 22 สิงหาคม 2559 พบว่ามีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกแล้วทั้งสิ้น 3,124 ราย เสียชีวิต 6 ราย โดยพบผู้ป่วยมากที่สุด คือ จ.สงขลา จำนวน 1,196 ราย เสียชีวิต 2 ราย รองลงมาคือ จ.นราธิวาส จำนวน 537 ราย เสียชีวิต 1 ราย จ.ปัตตานี จำนวน 388 ราย จ.ตรัง จำนวน 345 ราย เสียชีวิต 1 ราย จ.พัทลุง จำนวน 321 ราย จ.ยะลา จำนวน 182 ราย เสียชีวิต 1 ราย และ จ.สตูล จำนวน 155 เสียชีวิต 1 ราย ตามลำดับ

ที่มา… INN

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

ม.ดังภาคอีสาน แจงกรณีดราม่าที่แท้เป็นกิจกรรมอัญเชิญตราฯ

เผยกรณีดราม่ามหาวิทยาลัยชื่อดังภาคอีสาน รับน้องให้ยืนกลางสายฝน ที่แท้เป็นกิจกรรม อัญเชิญตราพระราชลัญจกร และประดับตรามหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นช่วงที่ฝนตกลงมาพอดี

จากกรณีดราม่าในโลกออนไลน์ สำหรับภาพของมหาวิทยาลัยราชภัฏชื่อดังแห่งหนึ่งในภาคอีสาน ที่ให้เหล่าเฟรชชี่ปี 1 ยืนทำกิจกรรมตากฝนกลางสนาม จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง

ทั้งนี้จากข้อมูลของทางมหาวิทยาลัยดังกล่าว พบว่าเป็นกิจกรรมในภาคส่วนขององค์การนักศึกษาและกองพัฒนานักศึกษา ของมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ซึ่งมีการจัดพิธี “อัญเชิญตราพระราชลัญจกร และประดับตรามหาวิทยาลัย” แก่นักศึกษาใหม่ รุ่นที่ 93 และบูมมาร์ช UDRU อย่างพร้อมเพียงกัน เมื่อวันที่ 27 ส.ค. ที่ผ่านมา ณ สนามกีฬาใหม่ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ซึ่งขณะจัดกิจกรรมอยู่นั้นฝนได้โปรยปรายลงมาจนเป็นภาพที่ถูกแชร์ออกไปในโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดความเข้าใจผิดเกิดขึ้น

ข้อมูลจาก มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี


ดราม่า ! ม.ราชภัฏชื่อดัง ในภาคอีสาน จัดงานรับน้อง พาเฟรชชี่ทำกิจกรรมตากฝน แสดงความรักชาติ

กลายเป็นประเด็นดราม่าในโลกออนไลน์ สำหรับภาพส่วนหนึ่งของกิจกรรมการรับน้องใหม่ ของมหาวิทยาลัยราชภัฏชื่อดังแห่งหนึ่งในภาคอีสาน ที่ให้เหล่าเฟรชชี่ปี 1 ยืนทำกิจกรรมตากฝนกลางสนาม โดยผู้ใช้งานเฟซบุ๊กชื่อ Phanuwat Thavorn ได้โพสต์ภาพเฟรชชี่ปี 1 จำนวนมากยืนทำกิจกรรมกลางสายฝน พร้อมข้อความระบุว่า “คนของพระราชา ข้าของแผ่นดิน”

ทั้งนี้ เพจดังอย่าง กระทู้ดราม่าพันทิป ยังแชร์โพสต์ดังกล่าว พร้อมข้อความตามกระแสดราม่า ระบุว่า “จัดดราม่ามาครับ กิจกรรมแบบนี้คืออะไร รักชาติรักแผ่นดิน ต้องตากฝนไหม ถ้าไม่ตากฝนแล้วไม่รักแผ่นดินเหรอ ป่วยมา ฟ้าผ่าตายห่ากันหมดใครรับผิดชอบ มันยุคสมัยไหน กิจกรรมแบบนี้

นอกจากนี้ ยังโพสต์เพิ่มเติมในความคิดเห็นด้วยว่า “พวกคุณไม่รู้กันหรอกว่า แม้บุคคลในภาพนี้จะเต็มใจที่จะทำสิ่งเหล่านี้แค่ไหน แต่ในอนาคตการเผยแพร่กิจกรรมที่ต้องเอาสุขภาพร่างกายของคนอื่นลงมาเสี่ยงกับการเจ็บป่วยแบบนี้ คุณไม่รู้กันหรอกว่าถ้าวันหนึ่งมีคนไม่โอเคกับมัน แล้วพวกเขาทำอะไรมันไม่ได้ เพราะส่งต่อกันมาจนคิดว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้อง เรื่องที่เรียกว่าธรรมเนียมที่เชื่อว่าดีงาม โดยไร้เหตุผล ทั้งที่ไม่จำเป็นอะไรเลย คุณโอเคกับวันนี้ คุณคิดถึงลูกหลาน_วันข้างหน้าที่ไม่โอเค แล้วโดนประณามว่าแค่นี้คุณทนไม่ได้ แล้วทำงานจะไปทนอะไรได้ พี่ๆ ทนมาแล้ว ทำไมทนไม่ได้ เข้าอีหรอบ Sotus ทีละนิด (ไม่ได้บอกว่านี้โซตัสนะ แต่มันจะพัฒนา) บ้างไหม ปล. ตากฝนไม่ได้หมายความว่ารักชาตินะ ผมไม่มีเจตนาจะกล่าวไปถึงเบื้องสูง หากแต่วิจารณ์ถึงการจัดกิจกรรมที่เหมาะสมเท่านั้น”

หลังจากที่ภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ความไม่เหมาะสมของกิจกรรมดังกล่าวจำนวนมาก ขณะเดียวกันก็มีบางส่วนมองว่า ไม่มีใครคาดคิดว่าฝนจะตก เป็นกิจกรรมที่ใช้ความสมัครใจ และแสดงถึงความสามัคคี

ภาพจาก Phanuwat Thavorn

MThai News