ไปรษณีย์ไทย ยัน ไม่มีนโยบายปรับขึ้นค่าบริการ

ไปรษณีย์ไทย เผย ขณะนี้ยังไม่มีนโยบายปรับค่าบริการเพิ่ม พร้อมเร่งปรับปรุงคุณภาพบริการเพื่อก้าวสู่ไทยแลนด์ 4.0 

นางสมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย กล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.การพัฒนาการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. … เพื่อปฏิรูปและสร้างกลไกควบคุมดูแลรัฐวิสาหกิจ 12 แห่ง ว่า จากนี้ไปรษณีย์ไทยต้องปรับตัวรับความท้าทาย โดยเฉพาะการที่รัฐบาลผลักดันให้ไทยเข้ายุค 4.0 ที่ให้การส่งเอกสารหรือจดหมายทำผ่านระบบออนไลน์มากขึ้น

japut2

รวมถึงบริการส่งพัสดุออนไลน์ที่มีคู่แข่งเป็นจำนวนมาก บริษัทฯ จึงต้องปรับปรุงคุณภาพบริการ พร้อมใช้ข้อได้เปรียบด้านการมีเครือข่ายการขนส่ง และที่ทำการที่ครอบคลุมทั่วประเทศ เชื่อว่าจะทำให้สิ้นปีนี้มีผลกำไรจากการดำเนินงานถึง 3 พันล้านบาท หลังครึ่งปีแรกมีกำไรแล้ว 1,670 ล้านบาท ทั้งนี้ ในส่วนค่าบริการนั้น ขณะนี้ทางด้านบริษัทไปรษณีย์ไทย ยังไม่มีนโยบายที่ปรับขึ้นค่าบริการแต่อย่างใด หลังจากที่ได้มีการปรับขึ้นค่าบริการไปเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2547

นางสมร ยังเปิดเผยว่า ได้ร่วมกับบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ หรือ เครดิตบูโร เปิดให้บริการตรวจเครดิตบูโรด้วยระบบออนไลน์ แบบเรียลไทม์ตั้งแต่วันนี้ ณ ที่ทำการไปรษณีย์กว่า 121 สาขาทั่วประเทศ ซึ่งวิธีดังกล่าวถือเป็นช่องทางใหม่ล่าสุดในการตรวจเครดิตบูโรแบบสรุป

เพื่อให้ประชาชนได้ใช้บริการอย่างทั่วถึง รวดเร็วและสะดวกสบายมากขึ้น ประชาชนเข้าถึงการตรวจสอบข้อมูลด้านสินเชื่อของบุคคลธรรมดา ก่อนการขอสินเชื่อต่อธนาคาร บริษัทเงินทุน และสถาบันการเงินต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว เพียงใช้บัตรประชาชนของตนเองในการใช้บริการดังกล่าว

โดยวิธีการในการขอตรวจสอบ ผู้ใช้บริการจะต้องยื่นบัตรประชาชนให้กับเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ ที่เคาน์เตอร์ให้บริการ ณ ที่ทำการไปรษณีย์ เพื่อนำบัตรประชาชนแบบ Smart Card เสียบเข้าเครื่องอ่านข้อมูล โดยใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที ก็ทราบผลการตรวจสอบข้อมูลเครดิตแบบสรุปได้ทันที และจะออกมาเป็นใบเสร็จโดยย่อ ซึ่งไม่คิดค่าธรรมเนียมในการดำเนินการ

ทั้งนี้ หากผู้มาใช้บริการต้องการขอรับรายงานเครดิตบูโรฉบับเต็ม จะมีค่าบริการ 150 บาทต่อครั้ง และจะได้รับรายงานดังกล่าวกลับภายใน 7 วัน สำหรับการส่งทางไปรษณีย์แบบลงทะเบียน เฉพาะรายการลูกค้าบุคคลธรรมดา ยื่นขอตรวจของตนเองเท่านั้น

ที่มา  INN

ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy

MThai News

สาวโพสต์เตือน!! น้ำโซดาผสมมะนาวกรดเจอกรด กินมากไปอาจตายได้

สาวโพสต์เตือน! ให้ระมัดระวังเกี่ยวกับการกินน้ำโซดาผสมมะนาว กินมากไปอาจเป็นอันตรายต่อชีวิต

วันนี้ (25 ส.ค.) ผู้คนบนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์เรื่องราว ของสมาชิกเฟซบุ๊ก ศิริจิตร์ พวงภู่ ที่ได้มีการโพสต์ข้อความเตือนให้ระมัดระวังเกี่ยวกับการกินน้ำโซดาผสมมะนาว หลังคุณย่าของเธอกินเพราะเชื่อว่ามันช่วยยับยั้งไม่ให้เกิดโรคมะเร็ง แต่สุดท้ายผลปรากฏว่า อ้วกเป็นเลือดจนต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล

cats

ข้อความทั้งหมดมีดังนี้ …

อยากจะบอกให้ทุกคนได้ทราบถึงภัยออนไลน์ที่ไปหลงเชื่อกิน น้ำโซดาผสมมะนาว ช่วยยับยั้งไม่ให้เกิดโรคมะเร็ง นี่คือผลของคนที่เชื่อคือ ย่าเรานั่นเอง อ้วกที่ถ่ายรูปนี้คือ 1 ใน 3 กองเท่านั้น ถ้าไปโรงพยาบาลไม่ทันอาจตายได้ ย่าบอกกินแล้วรู้สึกชอบเพราะมันเลอดี ไม่แน่นท้อง ไม่หิวข้าว น้ำหนักลดลง สบายตัวดี

ก่อนหน้าที่จะเป็นแบบนี้ไม่มีอาการอะไรเลย ไม่ปวดท้องไม่เจ็บท้อง จนวันจันทร์ที่ผ่านมาตื่นมาแล้วจุกท้องแล้วก็คลื่นไส้อ้วกเป็นเลือด หมอบอกกินจนกระเพาะเป็นแผล เพราะโซดากับมะนาวต่างเป็นกรดทั้งคู่ อันนี้ผลออกมาชัวร์แล้วถึงได้มาแชร์ประสบการณ์ ใครที่กินอยู่คุณลองคิดสักนิดว่าจะกินต่อดีหรือไม่ อาจจะตายเพราะโซดาผสมมะนาวก่อนมะเร็งจะมาเยือนก็เป็นได้

MThai News

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก สมาชิกเฟซบุ๊ก ศิริจิตร์ พวงภู่

จ่อถกแนวทางแก้ปัญหาค่าไฟผู้เช่าหอพัก-อพาร์ตเมนต์สูง

กกพ.เตรียมถกแนวทางแก้ไขปัญหา ค่าไฟ ของผู้เช่าหอพัก-อพาร์ตเมนต์สูง รับไม่มีอำนาจตามกฎหมายดูแลที่อยู่อาศัย

นายวีระพล จิรประดิษฐกุล กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) หรือ เรกูเรเตอร์ เปิดเผยว่า แนวทางในการแก้ไขปัญหากรณีที่ประชาชนผู้เช่าหอพัก อพาร์ตเมนต์ ห้องเช่า ร้องเรียนการคิดอัตราค่าไฟสูงมาก ประมาณหน่วยละ 8-9 บาท สูงกว่าอัตราค่าไฟฟ้าบ้านที่อยู่อาศัยที่คิดอัตราหน่วยละ 3.76 บาทนั้น

87

ล่าสุด กกพ. เตรียมหารือกับการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ทั้งนี้ ยอมรับว่า กกพ. ไม่มีอำนาจตามกฎหมายดูแลที่อยู่อาศัยที่ไม่มีการขอเลขที่บ้าน และที่ผ่านมาไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาที่เกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม สำหรับแนวโน้มค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ (เอฟที) ปี 2560 มีทิศทางขาขึ้นตามต้นทุน เนื่องจากราคาก๊าซธรรมชาติจะเริ่มทรงตัว ขณะที่จะมีโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนเข้าสู่ระบบอีกกว่า 10,000 เมกะวัตต์ รวมถึงโครงการลงทุนโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่จะเริ่มสะท้อนต้นทุนค่าไฟฟ้าในปี 60 ได้

ที่มา  INN

ติดตามข่าวเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com/economy

MThai News