“เค้าเลี้ยงเรามาจนโตได้ วันหนึ่งเขาล้มป่วย ทำไมเราจะเลี้ยงดูเขาไม่ได้ แม้ชีวิตเราจะลำบากยากจนอยู่แล้ว ไหนจะตัวคนเดียว ต้องเลี้ยงลูกน้อยอีก 3 คน แต่ก็ไม่เคยท้อ ขอสัญญาหนูจะดูแลพ่อจนลมหายใจสุดท้ายของเขา”
คำกล่าว ของคุณพิลาวรรณ ทองมา “แนน” วัย 30ปี สาวเย็บผ้าสุดกตัญญู-ผู้สู้ชีวิตรับภาระเลี้ยงลูกน้อยทั้ง 3 โดยลำพัง ซ้ำยังต้องคอยดูแลพ่อที่ป่วยเป็นอัมพาตนอนติดเตียงไม่สามารถลุกไปไหนได้อยู่ภายในห้องพักย่านปทุมธานี
3 ชีวิตน้อยๆยังรอคอยการเลี้ยงดูให้เติบใหญ่ กับ 1 ชีวิตไม้ใกล้ฝั่งหวังทายาทสักคนใดไม่ใจร้ายทอดทิ้ง นับเป็นบทพิสูจน์สุดยิ่งใหญ่ของสาวผู้นี้ ซึ่งต้องทำหน้าที่ “แม่” ควบคู่กับการทำหน้าที่ “ลูก” ให้ดีที่สุด ด้วยแรงกายและหัวใจในการขับเคลื่อนสารพัดปัญหาให้ก้าวผ่านชะตากรรมนี้ไปได้อย่างปกติสุข
ย้อนไปใครจะเชื่อ ชีวิตรักครองคู่หนุ่มสาวกำลังสดใสพร้อมพยานรักทั้งสาม ที่เกิดมาท่ามกลางความพอมีพอกินของครอบครัว เรื่องราวกลับพลิกผันเมื่อ “บุคคลที่สาม” เข้ามาพักพิงใต้ชายคา เหตุเพราะบุพการีฝ่ายหญิง คุณประเสริฐ ทองมา วัย 70ปี เกิดประสบอุบัติเหตุรถล้มถึงขั้นอัมพฤต ซ้ำร้ายคิดน้อยใจห่วงเป็นภาระลูกหลานจนคิดฆ่าตัวตายด้วยการกระโดดตึกลงมา แต่ชะตากรรมกลับยังไม่ถึงฆาต โรคอัมพาตจึงกัดกินทั่วร่างกาย สุดท้ายบั้นปลายไร้ใครเหลียวแล เพราะลูกหลานแต่คนต่างก็มีปัญหาและภาระ

แต่…ลูกสาวคนสุดท้องกลับชนะได้ใจผู้เป็นพ่อ ขอมาเลี้ยงดูปูเสื่อในถิ่นตน 6 ชีวิตถูกกระจุกอยู่ในห้องพักเก่าๆ ความคับแคบอึดอัดเริ่มปรากฏ ยิ่งรันทดทั้งเรื่องเวลาและเงินทอง เสียงคนแก่-เสียงเด็กต่างร้องขอการเอาใจ ไหนจะมีปากเสียงกับสามีกันทุกวัน รอยร้าวความสัมพันธ์ยิ่งทวี ในที่สุดจำหนีหอบผ้าผ่อนตะลอนนำเด็กเล็กยันคนแก่หาที่อยู่ใหม่ ไร้ซึ่งแล้วเสาหลักจากนี้ต้องพึ่งพาตนเอง สองมือจะบรรเลงด้วยเข็มด้าย ส่วนสองเท้าจะคอยปั่นจักรสาน งานเย็บผ้าแม้สร้างรายได้ไม่กี่ร้อย แต่ยังคอยช่วยต่อลมหายใจ 5 ชีวิตได้รายวัน
“ตอนนั้นอยู่กับแฟน มีลูก3คน ก็หาเช้ากินค่ำไปวันๆ พอนำพ่อมาเลี้ยงดูก็มีปัญหาเรื่องเงินหนี้สินมากขึ้น มีปากเสียงไม่เข้าใจกันบ่อย จึงเลิกรากัน หอบลูกหอบพ่อมาอยู่ห้องเช่าใหม่ มาแต่ตัวเงินไม่มี ขอผลัดค่าห้อง เขาก็สงสาร มาของานเย็บผ้าทำ เขาก็เห็นใจ ได้วันละ300บาท ก็คอยประหยัดกิน เพราะค่าใช้จ่ายมาก ทั้งค่าเช่า ค่ากิน สารพัดค่าใช้จ่ายทั้งของลูกของพ่อ ไม่พอเลย จนทุกวันนี้เป็นหนี้ยืมสินมากมาย ไม่รู้จะหาที่ไหนมาชดใช้แล้ว หลายปีก่อนภาระหนักมากๆ เพราะหมดค่านมลูก และยังมาหมดค่ายาและแพมเพิสพ่อ พอลูกโตพอเข้าโรงเรียนได้ ก็มีค่าเทอมอีก โชคดีที่ทางญาติแฟนเก่าเข้ามาช่วยบ้าง แต่ค่าอื่นๆทั้งหมดยังเป็น ของเรา เงินเท่านี้ไม่พอ ต้องขยันทำโอที แทบไม่มีเวลาดูพ่อดูลูก ต้องขอเจ้านายปลีกตัวขึ้นมาดูพวกเขาเสมอ ยังที่เขาเห็นใจ ไม่งั้นหนูคงแย่และไม่รู้ว่า ลูกๆกับพ่อจะอยู่กันยังไง หากเราไม่มีเวลาดูแล”

ระยะหลังเรื่องของลูกๆพอยังอุ่นใจ เพราะพวกเขาต่างเข้าโรงเรียนและเริ่มดูแลตัวเองกันได้มากขึ้น หนักตรงเป็นเรื่องค่าใช้จ่ายและหนี้สินสารพัดที่เธอหยิบยืมมาเพื่อประทังปากท้องคนในครอบครัว เมื่อเด็กๆเริ่มดูแลตัวเองกันได้ แต่คนแก่กลับต้องนอนติดเตียงลุกเหินเดินไปไหนไม่ได้และยากจะช่วยเหลือตัวได้ เธอต้องนำเวลางานแต่ละวันมาคอยป้อนข้าวป้อนนำ อุ้มพาอาบน้ำ เปลี่ยนแพมเพิส และทำทุกสิ่งสารพัดเพื่อให้พ่อได้นอนอย่างสบาย
แต่ความสบายนี้กลับทำให้เกิดแผลกดทับเสี่ยงการติดเชื้อและโรคแทรกซ้อนอื่นๆได้ ยิ่งนานวันแผลกลับลุกลามไปยังจุดอื่นๆ ยิ่งทำให้เธอเป็นห่วงอาการของพ่อเสมือนทรุดลงอย่างต่อเนื่อง จากที่ยังสื่อสารพอรู้เรื่อง ขณะนี้เริ่มไม่พูดจา เหม่อลอย ไม่ทาน อาหาร ซึ่งสิ่งเธอพอจะสื่อสารและรับรู้จากพ่อได้ในแต่วันที่พบหน้ากัน นั่นคือ “รอยยิ้่ม และรอยน้ำตา”
“เหนื่อยไหม เหนื่อยนะ ไหนจะงาน ไหนจะลูก ไหนจะพ่อ เห็นลูกๆเรายิ้มเราหัวเราะ เห็นพ่อเราทุกข์เราสงสาร เห็นเขาทรมานเราก็เจ็บปวด ยิ่งรู้ว่าหลังๆเหมือนพ่อหมดกำลังใจ เหมือนพ่อสงสารเรา เริ่มปล่อยตัวเอง ไม่กินไม่นอน เอาแต่เหม่อลอย เราก็ยิ่งต้องหาเวลามาดูแลให้มากขึ้น ถามว่ารักพ่อไหม ตอบเลยรักมากที่สุด แม้เราจะลำบาก แต่เราก็อดไม่ได้ที่จะทิ้งเขา ยิ่งเขาป่วยเป็นแบบนี้ เราต้องดูแลเขา แต่เล็กจนโตเขาเลี้ยงเรามาได้ แล้วทำไมเราจะเลี้ยงเขาไม่ได้ แม้เราจะลำบาก ก็อดหยากไปด้วยกัน ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ขออยู่ดูแลจนลมหายใจสุดท้ายของเขา หนูสัญญา”

ลองถามใจเราดู หากตกในชะตากรรมเดียวกับ “คุณแนน” เราจะเลือกอะไร? เลือกตัวเองเป็นสำคัญ หรือ เลือกครอบครัว หรือ เลือกแค่ตัวเราและพยานรัก หรือ เลือกบุพการีและละทิ้งทุกสิ่ง หรือ ขอรับไว้ทั้งหมดไร้การทอดทิ้งใคร จะเลือกข้อใด ไม่มีผิด ขึ้นอยู่กับเหตุผลของแต่ละคน มนุษย์เราล้วนมีเส้นทางเดินของตนเอง
แต่สาวเย็บผ้าผู้นี้ เธอเลือกแล้วบนเส้นทางที่เดินแบบหกล้มคลุกคลาน แต่สำราญใจในกุศลที่กตัญญูต่อคุณบุพการี และชุบชีวีทายาททั้งสามให้เติบใหญ่ตามรอยเท้าสาวนักสู้เช่นเดียวกับเธอ แม้ครอบครัวไม่สมบูรณ์แบบไร้ซึ่งผู้เป็นพ่อ แต่เธอไม่เคยท้อ ขอทำหน้าที่ให้ดีที่สุด แม้ชีวิตนี้ต้องสู้โดยลำพัง แต่เธอยังมีพ่อและลูกๆกำลังใจ และยังได้รับเสียงชื่นชมจากเพื่อนร่วมงานและชาวบ้านต่างสงสารและยกนิ้วให้ในการเป็นต้นแบบของคนรุ่นใหม่หัวใจคุณธรรมที่ค้ำจุนบุพการีและ-ไม่ทอดทิ้งคนในครอบครัว

MThai News ขอเป็นกำลังใจและสื่อกลางส่งต่อความช่วยเหลือ หากผู้ใจบุญใดต้องการช่วยเหลือ พิลาวรรณ ทองมา บริจาคผ่านบัญชี น.ส.พิราวรรณ ทองมา เลขบันชี 305-405556-8 ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ บริจาคสิ่งของช่วยเหลือได้ โดยเฉพาะแพมเพิสไซต์ผู้ใหญ่ และ สิ่งของอุปโภคบริโภคต่างๆ ได้ที่ 471 ถ.เลียบคลอง ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ติดต่อสอบถาม 091-7204929 (แนน) / 080-775-3230 (ปรเมศร์ มีสมภพ)
เรื่อง/ภาพ …. ชัยพัฒน์ แกล้วทนงค์
แจ้งเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ ช่วยเหลือสังคม ได้ที่ news.mthai.com@gmail.com
ติดตามสกู๊ปข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com
MThai News
