ซีไอเอ เปิดเอกสารลับ 13 ล้านหน้า รวมบันทึกเรื่องเร้นลับ-UFO

ซีไอเอ เผยแพร่เอกสารลับ 13 ล้านหน้า ผ่านทางสื่อออนไลน์ เกี่ยวกับข้อมูลความลับรายงานปฏิบัติการต่าง ๆ ในช่วงสงครามเย็นและสงครามเวียดนาม และอีกมากมาย

วานนี้ (18 ม.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศ รายงาน สำนักข่าวกรองกลางของสหรัฐฯ หรือซีไอเอ ก็ได้เปิดเผยข้อมูลเอกสารที่เคยเป็นความลับ ซึ่งรวมถึงบันทึกการทดลองทางจิตในโปรเจคท์ สตาร์เกท ตลอดจนการพบเห็นยูเอฟโอ บันทึกข้อมูลงานวิจัยและพัฒนาทางวิทยาศาสตร์ พลังจิต การนิมิตเห็นภาพ ข้อมูลข่าวกรอง วิธีการทาบทามอาสาสมัครมาร่วมปฏิบัติงานของซีไอเอ รวมถึงรายงานปฏิบัติการต่าง ๆ ในช่วงสงครามเย็นและสงครามเวียดนามซึ่งเป็นประเด็นสนใจในทฤษฎีสมคบคิดต่าง ๆ มาเผยแพร่ผ่านอินเทอร์เน็ต

ซึ่งก่อนหานี้เอกสารส่วนใหญ่สามารถหาอ่านได้ในคอมพิวเตอร์ 4 ตัวภายใน สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ (National Archives) ในรัฐแมรีแลนด์เท่านั้น ทำให้คนส่วนมากไม่สามารถเข้าถึงได้ระหว่างเวลา 9.00-16.30 น. เท่านั้น

การเปิดเผยเอกสารลับดังกล่าว เกิดขึ้นจากภายหลังจากการต่อสู้ทางกฎหมายในคดีการเข้าถึงข้อมูล จากความพยายามอย่างยาวนานของผู้สนับสนุนสิทธิเสรีภาพทางข้อมูล และการฟ้องร้องดำเนินคดีต่อซีไอเอ มานานกว่า 2 ปี

โดยข้อมูลทั้งหมด จำนวนกว่า 8 แสนไฟล์ หรือราว 13 ล้านหน้ากระดาษ จะถูกอัพโหลดเป็นไฟล์ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้อย่างเสรีผ่านอินเทอร์เน็ต ให้เข้าไปสืบค้นผ่านระบบฐานข้อมูลเครสท์ (CREST) บนเว็บไซต์ของห้องสมุดซีไอเอ

ในปี 2516 นักวิจัยยังได้ทำการทดสอบ ยูริ เกลเลอร์ นักมายากลชื่อดังที่อ้างว่าตัวเองมีญาณทิพย์ โดยทดสอบให้เขาลองวาดภาพเลียนแบบ ภาพที่วาดโดยคนที่นั่งอยู่อีกห้อง ผลปรากฏว่าเขาสามารถวาดเลียนแบบได้เกือบสมบูรณ์ และบางภาพเหมือนกันไม่ผิดเพี้ยน จนนักวิจัยได้บันทึกผลไว้ว่า เขามีความสามารถในการหยั่งรู้เหนือธรรมชาติ อย่างไม่มีข้อสงสัยใด และเชื่อถือได้ รวมไปถึงเรื่องเร้นลับของจานบิน และหมึกล่องหน รวมถึงข้อมูลจากโครงการสตาร์เกท เกี่ยวกับพลังเหนือธรรมชาติและจิตสัมผัส

การเผิดเผยข้อมูลเป็นผลมาจากกลุ่มรณรงค์เพื่อเสรีภาพ มัคร็อค ที่ยื่นฟ้องซีไอเอให้มีการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว ระหว่างระยะเวลา 2 ปีในการดำเนินคดีตามกฏหมาย ซึ่งระหว่างนั่นนักข่าวชื่อ ไมค์ เบสท์ ยังได้ระดมทุนกว่า 15,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือราว 529,000 บาท เพื่อนำมาเป็นค่าพิมพ์เอกสารข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ของหอจดหมายเหตุออกมาเป็นแผ่นกระดาษ แล้วนำมาแสกน อัพโหลดลงอินเทอร์เน็ต ให้ประชาชนเข้าถึงอย่างอิสระ เป็นการกดดันซีไอเออีกทางหนึ่ง โดยปัจจุบันสามารถหาอ่านข้อมูลดังกล่าวผ่านระบบฐานข้อมูลเครสท์ (CREST) บนเว็บไซต์ของห้องสมุดซีไอเอ

ที่มา time.com

วิจารณ์แซด ทำเนียมสุดแปลก กัดฟันเฟืองคณะวิศวกรรม หากอยากมีแฟนเป็นวิศวะ

ภาพว่อนเน็ต นศ. สาวปีนป้ายคณะวิศวกรรมขึ้นไปกัดฟันเฟือง หลังมีความเชื่อจะทำให้มีแฟนทำงานในสายงานนี้ 

วันนี้ (19 ม.ค.60) ในโลกออนไลน์ได้เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เมื่อผู้ใช้ทวิตเตอร์ “จาฐาเอ็กโซแอล @angle_jaguar” ได้มีการโพสต์ข้อความไม่เห็นด้วยกับการกระทำของหญิงสาวคนหนึ่ง สวมชุดนักศึกษาปีนขึ้นไปกัดฟันเฟืองซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมระบุข้อความว่า หากต้องการที่จะมีแฟนเป็นวิศวะทำงานในสายดังกล่าว “เขาบอกว่าถ้าปีนไปกัดเกียร์วิศวะจะได้แฟนเรียนวิศวะ”

คณะวิศวกรรมศาสตร์, กัดป้ายคณะ

โดยผู้โพสต์ทวิตเตอร์รายดังกล่าวได้มีข้อความในลักษณะเหน็บแนมว่า “เขาบอกว่าถ้าอยากได้ผัวเรียนวิดวะให้ปีนไปกัดเกียร์วิดวะ อห ถ้ากูอยากได้ผัวเปนทหารเรือ กูต้องดำน้ำไปกัดสมอเรือมั้ยซั่ด” 

ทั้งนี้เมื่อภาพดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีผู้คนส่งต่อและเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการกระทำในลักษณะนี้ บางก็ว่าเป็นการไม่เหมาะสมหมิ่นเกียรติของผู้จบจากสาขานี้ ขณะที่บางส่วนเห็นว่าเป็นความเชื่อส่วนบุคคลหากไม่ทำให้ใครเดือดร้อนก็คงไม่ผิดแปลกอะไร

หนุ่ม 17 หัวร้อน! ใช้ไม้หน้าสามตีหัวช่างตัดผม หลังตัดไม่ถูกใจ

หนุ่ม อายุ 17 ปี หัวร้อน! กลับบ้านไปเอาไม้หน้าสามมาตีหัวช่างตัดผม ก่อนใช้ก้อนหินทุบศรีษะซ้ำ หลังตัดไม่ถูกใจ

วันนี้ (19 ม.ค. 60) เวลาประมาณ 10.30 น. พ.ต.อ. ประเสริฐ โตศักดิ์สิทธิ์ ผู้กำกับ สภ.ดอนหัวฬ่อ พร้อมกับชุดสืบสวนได้คุมตัวหนุ่มอายุ 17 ปี หลังก่อเหตุใช้ไม้หน้าสามตี นายมานูน เวี่ยงเช็ง อายุ 39 ปี ช่างตัดผมหน้าวัดซากสมอ ม.2 ต.ดอนหัวฬ่อ อ.เมือง จ.ชลบุรี ถึงแก่ชีวิต โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัวผู้ก่อเหตุไปทำแผนในจุดเกิดเหตุ

โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดเมื่อคืนวันที่ 18 ม.ค. ที่ผ่านมา ช่วง ประมาณ 15.00 น. โดยวันที่ 17 ม.ค. 60 ผู้ก่อเหตุได้เข้าไปตัดผมภายในร้านดังกล่าวซึ่งมี นายมนูญ ผู้เสียชีวิตเป็นช่างตัดผม ก่อนตัดผู้ก่อเหตุได้บอกช่างให้ตัดผมทรงที่ชี้ตามรูปดังกล่าว ระหว่างตัดก็หลับ พอตื่นมาอีกที ตัดออกมาไม่ถูกใจ จึงต่อว่า นายมนูญ ช่างตัดผมไปจน นายมนูญ ไม่พอใจจึงไล่ตนออกจากร้าน และต่อว่าสารพัดต่าง ๆ นานา จนทำให้ตนเองเกิดอารมณ์โมโหและได้เดินกลับไปที่ห้องพัก

จากนั้นประมาณ 02.00.น วันที่ 18 ม.ค. 60 ได้เดินมาที่หน้าร้านของ นายมนูญ พร้อมกับเรียกออกมาเคลียร์ปัญหา หลังจากที่ นายมานูญ เดินออกมาจากร้าน ตนเองจึงใช้ไม้หน้าสาม ตีเข้าไปที่บริเวณศีรษะของนายมนูญ จนล้มลงกับพื้น จากนั้นก็ใช้ก้อนหิน ที่วางอยู่หน้าร้าน ทุบศรีษะซ้ำไปอีกที

และได้หลบหนีไปจนกระทั่ง นายมนูญ ไปเสียชีวิตที่โรงบาลชลบุรี ตนจึงตัดสินใจเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดำเนินคดีต่อไป ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อกล่าวหาเบื้องต้นทำร้ายผู้อื่นโดยเจตนาจนให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย