สมาคมจิตแพทย์เผย! “โรคเก็บสะสมของ” ชอบเก็บ-ไม่กล้าทิ้ง พบมากในคนโสด

สมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทยเผย! “โรคเก็บสะสมของ” ชอบเก็บ-ไม่กล้าทิ้ง พบมากในคนโสด

แฟนเพจ สมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย ได้มีการโพสต์บทความเกี่ยวกับพฤติกรรมการเก็บสะสมของเก่าจนทำให้บ้านเละเทะว่า นั่นเป็นอาการของ โรค hoarding disorder เป็นโรคที่เพิ่งถูกเพิ่มเข้ามาใหม่ในเกณฑ์วินิจฉัยโรคทางจิตเวช (DSM 5) เมื่อปี พ.ศ. 2556

14102190_893100724127278_9020023283982065404_n

ข้อความที่ สมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย ระบุมีดังนี้ …

หลายคนน่าจะเคยเห็นในรายการทีวีบ่อย ๆ ที่มีคนกลุ่มหนึ่งที่มีปัญหาเก็บสะสมของในบ้านเยอะซะจนล้นเละเทะไปหมด วันนี้เรามารู้จักโรคหนึ่งที่มีอาการแบบนั้นกันครับ โรค hoarding disorder เป็นโรคที่เพิ่งถูกเพิ่มเข้ามาใหม่ในเกณฑ์วินิจฉัยโรคทางจิตเวช (DSM 5) เมื่อปี พ.ศ. 2556 นี้เอง ก่อนหน้านี้ยังไม่มีเกณฑ์การวินิจฉัยโรคนี้มาก่อน
ด้วยเหตุว่าเป็นโรคใหม่ ในภาษาไทยจึงไม่มีศัพท์ที่ใช้เรียกอย่างเป็นทางการ ดังนั้นผมเลยตั้งชื่อเองไปก่อนว่า “โรคเก็บสะสมของ” ละกันนะครับ

พบได้บ่อยแค่ไหน? 

การศึกษาในต่างประเทศ พบโรคเก็บสะสมของได้ประมาณ 2-5% ในคนทั่วไป คนที่เป็นส่วนใหญ่มักจะเป็นคนโสด (ถ้าอ่านอาการแล้วจะเข้าใจครับว่าทำไมส่วนใหญ่ถึงโสด) โดยมักจะเริ่มเป็นตั้งแต่วัยรุ่นและเป็นต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ

อาการของโรค

1. เก็บของไว้มากเกินไป แม้ว่าของนั้นจะดูไม่ค่อยมีประโยชน์ หรือมีโอกาสใช้ประโยชน์น้อยมาก

2. มีความยากลำบากในการทำใจที่จะทิ้งของ (ตัดใจทิ้งของไม่ได้) โดยส่วนใหญ่เกิดจากความคิดว่า …. “ยังอาจจำเป็นต้องใช้” “อาจจะได้ใช้” …… (ทั้ง ๆ ที่ก็ไม่เคยได้ใช้หรอก) หรือทิ้งแล้วจะรู้สึกไม่สบายใจ ก็เลยไม่ทิ้ง

3. ของที่สะสมมีเยอะมากจนรบกวนการใช้ชีวิต หรือทำให้เกิดอันตราย เช่น วางบนพื้นห้องจนไม่มีที่เดิน, วางท่วมล้นบนโต๊ะทำงานจนทำงานบนโต๊ะไม่ได้ หรือของเยอะจนทำให้เจ็บป่วยบ่อย เป็นต้น

ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักไม่คิดว่าตัวเองผิดปกติ ส่วนมากมองว่าการเก็บของของตัวเองนั้นสมเหตุสมผล (แต่คนอื่นหรือเพื่อนบ้านจะทนไม่ได้ -_-”)

สิ่งสะสมที่พบได้บ่อยได้แก่ หนังสือ นิตยสาร เสื้อผ้า ถุงพลาสติก และขวดต่างๆ ซึ่งการเก็บของนี้จะเยอะเกินกว่าปกติของคนทั่วไป เช่น เก็บจนล้นกองเต็มทั่วบ้าน เป็นต้น  (คนปกติบางคนอาจจะสะสมของบางอย่าง เช่น ชอบสะสมหนังสือ แต่สามารถเก็บวางไว้ในตู้ หรือจัดเก็บได้อย่างเรียบร้อยจะไม่ถือว่าเป็นโรคนี้ )

การสะสมของจำนวนมากๆ แบบนี้หลายครั้งมักทำให้เกิดอันตรายตามมา เช่น บาดเจ็บเพราะหนังสือล้มทับใส่ ห้องรกจนเป็นภูมิแพ้รุนแรง หรือสกปรกจนติดเชื้อ เป็นต้น

การดำเนินโรค

โดยทั่วไปโรคสะสมของนี้มักเริ่มมีอาการตั้งแต่วัยรุ่น และเป็นต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ ตลอดชีวิต เพียงแต่โดยส่วนใหญ่ตอนวัยรุ่นอาจจะไม่เป็นปัญหารุนแรงมากนักเพราะของที่สะสมมักจะยังไม่มาก (เพราะเพิ่งเริ่มสะสม) แต่จะเริ่มเป็นปัญหาหนักเมื่อวัยผู้ใหญ่ เพราะของที่สะสมจะเยอะมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนใหญ่พบว่าโรคจะเป็นลักษณะเรื้อรัง ไม่หายขาด โดยอาการอาจจะเป็นเยอะขึ้นเป็นบางช่วง โดยเฉพาะช่วงที่มีความเครียดมักจะมีการสะสมของมากขึ้น

การรักษา

โรคนี้การรักษาด้วยยาพบว่าได้ผลเล็กน้อย โดยยาที่ใช้เป็นยากลุ่มยาต้านเศร้า (antidepressant) ส่วนการรักษาที่ดีที่สุดในปัจจุบันคือการการสอนการตัดสินใจ(ในการเก็บ/ทิ้งของ) การจัดกลุ่ม และการสอนวิธีการเก็บของที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงฝึกให้ทนได้กับการทิ้งของ ซึ่งพบว่าวิธีการเหล่านี้สามารถช่วยลดของที่สะสมลงได้เกือบ ๆ 1 ใน 3 (ซึ่งก็ถือว่าเยอะแล้ว)

MThai News

สาวโพสต์เล่า เพื่อนถูก รปภ. หอพัก บุกเข้าห้องหวังข่มขืน !

สาวโพสต์เล่าเหตุการณ์ของเพื่อนสาว ถูก รปภ. หอพัก บุกเข้าห้องหวังข่มขืน

กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักอยู่ในโลกออนไลน์ขณะนี้เลยก็ว่าได้ หลังมีผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก Jeranun Into โพสต์เล่าเหตุการณ์ของเพื่อนที่ถูก รปภ. หอพัก บุกเข้าห้องหวังข่มขืน โดยตนและเพื่อนไปเที่ยวกันแต่เพื่อนไม่ไหวจึงขอกลับก่อน และมีเพื่อนผู้ชายมาส่ง พอมาถึง รปภ. กลับไล่ไม่ยอมให้อยู่ เพื่อนผู้ชายไม่ได้คิดอะไรเลยกลับไป ซึ่งหลังจากนั้น รปภ. น่าจะถือโอกาสนี้บุกเข้าห้อง แต่เพื่อนสาวของตนขัดขืนเลยรอดมาได้

ทั้งนี้ หลังจากเรื่องดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ลงบนโลกออนไลน์ ชาวเน็ตต่างพากันเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างมากมาย โดยส่วนใหญ่ต่างรู้สึกกลัว เพราะแม้แต่ รปภ. ที่รักษาความปลอดภัยยังไว้ใจไม่ได้ พร้อมแนะนำให้ตามหอพัก โดยเฉพาะผู้หญิง จ้างคนที่ไว้ใจได้ หรือจ้างจากบริษัทที่เชื่อถือได้ เพื่อความปลอดภัยจะดีกว่า

52

53

54

MThai News

5 อันดับข่าวที่ถูกแชร์มากที่สุด ประจำวันที่ 24 สิงหาคม 2559

สรุปข่าวเด่นที่เกิดขึ้นในช่วงวันที่ 24 สิงหาคม 2559 ซึ่งมีประเด็นข่าวที่น่าสนใจและน่าติดตามอีกหลายเรื่อง ทั้งกระแสสังคมและเหตุบ้านการณ์เมืองหลายเรื่อง ทางทีมข่าวเอ็มไทยนิวส์ จึงได้คัดเนื้อหารวมไว้เป็น 5 ข่าวเด่นที่มีคนแชร์และพูดถึงมาที่สุดในช่วงวัน มานำเสนอให้ผู้อ่านได้ติดตามกันต่อว่า สุดท้ายแล้ว ประเด็นเหล่านี้จะไปในทิศทางไหนและจะมีอะไรคืบหน้าบ้าง เพื่อที่ผู้อ่านจะได้ไม่ตกข่าว . .
1. แผ่นดินไหวในเมียนมา สร้างความเสียหายของเจดีย์ในพุกาม กทม.-เชียงใหม่ รับรู้แรงไหว

แผ่นดินไหวพม่า,

เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.8 แมกนิจูด ลึก 10 กม. ขึ้นที่ประเทศเมียนมา ห่าง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน 509 กม. ทำตึกสูงหลายในประเทศไทย ทั้งกทม. และ เชียงใหม่ รับรู้ถึงแรงสั่นไหว ถึงขั้นพนักงานหลายบริษัทต้องหนีตายลงจากตึก ขณะที่ความคืบหน้าอื่นๆ ติดตามได้จากข่าวนี้ อ่านต่อ >>>

2.สุนัขหน้าเซเว่น ขย้ำหน้าเด็กแผลเหวอะ จี้ส่วนเกี่ยวข้องจัดการ

หมากัด, เซเว่น

3.มนุษย์ป้าสุดแสบ แอบเปลี่ยนรหัสคอมพ์บริการฟรี ตั้งไว้ใช้ส่วนตัว!

คอมพิวเตอร์, ข่าวตำรวจ, ข่าวจังหวัดนนทบุรี

4.ช้ำหนัก ! 2 สามี-ภรรยา โวยปลูกบ้านหรู 23 ล้าน แต่โดนเวนคืนได้แค่ 9 ล้าน

5.อ.ศศิน เผยข้อมูลผืนป่าประเทศไทย เหลือเพียง 32%

แผนที่ประเทศไทย,