มติ สปท.เห็นชอบยุบรวม อบต.เข้าเทศบาล

มติ สปท. เห็นชอบปรับปรุงเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เป็นรูปแบบเดียวกันทั้งประเทศ โดยยกฐานะ อบต. ทั่วประเทศให้เป็นเทศบาล

วันนี้ 25 ส.ค. นายเกรียงยศ สุดลาภา โฆษกกรรมธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการปกครองท้องถิ่น พร้อมด้วยนายวัลภล พริ้งพงษ์ รองประธานกรรมาธิการฯ คนที่หนึ่ง แถลงข่าวว่า สปท. ได้เห็นชอบรายงานการปรับโครงสร้างองค์กรปกครองส่วนท้องถื่น ในเรื่องโครงสร้างและอำนาจหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบทั่วไป

25

และเสนอร่างพระราชบัญญิตให้ใช้ประมวลกฎหมายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และร่างประมวลกฎหมายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการปกครองท้องถิ่น

จึงได้มีการกำหนดแนวทางการปฏิรูปโครงสร้างและอำนาจหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบทั่วไป คือปฏิรูปแบบโครงสร้างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบทั่วไป โดยกำหนดให้โครงสร้างใหม่เป็น 2 รูปแบบ คือ องค์การบริหารส่วนจังหวัด และเทศบาล

ซึ่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดปฏิรูปโดยเปลี่ยนบทบาทให้เป็นหน่วยงานอำนวยการ สนับสนุน บูรณาการ ประสานงานการดำเนินการให้กับเทศบาล เป็นการทำงานในภาพรวมของจังหวัด หรือภารกิจขนาดใหญ่ที่ไม่ซ้ำซ้อนกับเทศบาล สำหรับเทศบาล

พร้อมกำหนดให้ปรับปรุงเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เป็นรูปแบบเดียวกันทั้งประเทศ โดยยกฐานะ อบต. ทั่วประเทศให้เป็นเทศบาล และจัดลำดับชั้นของเทศบาล เป็น 3 ประเภท ได้แก่ เทศบาลตำบล เทศบาลเมือง และเทศบาลนคร มีหน้าที่ในการจัดการจัดทำบริการสาธารณะและกิจกรรมสาธารณะเพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นมีความเป็นอิสระ มีหน้าที่และอำนาจโดยเฉพาะของตนเอง

โดยคำนึงถึงความสอดคล้องของการพัฒนาจังหวัดและประเทศเป็นส่วนรวม ทั้งนี้เมื่อยกฐานะ อบต. แล้วจะทำให้ท้องถิ่นมีศักยภาพ และมีประสิทธิภาพในการให้บริการและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างมีคุณภาพ ทั่วถึงเท่าเทียมกันมากยิ่งขึ้น

ขอบคุณ PR. รัฐสภา

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News

คลิปหนุ่มขับเก๋งเบียด จยย. จนล้ม ก่อนใช้ไม้กอล์ฟไล่หวดผู้ขับขี่

ตำรวจขอนแก่นออกหมายเรียก คนขับเก๋งปาดหน้ารถจักรยานยนต์ จนล้มริมทางเท้า แถมยังลงรถ ใช้ไม้กอล์ฟวิ่งทำร้ายผู้ขับขี่ จักรยานยนต์คู่กรณี

จากกรณีที่มีภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกภาพรถเก๋งสีขาวขับปาดหน้ารถจักรยานยนต์จนล้ม จากนั้นคนขับรถเก๋งลงมาจากรถ ใช้ไม้กอล์ฟวิ่งเข้ามาจะทำร้ายร่างกายคนขับรถจักรยานยนต์ ก่อนดึงเอากุญแจรถจักรยานยนต์ขึ้นรถเก๋งขับหนีไป โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นบนถนนเส้นหนึ่งในพื้นที่ จ.ขอนแก่นนั้น

รถชน, ข่าวอุบัติเหตุ, ข่าวจังหวัดขอนแก่น

ล่าสุดผู้เสียหายจากกรณีดังกล่าวได้เดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้ช่วยติดตามคนร้ายมาดำเนินเนินคดี ก่อนทราบชื่อผู้เสียหายในเวลาต่อมาคือ สิบตำรวจปฏิพัทธ์ คำอดุลย์ อายุ 23 ปี ทั้งนี้จากการสอบสวนผู้เสียหายให้การว่า สาเหตุของเรื่องน่าจะเกิดขึ้นจากผู้ต้องหาไม่พอใจที่ตนขับรถเลี้ยวบริเวณแยกจนเกือบจะทำให้เกิดอุบัติเหตุ จากนั้นคนร้ายก็ได้ขับรถตามตูดมาเรื่อยๆ พร้อมบีบแตรไล่เสียงดัง ก่อนจะเบียดรถตนจนล้มและทำร้ายอย่างที่เห็นในคลิป ทั้งนี้ตนยืนยันว่าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด เพื่อเป็นตัวอย่างและเข็ดหลาบจะได้ไม่ไปก่อเหตุซ้ำกับใครอีก

เบื้องต้นจากการสืบสวนทราบว่า รถเก๋งคันดังกล่าวเป็นของนักศึกษาชั้นปีที่4คณะวิทยาการจัดการ สาขาการจัดการกอล์ฟ ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น ซึ่งทางพนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกไปแล้วเป็นครั้งที่ 2 แล้ว แต่ยังไม่เข้ามาให้ปากคำ ซึ่งหากยังไม่มีการให้ปากคำเจ้าจะหน้าจะขอศาลออกหมายจับต่อไป

ภาพและคลิปจาก ตระเวนข่าว3

ร้องกองปราบ ถูกเพื่อนเชิดเงินลอตเตอรี่รางวัลที่ 1

ผู้เสียหายร้องกองปราบ ถูกเพื่อนเชิดเงินลอตเตอรี่ รางวัลที่ 1 กว่า 30 ล้านบาท หลังหุ้นกันซื้อเลขชุด 5 คู่

วันนี้(25 ส.ค.) นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม นำ นางเรวดี หาแก้ว และ นางวิไลพร รัตนะติสร้อย เข้าร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม หลังถูกเพื่อนยักยอกสลากกินแบ่งรัฐบาล ที่ถูกรางวัลที่ 1 จำนวน 5 คู่ รวมเป็นเงิน 30 ล้านบาท

นางเรวดี เล่าว่า เมื่อวันที่ 28 มีนาคม ที่ผ่านมา ตนกับ นางวิไลพร และ นางสุดารัตน์ (สงวนนามสกุล) ซึ่งทั้งหมดเป็นเพื่อนอยู่บ้านใกล้กัน ได้ร่วมกันซื้อสลากฯ เลข 066720 ประจำงวดวันที่ 1 เมษายน 2559 จำนวน 5 คู่ เป็นเงิน 500 บาท โดยตนเป็นคนออกเงินทั้งหมดให้ก่อนและเซ็นชื่อสลักหลังสลากฯ 2 คู่ และให้ นางสุดารัตน์ เป็นผู้เก็บสลากฯ ทั้งหมดไว้ เมื่อถูกรางวัลที่ 1 ตนจึงติดต่อเพื่อขอสลาก 2 คู่ ในส่วนของตนไปขึ้นรางวัล จำนวนกว่า 12 ล้านบาท แต่กลับถูก นางสุดารัตน์ อ้างว่าไม่ได้ซื้อเลขดังกล่าว ขณะที่ นางวิไลพร เผยว่า ตนหุ้นซื้อสลากเลข
เดียวกัน 1 คู่ เป็นจำนวนเงิน 6 ล้านบาท ก็ถูก นางสุดารัตน์ บ่ายเบี่ยงเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ ในช่วงบ่ายวันนี้ นายอัจฉริยะ จะนำผู้เสียหายไปที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อขอตรวจสอบสลากกินแบ่งรัฐบาลที่กลุ่มผู้ถูกกล่าวหานำไปขึ้นเงินด้วยว่ามีข้อพิรุธหรือไม่

ที่มา INN

MThai News