อึ้ง! วัดเมืองชลฯ ชวนขนลุก เปิดรีสอร์ทกลางป่าช้า

อึ้ง ! วัดหนองจับเต่า จ.ชลบุรี ทุ่มทุนสร้างรีสอร์ทกลางป่าช้า  สโลแกน “อัฐิธาตุรีสอร์ท รีสอร์ทแห่งความสงบสุข”

วันนี้(29 ส.ค.) มีรายงานว่า บริเวณป่าช้า วัดหนองจับเต่า ม.5 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ชาวบ้านที่ได้แวะเวียนเข้ามาทำบุญในวัด ต่างตกตะลึงเมื่อพบว่า ทางวัดได้นำเงินจากญาติโยมที่ได้ร่วมทำบุญมาสร้างเป็นรีสอร์ท ติดป้ายชื่อ “อัฐิธาตุ รีสอร์ท รีสอร์ทแห่งความสงบสุข” ตั้งตระหง่านเด่นชัด ท่ามกลางบรรยากาศสุดวังเวง ภายใต้ร่มไม้ และธรรมชาติ

โดยรีสอร์ทแห่งนี้ เป็นห้องปูนชั้นเดียว รูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ภายในใช้อิฐบล็อกก่อ 3 ชั้น และแต่ละชั้นทำเป็นช่องๆ แต่ละช่องมีรูปภาพ ชื่อเจ้าของอัฐิ และอัฐิ ห่อด้วยผ้าขาวมัดใส่ถุงพลาสติกไว้มากกว่า 100 อัฐิ ภายนอกรายล้อมไปด้วยเจดีย์บรรจุอัฐิ  เป็นห้องที่ชวนขนหัวลุกมาก

นายประมวล เป็นสุข อายุ 32 ปี สัปเหร่อของวัด หรือฉายาที่ชาวบ้านต่างเรียกขานว่า “นายป่าช้า” เล่าว่า เมื่อหลายปีที่ผ่านมา สัปเหร่อคนก่อนหน้านี้เห็นว่า ห้องเก็บอัฐินั้นทรุดโทรม จึงได้บูรณะซ่อมแซมและทาสีขึ้นมาใหม่ พร้อมกันตั้งชื่อห้องนี้ว่า “อัฐิธาตุ รีสอร์ท รีสอร์ทแห่งความสงบสุข” เนื่องจากอยากให้วิญญาณผู้เสียชีวิตมีความสงบสุข เมื่อญาติพี่น้องนำอัฐิมาฝากไว้กับวัดในวาระสุดท้าย เพื่อรอเวลาครบกำหนดรับอัฐิคืน ก่อนนำไปทำบุญครบ 100 วัน ลอยอังคาร หรือทำบุญครบปี ซึ่งภายในห้องนี้ บางอัฐิครบกำหนด 3 ปีแล้ว แต่ยังไม่มีญาติมารับกลับไป ทางวัดก็จะดำเนินการติดต่อไปยังเจ้าหน้าที่มูลนิธิ เพื่อนำอัฐิไปเข้าพิธีส่งวิญญาณต่อไป

ทั้งนี้ จุดประสงค์ของการสร้างรีสอร์ทมีชื่อระบุเด่นชัด เพื่อเพิ่มจุดสนใจให้กับผู้พบเห็น เป็นการเตือนสติให้มนุษย์ได้รู้แจ้งเห็นจริงว่า แท้จริงแล้วชีวิตคนเรานั้น คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา สังขารคนเรานั้นไม่เที่ยงแท้ เกิดขึ้นได้ก็มีดับสูญ หมั่นสร้างบุญและทำคุณงามความดี เพราะนี่เป็นสิ่งที่ติดตัวเราไปได้ตลอด อย่าใช้ชีวิตด้วยความประมาท นั่นหมายถึงสิ่งที่พร้อมจะดับสูญได้ในทุกเมื่อ

ที่มา bangkokbiznews

MThai News

‘ไพบูลย์’ เตรียมใช้ ม.44 ปรับยาบ้าเป็นประเภท 2

รมว.ยุติธรรม เตรียมใช้ ม.44 ปรับเมทแอมเฟตามีนจากประเภท 1 เป็น 2 ยัน คงโทษประหารผู้ค้าเช่นเดิม

พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “บูรณาการควบคุม (เมต) แอมเฟตามีนอย่างสร้างสรรค์และนวัตกรรมยุติธรรมตามร่างประมวลกฎหมายยาเสพติด” ว่า ทุกภาคส่วนทั้งรัฐ เอกชน และชุมชน ควรมีการพูดคุยกันเพื่อให้เกิดความชัดเจนถึงนโยบายการปราบปรามยาเสพติดว่าจะดำเนินการอย่างไร หากไม่มีการพูดคุยทำความเข้าใจให้ตรงกัน รัฐบาลก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้

725041-01
ซึ่งสิ่งสำคัญในการแก้ไขปัญหาทุกภาคส่วนต้องปรับกระบวนการทำงาน แก้ไขกฎหมายดำเนินการทั้งการป้องกันและปราบปรามควบคู่กันไป สร้างการรับรู้และความเข้าใจให้ประชาชน โดยเฉพาะเรื่องการปรับประเภทเมทแอมเฟตามีน ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของการผลิตยาบ้า จากยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ซึ่งเป็นชนิดร้ายแรง เป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 2 ชนิดทั่วไป เทียบเท่าฝิ่น และดำเนินนโยบายผู้เสพคือผู้ป่วยต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ ขณะเดียวกัน ต้องดำเนินนโยบายปราบปรามเพื่อตัดวงจรผู้ค้าอย่างจริงจัง และกำจัดแหล่งผลิตยาบ้าแหล่งใหญ่ให้ได้

ทั้งนี้หากประชาชนยังกังวลว่า ถ้ายาบ้ามีราคาถูก ลงสามารถเข้าถึงได้ง่ายก็จะทำให้มีผู้เสพเพิ่มขึ้น จึงเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ต้องสร้างการรับรู้และความเข้าใจให้กับประชาชน ขณะเดียวกันก็ต้องไม่ลดหย่อนโทษให้กับคู่ค้าโดยยืนยันว่ายังคงต้องโทษประหารชีวิต ซึ่งยังจำเป็นสำหรับประเทศไทย นอกจากนี้ ยังเตรียมใช้มาตรา 44 ในการปรับประเภทเมทแอมเฟตามีน จากยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เป็นประเภท 2

MThai News