ตำรวจจ่อคุมตัวทหารยิงกระบะทำแผน ก่อนฝากขัง

ตำรวจ สน.โชคชัย เตรียมคุมตัวทหารอากาศมือยิงรถกระบะ ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ก่อนฝากขังศาลทหารพรุ่งนี้

ความคืบหน้า หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการจับกุมตัว นายวุฒิชัย หรือ ต๋อง สุขใหม่ อายุ 23 ปี ชาวจังหวัดปทุมธานี ทหารเกณฑ์ สังกัดกองทัพอากาศ ที่ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงรถกระบะคู่กรณี ภายในซอยนาคนิวาส โดยอ้างว่าก่อนเกิดเหตุได้เห็นรถกระบะคันดังกล่าวพยายามจะขับปาดหน้ารถของตน จึงเกิดความกลัวและใช้อาวุธปืนยิงเพื่อป้องกันตัว ขณะที่ภายหลังเจ้าหน้าที่พบว่า นายวุฒิชัย มีพฤติกรรมเสพยา และเคยถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติดมาแล้ว

ล่าสุด พ.ต.อ.สุพล ค้ำชู ผู้กำกับการ สน.โชคชัย ระบุว่า ได้รับการประสานจากต้นสังกัดของ นายวุฒิชัย ที่ยืนยันว่าเป็นทหารจริง และในช่วงเที่ยงของวันนี้ จะมีการคุมตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในจุดเกิดเหตุ ซึ่งหลังเสร็จสิ้นการทำแผนในวันนี้แล้ว จะมีการคุมตัว นายวุฒิชัย ไปฝากขังที่ศาลทหารกรุงเทพ ในวันพรุ่งนี้ (23 ม.ค.) ต่อไป

2 สามีภรรยาปลดหนี้หลายแสน หลังทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ตามรอยในหลวง ร.9

2 สามีภรรยาเกษตรกรหนี้หลายแสน เริ่มโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่(ตามแนวทางพ่อหลวงฯ) 2 ปี เห็นผลปลดหนี้ได้จริง

วันนี้(22 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบ2 สามีภรรยาเกษตรกร ทำไร่เนื้อที่กว่า 40 ไร่ มาเนิ่นนานยิ่งทำยิ่งเป็นหนี้ทั้งใน-นอกระบบเพิ่มนับหลายแสนบาท หมดหนทางหันหน้าเข้าอบรมโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ (เดินตามแนวทางพ่อหลวงฯ)พลิกฟื้นที่ไร่ 40 ไร่ที่มีปลูกพืชผักผลไม้ ผสมผสานแบบหมุนเวียนเก็บผลผลิตได้ตลอดปี 2 ปี เห็นผลมีรายได้เฉลี่ย 3 หมื่นบาท ทยอยใช้หนี้สิน

นายวิศิษฏ์ กว้างนอก อายุ 54ปี และนางวันเพ็ญ แจ้งไผ่ อายุ 44 ปี 2 สามีภรรยาอาชีพเกษตรกร ชาวบ้าน ต.บึงปรือ อ.เทพารักษ์ จ.นครราชสีมา เจ้าของไร่สวนเอเดน ที่ปัจจุบันได้ตั้งเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตร ให้เกษตรกรในพื้นที่หรือผู้ที่สนใจทั้งหลาย ได้เข้ามาเยี่ยมชมมากมาย เปิดเผยว่า ปัจจุบันตนได้ปรับปรุงพัฒนาพื้นที่ไร่ที่มีจำนวนกว่า 40 ไร่ นั้นให้เป็นพืชเศรษฐกิจหมุนเวียนสามารถเก็บผลผลิตพืชผลผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนขายสร้างรายได้ตลอดทั้งปี และยังสามารถนำผลผลิตมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อย่างอื่นขายเพิ่มรายได้อีกด้วย

โดยจะมีพืชตั้งแต่ฝรั่งกิมจู ปลูกจำนวน 3 ไร่ ขายผลได้ 35บาทต่อกิโลฯ , ปลูกไผ่ทองสยามจำนวน 2 ไร่ ที่สามารถนำหน่อไม้ ลำต้น หรือกิ่งตอนสร้างรายได้ , ปลูกมะนาวแป้นพิจิตร 1 จำนวน 50 ต้น ออกลูกตลอดปี ก็นำไปขายได้ ลูกละ 2 บาท , ปลูกข้าวโพดหวานจำนวน 3 ไร่ ใช้เวลา 2 เดือน ก็เก็บฝักขายได้ตลอด , ปลูกต้นดอกทานตะวัน จำนวน 3 ไร่ , ปลูกต้นกาแฟอาบริก้า จำนวน 2 ไร่ เผื่อเก็บดอกและเมล็ดไว้แปรรูปขายได้อีก

ทั้งนี้ ยังมีพืชอื่นๆ อีกมากอย่างมะกรูด สะเดา ต้นแค ฯลฯ โดยปลอดจากสารพิษสารเคมีทั้งหมดบนเนื้อที่ไร่ทั้งหมด สร้างรายได้เฉลี่ย 3 หมื่นบาทต่อเดือน โดยนางวันเพ็ญได้เผยอีกว่า ก่อนหน้านี้กว่า 20 ปี ที่ลงทุนลงแรงปลูกพืชเศรษฐกิจ เช่น ข้าวโพด มันสำปะหลัง และอื่นๆ บนเนื้อที่กว่า 40 ไร่ที่ตนมี ตลอดระยะเวลาที่ทำมานั้นประสบกับปัญหา อย่างเช่น ฝนแล้ง น้ำท่วม ราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ หรือแม้แต่พืชไร่เป็นโรคต่างๆมากมาย ต้องใช้ทั้งปุ๋ยและยาฆ่าแมลง จนทำให้เสียเงินไปกับการลงทุนจำนวนไม่น้อย จนทำให้เกิดเป็นหนี้สินพอกพูนนับหลายแสนบาท ซึ่งตนกับสามีก็รู้สึกท้อแท้และหมดหวังกับอาชีพเกษตรกร จึงได้ไปลองสมัครเข้ารับการอบรม “โครงการเกษตรทฤษฎีใหม่”(ตามแนวทางพ่อหลวงฯ)

ซึ่งแรกๆสามีตนก็มีความคิดเห็นที่ไม่ตรงกัน และเกิดความสงสัยว่าจะช่วยปลดหนี้ได้จริงหรือไม่ แต่เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 ทรงแนะนำและทรงทดลองมาด้วยพระองค์เองแล้ว ตนพร้อมสามีก็ตัดสินใจเปลี่ยนแนวความคิดใหม่หันมาทำการเกษตรทฤษฎีใหม่ทันทีด้วยความตั้งใจ เพียงระยะเวลา 2 ปี เริ่มเห็นผลอย่างชัดเจนพบว่า สร้างรายได้ให้ครอบครัวได้ตลอดทุกเดือนและมีเงินได้ไปชำระงวดหนี้สินต่างๆที่เกิดมาจากการทำเกษตรรูปแบบเดิมที่เคยเป็นมา