กรมศิลป์รับอาสาสมัคร ร่วมสร้างพระโกศจันทน์-เครื่องประกอบพระเมรุมาศ

กรมศิลปากรรับสมัครอาสาสมัครร่วมปฏิบัติงานจัดสร้างพระโกศจันทน์ และงานศิลปกรรมเครื่องประกอบพระเมรุมาศ 

กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ประกาศรับสมัครอาสาสมัครร่วมปฏิบัติงานจัดสร้างพระโกศจันทน์ และงานศิลปกรรมเครื่องประกอบพระเมรุมาศ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

คุณสมบัติของผู้สมัคร

1. มีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานด้านศิลปกรรม

2. มีทักษะฝีมือและผลงานด้านช่างศิลปกรรมเป็นที่ยอมรับ

3. มีทักษะฝีมือและผลงานศิลปกรรมที่สอดคล้องกับการปฏิบัติงานของสำนักช่างสิบหมู่

วิธีการรับสมัคร

1. สมัครด้วยตนเอง โดยขอรับใบสมัคร และยื่นใบสมัครพร้อมเอกสารประกอบการสมัครได้ที่ อาคารฝ่ายบริหารงานทั่วไป สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ถนนพุทธมณฑล สาย 5 ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม

2. สมัครทางไปรษณีย์ลงทะเบียน โดยดาวน์โหลดใบสมัครที่ หัวข้อ ดาวน์โหลดใบสมัครเพื่อรับสมัครอาสาสมัครร่วมปฏิบัติงานจัดสร้าง พระโกศจันทน์ และงานศิลปกรรมเครื่องประกอบพระเมรุมาศในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และส่งใบสมัครพร้อมเอกสารประกอบการสมัครได้ที่ สำนักช่างสิบหมู่ เลขที่ 93 หมู่ 3 ถนนพุทธมณฑล สาย 5 ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม รหัสไปรษณีย์ 73170 (โดยจะถือเอาวันที่ประทับตราไปรษณีย์เป็นสำคัญ)

วัน เวลา รับสมัคร

ตั้งแต่ วันที่ 16 มกราคม – 3 กุมภาพันธ์ 2560 (ในวันและเวลาราชการ)

ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าทดสอบความสามารถและสัมภาษณ์

กรมศิลปากร สำนักช่างสิบหมู่ จะประกาศรายชื่ออาสาสมัครเข้าร่วมปฏิบัติงานฯ ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 ที่

วิธีการคัดเลือก

โดยการทดสอบทักษะความสามารถงานด้านช่างฝีมือ และการสัมภาษณ์

วันและสถานที่ทำการคัดเลือก

ตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 เป็นต้นไป ณ อาคารกลุ่มประณีตศิลป์ (อาคาร 1) สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ถนนพุทธมณฑลสาย 5 ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม

เอกสารประกอบการรับสมัคร

1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน จำนวน 1 ฉบับ

2. ผลงานที่ผ่านมา (ถ้ามี) จำนวน 1 ชุด

3. รูปถ่ายหน้าตรง ไม่สวมแว่นตาดำ ถ่ายไว้ไม่เกิน 1 ปี ขนาด 1 นิ้ว จำนวน 2 รูป

นราธิวาสยังอ่วม! จับตาริมเขา เสี่ยงน้ำป่าหลากดินสไลด์

จ.นราธิวาส ยังอ่วมน้ำท่วม จับตาพื้นที่ติดเชิงเขาเสี่ยงน้ำป่าหลาก ดินสไลด์ ขณะเกาะติดพื้นที่ลุ่มน้ำบางนรา และลุ่มน้ำสุไหงโกลก 

นายสมหวัง เรืองเพ็ง ปลัดจังหวัดนราธิวาส เปิดเผยว่า สถานการณ์อุทกภัยครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 ฝนยังคงตกอย่างต่อเนื่อง มีหลายพื้นที่ที่ต้องจับตาใกล้ชิด อย่างเช่นพื้นที่ติดเชิงเขา อย่าง อ.สุคิริน อ. จะแนะ อ.ศรีสาคร เพราะฝนตกหนักและสะสมต่อเนื่อง ทำให้ดินอุ้มน้ำมาก มีโอกาสที่อาจจะเกิดน้ำป่าหลาก ดินสไลด์ ได้ ซึ่งทางการได้มีการแจ้งเตือนประชาชนไว้ล่วงหน้าแล้ว

ส่วนในอำเภออื่นๆ ที่มีฝนตกหนัก อย่าง อ.แว้ง อ.สุไหงโก-ลก อ.เจาะไอร้อง ที่มีน้ำฝนระดับ 200 มิลลิเมตร จะประสบกับปัญหาน้ำท่วมขัง และจากปริมาณฝนที่มากเกินปกติ ทำให้ ระดับน้ำในลุ่มแม่น้ำ 3 สายหลัก ทั้งแม่น้ำบางนรา แม่น้ำสายบุรี และแม่น้ำสุไหงโกลก เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งน่าเป็นห่วงคือ แม่น้ำบางนรา และแม่น้ำสุไหงโกลก เพราะเป็นพื้นที่ที่มีฝนตกในระดับสูง ทำให้น้ำทะลักเข้าสู่พื้นที่ 2 ฝั่งแม่น้ำ อย่างไรก็ตามต้องติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด เพราะกรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ว่าฝนจะตกต่อเนื่องไปถึงวันที่ 25 ม.ค. ทางการสั่งทุกหน่วยงานรับมืออุทกภัยที่เกิดขึ้นแล้ว

ผู้ต้องหาคดีทุจริตสอบนายสิบ เข้าพบตำรวจแล้ว 46 คน

ผู้ต้องหาคดีทุจริตสอบนายสิบ พบตำรวจแล้ว 46 คน ให้ประกันตัวไปคนละ 1 แสนบาท-ส่วนการขอหมายจับเพิ่ม รอผู้บังคับบัญชาพิจารณา

พ.ต.อ.ณรัช มูลศาสตรสาทร ผู้กำกับการ สน.พหลโยธิน เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีการทุจริตสอบนายสิบตำรวจ สังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล ว่า คดีนี้พนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องขอออกหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องไว้ 53 คน และทยอยเดินทางมาพบพนักงานสอบสวน ที่ สน.พหลโยธิน แล้ว 46 คน ซึ่งพนักงานสอบสวน ได้อนุญาตให้ประกันตัวไปโดยตีราคาประกันคนละ 1 แสนบาท และมีผู้ต้องหา 6 คน แจ้งขอเลื่อนเข้าพบพนักงานสอบสวน ยังเหลืออีก 1 คนที่ยังไม่มีการติดต่อ เข้ามายังพนักงานสอบสวนแต่อย่างใด

ในส่วนของผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง และเตรียมที่จะขอหมายจับเพิ่มเติมอีกกว่า 100 คนนั้น ต้องเป็นดุลยพินิจของ
ผู้บังคับบัญชาที่จะเป็นผู้พิจารณาไปตามพยานหลักฐาน และขอให้ผู้บังคับบัญชา เป็นผู้ให้รายละเอียดแทน