นักวิจัยเตือนคนไทยตื่นตัว-หาความรู้อนาคตเสี่ยงเกิดดินไหวใหญ่!

นักวิจัยสกว.ชี้เหตุแผ่นดินไหวอิตาลี เมียนมาไม่เกี่ยวข้องกัน ย้ำไม่กระทบต่อรอยเลื่อนไทย แต่ประมาทไม่ได้ ชี้ อนาคตเสี่ยงเกิดแผ่นดินไหวใหญ่

วันที่ 25 ส.ค.59 เวลา 14.00น. สำนักกองทุนสนับสนุนการวิจัยจัดแถลงข่าวหัวข้อ “แผ่นดินไหวในอิตาลี-เมียนมาผลกระทบต่อตึกสูง-โบราณสถานในไทย” โดยเชิญ 4 นักวิจัย คือ รศ.ดร.ภาสกร ปนานนท์ ดร.ธีรพันธ์ อรธรรมรัตน์ รศ.ดร.นคร ภู่วโรดม และผศ.ดร.ฉัตรพันธ์ จินตนาภักดี ร่วมชี้แจงเหตุแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมา พร้อมเปรียบเทียบผลกระทบต่อประเทศไทย

โดย 4 นักวิจัยได้สรุปเหตุแผ่นดินไหวดังกล่าวว่า เหตุดินไหวใน2ประเทศไม่มีความเกี่ยวข้องกัน เพราะมีระยะห่างกันมาก จึงไม่ส่งผลกระทบต่อไทย แค่ได้รับแรงสั่นสะเทือนเท่านั้น แต่ประมาทไม่ได้ เพราะผลศึกษายังระบุไม่ชัดว่าไทยเกิดรอยเลื่อนสะสมเท่าใด และ2เหตุดังกล่าวสามารถเทียบเคียงได้กับแผ่นดินไหวที่รอยต่ออ.แม่ลาว และ อ.พาน จ.เชียงราย เมื่อปี 57 และอาจเสี่ยงเกิดขึ้นได้ในภาคเหนือของไทย และความเสียหายอาจมากหากเกิดใกล้ตัวเมือง

S__17793084

ส่วนผลกระทบเรื่องแรงสั่นสะเทือนในไทยที่ผ่านมา ประชาชนในภาคเหนือรู้สึกได้มากสุด เพราะอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ และกระทบต่อมายังอาคารสูงระดับ 15 ชั้นขึ้นไปในกรุงเทพฯ แต่ไม่รุนแรงพอที่จะสร้างความเสียหาย

S__17793083

ขณะเดียวกันได้ตั้งข้อสังเกตว่าเหตุที่เกิดในเมียนมา ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ลุ่มน้ำและดินอ่อน ซึ่งใกล้เคียงกับกรุงเทพฯที่มีลักษณะภูมิศาสตร์เดียวกัน จึงรับรู้แรงสั่นสะเทือนเหมือนกัน และเมื่อย้อนเทียบเหตุเชียงราย จะพบกราฟเเรงสั่นสะเทือนส่งถึงกรุงเทพฯมากกว่าจ.สุรินทร์ จึงเป็นข้อกังวลที่ไทยต้องเตรียมรีบมือ และออกแบบการสร้างอาคารสูงที่ได้มาตรฐานและต้านทานแรงแป่นดินไหวได้โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ

S__17793099

ทั้งนี้จากผลการศึกษาพบว่า 20ปีที่ผ่านมา ไทยเคยเกิดเหตุแผ่นดินไหวอยู่หลายครั้ง แม้ไม่เกิดผลกระทบมาก แต่อนาคตอาจได้รับผลกระทบรุนแรงได้บริเวณใกล้รอยเลื่อนที่มีพลัง เช่น ภาคเหนือ และกาญจนบุรี ซึ่งอาจลามถึงกรุงเทพได้ด้วย

S__17793100

ส่วนเรื่องโบราณสถานในไทย แม้เหตุดังกล่าวจะยังไม่สร้างผลกระทบ แต่เพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอยเช่นปี 2088,2554,2557 ที่ไทยเกิดแผ่นดินไหวโซนภาคเหนือและโบราณสถานสำคัญได้รับความเสียหาย ถึงเวลาที่ภาครัฐและประชาชนควรตื่นตัวและให้ความสำคัญในการศึกษาข้อมูลและวางแผนป้องกันเหตุดังกล่าว เพื่อลดความเสี่ยงความเสียหายในเรื่องต่างๆ เพราะโอกาสเหตุแผ่นดินไหวเกิดขึ้นกับไทยได้เสมอและไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป

MThai News

ข่าวดี ! ปตท.-บางจาก ลดราคาน้ำมันดีเซล มีผลพรุ่งนี้

ข่าวดี ! ปตท.-บางจาก ลด ‘ราคาน้ำมัน’ ดีเซล 50 สต./ลิตร มีผลพรุ่งนี้ (26 ส.ค. 2559)

วันที่ 25 ส.ค.2559 มีรายงานว่า บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ บริษัท บางจาก ปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ประกาศปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันเฉพาะดีเซล 50 สต./ลิตร ส่วนกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์คงเดิมมีผลพรุ่งนี้ (26 ส.ค. 2559) เวลา 05.00 น.

ปตทบางจาก1

ส่งผลให้ราคาใหม่เป็นดังนี้

เบนซิน 95 ลิตรละ 31.76 บาท

แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 24.65 บาท

แก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 24.38 บาท

E20 ลิตรละ 22.14 บาท

E85 ลิตรละ 17.99 บาท

ดีเซล ลิตรละ 23.69 บาท

MThai News

ร้าน ‘เลี่ยมพระ’ อาชีพงานฝีมือดั้งเดิม ที่ไม่มีวันตาย !

เรียกว่าคนไทยนั้นอยู่คู่กับความเชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาอย่างช้านาน และด้วยเหตุนี้จึงทำให้ ‘ร้านเลี่ยมพระ’ ยังคงเป็นอาชีพที่ทำเงินได้อย่างมากมาย ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับแต่ละช่วงของเศรษฐกิจเช่นกัน แต่ไม่ว่าอย่างไรสิ่งเหล่านี้ก็ไม่มีวันตาย ตราบใดที่เรายังมีศาสนา

วันนี้ MThai News จะพาคุณผู้อ่านไปรู้จักกับร้าน นารี ตลับพระ ร้านเก่าแก่ของตลาดที่ราชพัสดุ (สนามหญ้า) ถนนอัมรินทร์ ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ราชบุรี ของ คุณป้านารี และ สามี ที่เปิดมานานกว่า 50 ปี ตั้งแต่ราคาเลี่ยมพระ องค์ละ 3 บาท จนปัจจุบันราคาสูงขึ้นเป็นเท่าตัว

1

ร้าน นารี ตลับพระ เริ่มจากคุณพ่อของสามี ป้านารี เป็นช่างเลี่ยมพระมาก่อน ทำให้สามีของคุณป้า มีความสามารถไม่ต่างจากคุณพ่อ เริ่มเรียนรู้ตั้งแต่อายุได้ 12 ปี โดยสามีของคุณป้า กล่าวว่า…

สมัยก่อนความลำบากมันน่ากลัว เราเลยต้องสู้เพื่อให้มีเงินมาเลี้ยงครอบครัว โดยเริ่มศึกษาจากคุณพ่อและลองลงมือทำ ไปนั่งอยู่ข้างถนนแถวปากน้ำ รับเลี่ยมพระ อุปกรณ์ก็ไม่มีอะไรมาก เลื่อยฉลุ ตะไบ แผ่นพลาสติกแข็งที่ใช้ทำกรอบ ซึ่ง 50 ปี ก่อน แผ่นละ 3 บาท ทำได้ 10 กว่าองค์ เลี่ยมในราคาองค์ละ 3-4 บาท ได้เงินวันละ 300 – 600 บาท ถือว่าเยอะมากในตอนนั้น

9

หากถามถึงเรื่องของการลงทุนแล้วนั้น ต้องบอกเลยว่า อาชีพนี้ใช้เงินลงทุนน้อยมาก สมัยนี้ 5,000 บาท ก็สามารถทำได้แล้ว แถมยังมีกำไรที่งดงามทีเดียว แต่อาชีพนี้ขึ้นอยู่กับฝีมือล้วน ๆ และต้องมีใจรัก เนื่องจากมันคืองานศิลปะ

สิ่งสุดท้ายที่ขาดไม่ได้เลยคือ อาชีพนี้ต้องมีความรับผิดชอบสูง เพราะเราทำงานบนความเสี่ยง ซึ่งช่างทุกคนต้องสู้กับความเสี่ยง เช่น ทำพระของลูกค้า ซึ่งมีราคาสูงแตกหักเป็นรอย ก็ต้องรับผิดชอบค่าเสียหาย อาจแพงขนาดขาดทุนย่อยยับ เพราะฉะนั้นจึงต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก

สำหรับใครที่กำลังมองหา ร้านเลี่ยมพระ ที่มีฝีมือดี ๆ ขอบอกเลยว่า นารี ตลับพระ เป็นหนึ่งทางเลือกที่ต้องยกนิ้วให้ในความละเอียดของผลงาน แถมยังตรงต่อเวลา ใส่ใจ รู้ใจ ลูกค้าอีกด้วย ใครที่อยู่ใกล้ ๆ ก็สามารถแวะไปอุดหนุนกันได้นะคะ

ปิดท้ายด้วยภาพบรรยากาศจากร้าน นารี ตลับพระ 

5

6

4

2

8

7

12

13

MThai News