ชื่นชม ! ‘เฉินหลง’ร่วมบริจาคเงิน 2.4ล.ช่วยน้ำท่วมภาคใต้

“เฉินหลง” บริจาคช่วยน้ำท่วมใต้ 5 แสนเหรียญฮ่องกง หรือ 2.4 ล้านบาท พร้อมเผยเคยโตที่เยาวราช ขอบคุณคนไทยมีน้ำใจ – แฟนคลับแห่ชื่นชม

ซุปตาร์ระดับโลก “เฉินหลง” หรือ “แจ็คกี้ ชาน” เดินทางเข้าร่วมงาน #ตัดช่วยใต้ หลังจากที่ ได้เดินทางมาเมืองไทยเพื่อเปิดตัวภาพยนตร์ “กังฟูโยคะ” (KUNG FU YOKA) พร้อมร่วมบริจาคเงิน 5 แสนเหรียญฮ่องกง หรือเท่ากับเงินไทยประมาณ 2.4 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือพี่น้องชาวใต้ที่ประสบภัยน้ำท่วม โดย “เฉินหลง” ได้เผยว่า ตนเองเคยเติบโตที่เมืองไทยย่านเยาวราช ซึ่งซาบซึ้งในน้ำใจของคนไทยเป็นอย่างมาก แม้ว่าตอนนี้จะเป็นดารามีชื่อเสียง แต่ก็คิดว่าเมืองไทยเป็นเหมือนบ้านหลังที่สอง ซึ่งหากมีอะไรที่ตนพอช่วยได้ก็พร้อมที่จะช่วย

“ผมรู้สึกดีใจมากที่ได้มาประเทศไทยในวันนี้รวมทั้งได้มาร่วมงานนี้ด้วย ซึ่งเป็นงานบุญที่ผมเต็มใจและมีความสุข สำหรับคนที่มาช่วยบริจาคไปก่อนหน้านี้แล้วซึ่งทราบว่าเป็นตัวเลขประมาณ 3 ล้านกว่าบาท ผมอยากจะฝากบอกทุกคนว่า เป็นเพราะพวกคุณที่ทำให้โลกของเราถึงได้สวยงาม”

โดยงาน #ตัดช่วยใต้นั้น เป็นการจัดงานในความร่วมมือของ “วู้ดดี้ – วุฒิธร มินลินทจินดา” ที่จับมือกับทีม “ตือ – สมบัษร ถิระสาโรช” รวบรวมช่างตัดผมชื่อดังของประเทศ ช่างตัดผมชื่อดังในโซเชียล พร้อมช่างผมจิตอาสากว่า 100 ชีวิต สลับสับเปลี่ยนมาตัดให้พี่น้องชาวไทย อีกทั้งยังมีเซเลปดารามาร่วมวานจำนวนมาก อาทิ ชมพู่ อารยา, ปู – ไปรยา, ณเดชน์ คูกิมิยะ, ใหม่ – ดาวิดา, โทนี่ รากแก่น, กาละแมร์, แจ็ค แฟนฉัน, แสตมป์ – อภิวัฒน์, พีเค, เด่นคุณ ณ ลานแฟชั่นฮอลล์ พาร์คพารากอน ซึ่งบรรยากาศตลอดทั้งวันนี้ก็ได้รับความสนใจจากประชาชนที่เข้าร่วมตัดผมและร่วมบริจาคเงินเป็นจำนวนมาก

ที่มา  www.innnews.co.th

อัพเดทน้ำท่วมภาคใต้ ยะลา-ปัตตานี กระทบประชาชนนับหมื่น

น้ำท่วมยะลาต่อเนื่อง 3 อำเภอ ล่าสุดเริ่มคลี่คลาย ประชาชนกว่า 10,000 คน ได้รับผลกระทบแล้ว – น้ำท่วมทั้ง จ.ปัตตานี ต่อเนื่อง หนักสุด 3 อำเภอ

นายกาส เส็นโต๊ะเย็บ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยะลา เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ขณะนี้ใน จ.ยะลา มีพื้นที่ประสบภัย น้ำจากแม่น้ำสายบุรี และ แม่น้ำปัตตานี เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมทั้งหมด 3 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมืองยะลา, ยะหา และ รามัญ วัดความสูงประมาณ 35 เซนติเมตร ล่าสุดพบระดับน้ำในแม่น้ำทั้ง 2 เริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้สถานการณ์คลี่คลายและมีแนวโน้มดีขึ้น เบื้องต้นหลายหน่วยงานอยู่ระหว่างเฝ้าระวัง ควบคู่กับให้ความช่วยเหลือ โดยมีจุดที่น่าเป็นกังวลคือ อ.รามัญ เพราะมีลักษณะภูมิประเทศตั้งอยู่ติดกับแม่น้ำสายบุรี ซึ่งเป็นจุดรับมวลน้ำมาจาก จ.นราธิวาส

ทั้งนี้ ยังไม่สามารถระบุได้ว่าน้ำจะลดลงจนแห้งสนิทได้เมื่อใด เนื่องจากต้องติดตามปริมาณฝนอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบภาพรวมปัจจุบันพบมีประชาชน ได้รับผลกระทบแล้วใน 26 ตำบล 2 ชุมชน 118 หมู่บ้าน 4,313 ครัวเรือน หรือคิดเป็น 10,400 คน

น้ำท่วมทั้งปัตตานีหนักสุด3อ.กระทบปชช.กว่า7หมื่นคน

นายอำนาจ ผลมาตย์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปัตตานี เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า หลังเกิดฝนตกอย่างหนักในช่วง 1 – 2 วัน ที่ผ่านมา ล่าสุด ทั้ง 12 อำเภอของจังหวัดปัตตานี ได้รับผลกระทบจากสภาวะน้ำท่วมแล้ว ประกอบด้วย อ.เมืองปัตตานี, โคกโพธิ์, หนองจิก, ปะนาเระ, มายอ, ทุ่งยางแดง, สายบุรี, ไม้แก่น, ยะหริ่ง, ยะรัง, กะพ้อ และ แม่ลาน แต่ไม่ครอบคลุมทุกตำบลโดยพื้นที่ส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ติดกับริมแม่น้ำสายบุรี, แม่น้ำปัตตานี รวมถึงที่ลุ่มต่ำ หนักสุด คือ อ.เมือง ต.ปะกาฮะรัง อ.ยะรัง และ อ.สายบุรี วัดระดับสูงสุดประมาณ 70 – 80 เซนติเมตร ซึ่งขณะนี้มวลน้ำจาก จ.นราธิวาส และ ยะลา ยังคงไหลบ่ามาสมทบอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะทรงตัวอยู่ต่อไปอีก 2 – 3 วัน หากฝนไม่ตกลงมาเพิ่มเติม ระดับน้ำจะลดลงจนแห้งสนิท แต่ทั้งนี้มีรายงานว่า จะมีฝนตกลงมาอีกระลอกในวันที่ 25 – 26 ม.ค. 60 ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบภาพรวมพบปัจจุบัน มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนใน 12 อำเภอ 102 ตำบล 482 หมู่บ้าน แล้ว 22,200 ครัวเรือน หรือคิดเป็น 74,000 คน เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปให้ความช่วยเหลือมอบอาหารกล่อง พร้อมขอรับการสนับสนุนน้ำดื่มสะอาด รวมถึงถุงยังชีพ สำหรับนำมามอบให้ เป็นการบรรเทาความเดือดร้อน

มวลน้ำสะสมลุ่มปากพนัง530ล้านลบ.ม.-9อ.ยังท่วม

นายเทอดศักดิ์ ลักษณะหุต หัวหน้าฝ่ายวิชาการศูนย์อำนวยการและประสานการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า หลังเกิดฝนตกระลอกใหม่เมื่อช่วงวันที่ 18 – 21 ม.ค. 60 ที่ผ่านมา ทำให้เกิดมวลน้ำสะสมบริเวณลุ่มน้ำปากพนังเพิ่มเติม ล่าสุดอยู่ที่ 530 ล้านลูกบาศก์เมตร

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบพื้นที่ 9 อำเภอ ภายในลุ่มน้ำปากพนัง กำลังประสบภาวะน้ำท่วมขังประกอบด้วย อ.เมือง, ลานสกา และ ร่อนพิบูลย์ ตอนล่าง นอกจากนี้ ยังมีที่ อ.ชะอวด, จุฬาภรณ์, หัวไทร, เชียรใหญ่, เฉลิมพระเกียรติ และ ปากพนัง วัดระดับน้ำเฉลี่ย ประมาณ 40 – 70 เซนติเมตร เบื้องต้นทุกหน่วยงานอยู่ระหว่างเร่งผลักดันมวลน้ำออกสู่ทะเล คาดว่าหากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มเติมภายใน 9 วัน ระดับน้ำจะลดลงจนแห้งสนิท แต่สิ่งที่น่าเป็นกังวลคือความเดือดร้อนของชาวบ้านใน อ.ปากพนัง เนื่องจากเป็นจุดรับน้ำจุดสุดท้ายก่อนระบายออกสู่ทะเล จึงทำให้มวลน้ำมากองรวมกันและท่วมขังเป็นเวลานานจนกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวัน รวมถึงพืชผลทางการเกษตร ซึ่งเมื่อเกิดการแช่น้ำเป็นเวลานาน ก็จะทำให้เน่าเสียหายยืนต้นตายได้ โดยสถานการณ์น้ำท่วมระลอกนี้ถือเป็นครั้งที่ 3 นับจากครั้งแรก คือเมื่อเดือนธันวาคม สืบเนื่องมาจนถึงต้นเดือนมกราคม และจวบจนถึงขณะนี้

อย่างไรก็ตาม หากเจ้าหน้าที่สามารถเดินเครื่องผลักดันน้ำให้อยู่ในระดับปกติได้ เชื่อว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลงอย่างแน่นอน เพราะภาพรวมปัจจุบัน การระบายค่อนข้างเป็นไปด้วยดีไม่มีอะไรติดขัด

ที่มา  innnews.co.th

ผวา ! โค้งสุสานตุ๊กตา พบซากนับร้อย ห้อยจากรั้ว-ต้นไม้

พบอีกโค้งขวัญผวาแขวนซากตุ๊กตานับร้อยสะพรึงทั้งกลางวันกลางคืน

วันที่ 22 มกราคม2560 โดยปกติแล้วตุ๊กตาก็เป็นที่ชื่นชอบทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ เพราะความน่ารักสวยงาม แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ตุ๊กตาเหล่านั้นชำรุดไม่สวยเหมือเดิม คนเราก็มักจะเอาไปทิ้ง ซึ่งก็เป้นเรื่องไม่แปลกอะไร แต่ถ้าตุ๊กตาที่คนนำมาทิ้งมาอยู่รวมกันจำนวนนับร้อยตัว แถมแขวนอยู่ตามต้นไม่กลางทางโค้ง เรื่องไม่ธรรมดาก็เกิดขึ้นได้เพราะชาวบ้านเค้าตกใจและหวาดผวาโดยเฉพาะกลางคืนจึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดุูแลด้วย ซึ่งถนนที่เป็นศูนย์รวมตุ๊กตาที่ว่านี้อยู่ที่ จ.ชัยนาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าทางโค้งที่เต็มไปด้วยซากตุ๊กตาจุดนี้อยู่ที่ เขาพลอง พื้นที่ ต.เขาท่าพระ อ.เมืองชัยนาท ช่วงข้างสนามยิงปืนตำรวจูธรจังหวัดชัยนาท และเรือนจำชั่วคราวเขาพลอง ซึ่งชาวบ้านบอกว่าในจุดนี้จะมีผู้นำซากตุ๊กตามาทิ้งพร้อมกับขยะจำนวนมาก และก็มีคนเล่นพิเรนเริ่มนำซากตุ๊กตาสีสันและสภาพต่างๆมาแขวนไว้ตามต้นไม้ และรั้วลวดหนาม ซึ่งอาจจะเกิดจากเจตนาอยากให้เป็ยสัญญาณว่าเป็นทางโค้งเพื่อลดอุบัติเหตุ แต่กลับทำห้เกิดเป็นภาพที่น่าตกใจสำหรับคนที่ใช้เส้นทางนี้ ที่ขับรถมาเพลินๆมาถึงโค้งนี้ต้องสะดุ่งด้วยความน่าสะพรึงกลัว เพราะตุ๊กตาหลายๆตัวเหมือนเด็กตัวๆเล็กๆมายืนอยู่ข้างถนน

โดยเฉพาะในเวลากลางคืนที่ความมืดยิ่งทำให้บรรยากาศน่าสะพรึงกลัวมากขึ้นในเวลาที่แสงไปสาดส่องไปกระทบตุ๊กตาที่ถูกห้วยเรียงไปตามทางโค้ง อีกทั้งในบริเวณดังกล่าวยังพบว่ามีประชาชนที่แอบนำขยะและสิ่งปฏิกูลมาทิ้งไว้ริมถนนจำนวนมาก สร้างภาพที่ไม่น่ามองและส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง รวมทั้งยังเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคและแมลงพาหะอีกด้วย จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปทำการเก็บตุ๊กตาเหล่านั้นออกรวมทั้งขยะที่มีผู้แอบนำมาทิ้งไว้ริมถนนจำนวนมากด้วย ในส่วนของการลดอุบัติเหตุในทางโค้งจุดนี้ ควรทำป้ายบอกและการ์ดเลนมาติดตั้งจะเหมาะสมและเป็นสากลมากกว่า