นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่า กทม. โพสต์เตือนน็อตยึดรางแอร์พอร์ตลิงค์หลุด มีจุดอันตรายนับร้อยจุด
โลกออนไลน์ได้มีการแชร์ข้อความของ นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่า กทม.และอดีตสส.พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งได้โพสต์ผ่านทางเฟซบุ๊ก เรียกร้องให้รีบแก้ไขปัญหา การซ่อมบำรุงระบบราง ของรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ โดยเร็ว โดยข้อความดังกล่าว ระบุว่า

“ผมจำเป็นต้องเขียนถึงรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์อีกแล้ว หลังจากได้เห็นผลการประเมินความเสี่ยงการให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์โดยบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท.จำกัด ขอย้ำอีกครั้งว่าผมไม่ต้องการให้ผู้โดยสารตื่นตระหนกตกใจ แต่ต้องการให้บริษัทฯ เร่งแก้ไขโดยด่วน
หลังจากบริษัทฯ ได้ตรวจสอบสภาพความพร้อมของรางรถไฟฟ้าโดยการประเมินด้วยสายตา (Visual Inspection) เมื่อเดือนกันยายน 2559 แล้ว พบว่ามีอุปกรณ์เครื่องยึดเหนี่ยวรางซึ่งมีน็อตเป็นอุปกรณ์สำคัญอย่างหนึ่งชำรุด กล่าวคือน็อตหลุดหรือหักจำนวน 159 จุด ต่อมาในเดือนธันวาคม 2559 บริษัทฯ ได้ตรวจสอบอีกครั้ง ปรากฏว่าในจำนวน 159 จุดดังกล่าว มีจุดวิกฤตเกิดขึ้น 50 จุด (ต่อมาเพิ่มขึ้นเป็น 59 จุด) ซึ่งบริษัทฯ จะต้องลงมือซ่อมจุดวิกฤตทั้ง 59 จุดทันที มิฉะนั้นอาจทำให้รถไฟฟ้าตกรางได้
ก่อนที่บริษัทฯ จะว่าจ้างให้ผู้รับเหมามาทำการแก้ไข พบว่ามีบันทึกข้อความจากรักษาการผู้จัดการส่วนระบบไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานถึงผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมซ่อมบำรุง ลงวันที่ 21 ธันวาคม 2559 เพื่อขอความเห็นชอบดำเนินการจ้างซ่อมแซมอุปกรณ์เครื่องยึดเหนี่ยวรางบริเวณทางโค้งของสถานีลาดกระบังโดยเร่งด่วน มีข้อความสำคัญบางตอนว่า
“1. อุปกรณ์เครื่องยึดเหนี่ยวรางบริเวณโค้งลาดกระบังเกิดความเสียหายในส่วนของ Anchor Bolt จากการหักและหลวม ทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยต่อการเดินรถ ซึ่งปัจจุบันอุปกรณ์ดังกล่าวมีอายุการใช้งานมากกว่า 7 ปี จึงเป็นเหตุให้ต้องให้บริการเดินรถไฟฟ้าด้วยความเร็วที่ 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในบริเวณดังกล่าว
2. การซ่อมแซมอุปกรณ์เครื่องยึดเหนี่ยวรางบริเวณโค้งลาดกระบัง ที่เกิดความเสียหายจากการใช้งาน แผนกยังคงขาดแคลนอุปกรณ์เครื่องมือที่จำเป็นในการซ่อมแซม อันเนื่องจากอุปกรณ์เครื่องมือตัวเก่าเกิดการเสื่อมสภาพจากการใช้งานตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา”
พร้อมกับเสนอให้ดำเนินการจ้างโดยวิธีพิเศษ ซึ่งไม่ต้องเปิดประมูลให้มีการแข่งขันกัน ที่สำคัญ บันทึกข้อความดังกล่าวมีผลการประเมินความเสี่ยงบริเวณโค้งลาดกระบังอันเป็นผลมาจากน็อตยึดรางหักหรือหลวมประกอบเพื่อการพิจารณาด้วย
ผลการประเมินความเสี่ยงเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2559 โดยคณะกรรมการประเมินความเสี่ยงระบุไว้ดังนี้
1. กรณีจุดวิกฤตจำนวน 59 จุด
“หากไม่รีบเปลี่ยนอุปกรณ์ดังกล่าวจะทำให้ความเสี่ยงเป็น Intolerable ซึ่งหมายถึงอันตรายสูงสุดที่อาจจะทำให้รถไฟเกิดการตกรางได้ในรอบ 1 เดือน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก”
ผลการประเมินนี้พอจะแปลความได้ว่า หากไม่รีบเปลี่ยนน็อตทั้ง 59 จุด จะทำให้เกิดความเสี่ยงสูงที่รถไฟฟ้าอาจจะตกรางได้ภายใน 1 เดือนนับตั้งแต่วันประเมินความเสี่ยง ซึ่งจะทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก โชคดีที่บริษัทฯ ได้เปลี่ยนอุปกรณ์ครบทั้ง 59 จุด เสร็จเรียบร้อยแล้ว
2. กรณีจุดอันตรายแต่ยังไม่วิกฤตจำนวน 100 จุด
“หากไม่รีบเปลี่ยนอุปกรณ์ดังกล่าวจะทำให้ความเสี่ยงเป็น Undesirable ซึ่งหมายถึงอันตรายที่ยอมรับได้โดยมีการควบคุมที่อาจจะทำให้รถไฟเกิดการตกรางได้ในรอบ 1 ปี และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก”
ผลการประเมินนี้พอจะแปลความได้ว่า จุดอันตราย 100 จุดดังกล่าว หากไม่รีบเปลี่ยนน็อตแต่มีการบริหารจัดการที่ดีเช่นลดความเร็วลง ก็อาจจะทำให้รถไฟฟ้าตกรางได้ภายใน 1 ปีนับตั้งแต่วันประเมินความเสี่ยง ซึ่งจะทำให้มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก
ผมมีความเห็นว่าไม่ว่าจะเป็นอันตรายระดับใดก็ตาม Intolerable (สูง) หรือ Undesirable (ไม่พึงปรารถนา) ผู้โดยสารก็ยอมรับไม่ได้ทั้งนั้น อีกไม่นานจุดอันตราย 100 จุด ที่บริษัทฯ ยังไม่ได้แก้ไขอาจจะยกระดับเป็นจุดวิกฤตก็ได้ ซึ่งจะทำให้เกิดความเสี่ยงสูงที่อาจจะทำให้รถไฟฟ้าตกรางภายใน 1 เดือนได้ตามผลการประเมินในข้อ 1 จะรออะไรล่ะครับ เร่งซ่อมจุดอันตราย 100 จุดที่เหลือโดยด่วน!”