นครศรีธรรมราช แจ้งเตือนประชาชนทุกอำเภอ ระวังน้ำป่าไหลหลาก-ดินโคลนถล่ม

นครศรีธรรมราชแจ้งเตือนประชาชนทุกอำเภอ ระวังน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม ย้ำติดตามข่าวสารจากภาครัฐอย่างใกล้ชิด – ชาวบ้านเขตเทศบาลผวา น้ำท่วมรอบสาม เร่งยกขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง

วันนี้ (20 ม.ค.60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเกิดฝนตกลงอย่างหนัก ตั้งแต่เมื่อกลางดึกวานนี้ จนถึงช่วงเช้า ส่งผลให้หลายพื้นที่เกิดน้ำท่วมสูง 10 – 30 เซนติเมตร โดยเขตเทศบาลนคร นครศรีธรรมราช ถนนหลายสายเกิดน้ำท่วมสูง 10 – 30 เซนติเมตร เช่น ถนนประตูลอด ถนนประตูขาว ถนนเพนียด ถนนบ่ออ่าง ถนนกะโรม ถนนคูขวาง บริเวณหน้าตลาดสดคูขวาง ระดับน้ำสูง 30 เซนติเมตร ทำให้รถยนต์เล็ก และรถจักรยานยนต์สัญจรผ่านไม่ได้

ขณะที่ประชาชนเริ่มขนย้ายสิ่งของขึ้นสูงแล้ว ส่วนที่โรงเรียนชูศิลป์ อำเภอเมือง น้ำไหลเข้าน้ำท่วมถึงภายในห้องเรียน ครูและนักเรียนต้องเร่งขนย้ายอุปกรณ์การเรียนขึ้นสูงที่สูงและปิดการเรียนการสอนชั่วคราวแล้ว ด้านเทศบาลนคร นครศรีธรรมราช นำรถแบคโฮ เร่งขุดลอกคูคลองบริเวณคลองทวดทอง เพื่อเร่งระบายน้ำท่วม ขณะที่พื้นที่ต้นน้ำ ต.ทอนหงส์ และ ต.พรหมโลก อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช

หัวหน้าอุทยานแห่งชาติ น้ำตกพรหมโลก ได้แจ้งศูนย์ฯ ว่าล่าสุดขณะนี้เกิดน้ำป่าไหลหลากจากเทือกเขาหลวงลงมา โดยน้ำได้เอ่อลำคลอง ไหลบ่าลงมายังด้านล่าง จึงแจ้งเตือนประชาชนที่มีบ้านพักอาศัยทางผ่านของน้ำ โดยเฉพาะบ้านเรือนของประชาชนที่ติดกับลำคลอง ให้ยกสิ่งของภายในบ้านขึ้นที่สูงเพื่อความปลอดภัย เนื่องจากอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลากได้

ขณะที่นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ประกาศเตือนประชาชนในทุกอำเภอให้เฝ้าระวัง อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม และพร้อมสั่งการนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ให้เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมให้การช่วยเหลือประชาชน 24 ชั่วโมง และขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์จากทางภาครัฐอย่างใกล้ชิด

สยอง ผู้ประท้วงเผาตัวเองทั้งเป็นแสดงจุดยืนต่อต้าน ‘โดนัลด์ ทรัมป์’

ผู้ประท้วงเผาตัวเองทั้งเป็นแสดงจุดยืนต่อต้าน ‘โดนัลด์ ทรัมป์’

เมื่อวันที่ 18 ม.ค. ที่ผ่านมา สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าวชายคนหนึ่งจุดไฟเผาตัวเองจนได้รับบาดเจ็บแผลไฟไหม้บริเวณด้านหน้าโรงแรมทรัมป์ อินเตอร์เนชันแนล ในวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อประท้วง โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ

Cr.NBC4DC

รายงานระบุว่า ชายวัย 45 ปี ตะโกนคำว่า “ทรัมป์” หลายรอบระหว่างที่เปลวไฟลุกโชนไต่บริเวณหลังของเขา ก่อนที่เขาจะนอนราบลงบนพื้นถนน จนบาดเจ็บจากแผลไฟไหม้ระดับ 3 และมีแผลไฟไหม้ราว 10 เปอร์เซ็นต์ของร่างกาย และถูกพาตัวส่งโรงพยาบาลหลังก่อเหตุเมื่อเวลาประมาณ 21.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น เพียงไม่นาน

อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะมีการชุมนุมที่วอชิงตัน ดี.ซี.ในวันสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีของทรัมป์ในวันศุกร์ที่20 ม.ค.นี้ นอกจากนี้อาคารทรัมป์ทาวเวอร์ต้องอพยพผู้คนหลังได้รับคำขู่วางระเบิดก่อนหน้านี้

พยานคดีแพะ ‘ครูจอมทรัพย์’ ยันคนขับรถเป็นผู้ชาย

พยานคดีแพะ ‘ครูจอมทรัพย์’ ยันคนขับเป็นผู้ชาย ขณะที่เจ้าของรถกระบะคันก่อเหตุตัวจริง อ้างซื้อมาตั้งแต่ปี 47 ก่อนเกิดเหตุที่นครพนม 1 ปี

วานนี้ (19 ม.ค. 60) มีรายงานว่า นางทองเรศ วงศ์ศรีชา ชาวบ้านนาคู่ อ.นาแก จ.นครพนม หนึ่งในพยานอีกคนที่เปิดตัวเป็นครั้งแรก อ้างว่า ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ไป พร้อมกับ นางทัศนีย์ หาญพยัคฆ์ พยานที่เห็นเหตุการณ์อุบัติเหตุรถกระบะชนรถจักรยานของ นายเหลือ พ่อบำรุง เสียชีวิต บริเวณถนนสายธาตุน้อย-นาเหนือ อ.เรณูนคร เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2548

ทั้งนี้ นางทองเรศ เล่าว่า ตนเองและนางทัศนีย์ ได้ให้การต่อศาลว่า ลักษณะของคนขับรถกระบะที่ลงมาดูนายเหลือ เป็นผู้ชาย มีลักษณะท้วม สวมรองเท้าหนัง และเสื้อแขนยาวสีดำ เดินลงมาดูคนถูกรถชนแล้วจึงเดินขึ้นรถเร่งเครื่องขับหลบหนีไป แต่ นางทองเรศ ไม่สามารถจำทะเบียนรถได้ พร้อมยืนยันว่า ไม่ได้มีใครว่าจ้างให้เป็นพยานเพื่อพูดช่วยเหลือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

ส่วนรถกระบะ ทะเบียน บค 56 มุกดาหาร ที่ นางจอมทรัพย์ อดีตผู้ต้องโทษอ้างว่า เป็นรถที่นายสับ วาปี ขับชนนายเหลือ ตัวจริงนั้น เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่า รถกระบะคันดังกล่าวเป็นของ นายสับ จริง แต่ขายให้กับ นายอุบล ไชยบัน ชาวบ้านแก้ง ต.คำป่าหลาย อ.เมืองมุกดาหาร ตั้งแต่ปี 2547

โดย นายอุบล ยืนยันว่า ได้ซื้อรถกระบะสีเขียว ทะเบียน 56 มุกดาหาร มาจาก นายรัน ผู้ใหญ่บ้าน บ้านนันทวัน หมู่ 6 ต.กุดแข้ อ.เมืองมุกดาหาร ซึ่งเป็นบ้านเดียวกันกับนายสับ วาปี เมื่อปี 2547 ในราคา 33,000 บาท เพื่อนำมาใช้ขนพืชผลทางการเกษตร และได้มาเสียภาษีประจำปีเพื่อต่อทะเบียน ปี 2548 ก่อนขายเป็นเศษเหล็กไปปลายปี 2551 ในราคา 15,000 บาท พร้อมทั้งเอกสารที่ได้มากับรถ เนื่องจากรถอยู่ในสภาพเก่าและไม่สามารถใช้งานได้ จึงเป็นไปไม่ได้ที่รถคันนี้จะไปเกิดอุบัติเหตุ เนื่องจากตัวเองไม่เคยขับไปต่างจังหวัด และไม่เคยให้ใครยืมรถไปขับอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ นายอุบล ไชยบัน ผู้ที่อ้างว่า ครอบครองรถทะเบียน บค 56 มุกดาหาร เล่าว่า เมื่อหลายปีก่อน เคยมีผู้มาติดต่อขอซื้อรถยนต์กระบะคันนี้ โดยบอกว่าอยากช่วยเพื่อนที่ถูกจับ แต่ปฏิเสธไปเนื่องจากได้ขายรถไปแล้ว และไม่เหลือหลักฐานใด ๆ เกี่ยวกับรถกระบะคันนี้เลย

อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่า จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และหากพบหลักฐานชัดเจนว่าตำรวจบกพร่องต่อการทำสำนวน จะต้องถูกลงโทษทางวินัย แต่หากตำรวจไม่ผิด สำนักงานตำรวจแห่งชาติอาจพิจารณาดำเนินคดีฟ้องกลับเรียกค่าเสียหาย หากพบว่ามีผู้สนับสนุนหรือผู้ที่เกี่ยวข้องลักษณะทำเป็นขบวนการให้ข้อมูลเท็จกับเจ้าหน้าที่ และส่งผลให้ได้รับความเสียหาย

ที่มา : Thai PBS