เปิด 8 มหาเศรษฐีโลก ครองสินทรัพย์เท่าคนจนครึ่งโลก

เปิด 8 มหาเศรษฐีโลก ครอบครองสินทรัพย์เท่าคนจนครึ่งโลก หรือประมาณ 3,600 ล้านคน สะท้อนถึงปัญหาช่องว่างระหว่างคนจนและคนรวยที่รุนแรงขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

องค์กรการกุศล “ออกซ์แฟม” (Oxfam) เผยแพร่รายงาน “เศรษฐกิจสำหรับประชากรร้อยละ 99” (An Economy For The Ninety Nine Percent) เมื่อวานนี้ ก่อนหน้าการประชุมเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม ประจำปี 2560 ที่เมืองดาวอสของสวิตเซอร์แลนด์ จะเริ่มต้นขึ้นในวันนี้

รายงานล่าสุด ระบุว่า มหาเศรษฐีรวยสุดในโลก 8 คน ครอบครองสินทรัพย์เทียบเท่าคนจนที่สุดครึ่งโลก หรือประมาณ 3,600 ล้านคน สะท้อนถึงปัญหาช่องว่างระหว่างคนจนและคนรวยที่รุนแรงขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ซึ่งมีมหาเศรษฐี 62 คน มีความมั่งคั่งเทียบเท่าประชากรครึ่งโลก

รายงานของ ออกซ์แฟม อิงกับข้อมูลการจัดอันดับมหาเศรษฐีโลกของนิตยสารฟอร์บส์ ในปี 2559 ซึ่งทั้ง 8 คน ประกอบด้วย “บิล เกตส์” ผู้ก่อตั้งอาณาจักรไมโครซอฟท์ ที่มีสินทรัพย์ 7 หมื่น 5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือกว่า 2 ล้าน 6 แสนล้านบาท ตามด้วย “อามันซิโอ ออร์เตกา” เจ้าของแบรนด์ซาร่า ที่รวย 6 หมื่น 7 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 2 ล้าน 3 แสนล้านบาท และ “วอร์เรน บัฟเฟตต์” แห่งเบิร์กไชร์ แฮทอะเวย์ อยู่ในอันดับ 3 ครองสินทรัพย์ 6 หมื่น 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือกว่า 2 ล้าน 1 แสนล้านบาท

คนรวย

สำหรับอันดับ 4-8 ได้แก่ “คาร์ลอส สลิม เฮลู” มหาเศรษฐีด้านโทรคมนาคมของเม็กซิโก “เจฟฟ์ เบซอส” จากอะเมซอนดอทคอม “มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก” ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊ก “แลร์รี เอลลิสัน” จากบริษัทออราเคิล และ “ไมเคิล บลูมเบิร์ก” ผู้ก่อตั้งบริษัทสื่อยักษ์ใหญ่และอดีตนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก

นายแมททิว สเปนเซอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายและการรณรงค์ของอ็อกซ์แฟม ระบุว่า โลกมีระบบเศรษฐกิจที่สะท้อนว่าเอื้อประโยชน์ให้คนร้อยละ 1 ของโลก และออกแบบมาให้เกิดประโยชน์กับคนร้อยละ 1 แทนที่จะเป็นคนร้อยละ 99 ซึ่งเป็นคำตอบว่าทำไมจำนวนเศรษฐีเท่านี้จึงมีความมั่งคั่งเท่ากับคนอีกครึ่งโลก

ออกซ์แฟม ระบุด้วยว่า ความไม่เท่าเทียมทางเศรษฐกิจและความรู้สึกถูกกีดกันจากผลประโยชน์ที่ได้จากโลกาภิวัตน์ ทำให้เกิดความวุ่นวายทางการเมืองในปีที่แล้ว รวมถึงการตัดสินใจของชาวอังกฤษที่บอกลาสหภาพยุโรป หรือเบร็กสิต และชัยชนะของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ

นายสเปนเซอร์ มองว่า มีหลักฐานหนาแน่นขึ้นว่า ความแตกแยกในระบบการเมืองเป็นส่วนหนึ่งของความไม่เท่าเทียมที่มากขึ้น เนื่องจากผู้คนไม่รู้สึกเกี่ยวข้องกับความสำเร็จของประเทศและสังคมมากขึ้น รวมถึงไม่พอใจกับสถานะในปัจจุบัน

ออกซ์แฟม ได้เรียกร้องให้บรรดาผู้นำที่จะร่วมประชุมเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม หามาตรการรับมือกับการหลีกเลี่ยงภาษี และปรับปรุงระบบภาษีเพื่อสร้างเศรษฐกิจที่มีความเป็นมนุษย์มากขึ้น เพราะหากไม่รีบแก้ไขเรื่องความไม่เท่าเทียม ปัญหาอาจจะยิ่งบานปลาย และนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในระดับรุนแรงมากกว่านี้

นายแม็กซ์ ลอว์สัน ที่ปรึกษาด้านนโยบายของอ็อกซ์แฟม กล่าวว่า ปัญหาความไม่เท่าเทียมในหลายประเทศอยู่ในขั้นเลวร้าย รวมทั้งบรรดาคนรวยสุดๆ หรือซูเปอร์ริชก็แยกออกจากคนอื่นๆ ในสังคม และเป็นอันตรายอย่างมาก

สำหรับมาตรการที่อ็อกซ์แฟมเสนอ รวมถึงการเก็บภาษีจากคนรวยและผู้มีรายได้เพิ่มขึ้น การลงทุนเกี่ยวกับบริการสาธารณะที่จำเป็น การสร้างงาน และความร่วมมือระหว่างรัฐบาลประเทศต่างๆ เพื่อจ่ายค่าแรงอย่างเหมาะสม และป้องกันไม่ให้บรรดาคนรวยใช้ช่องทางหลีกเลี่ยงภาษี ดังที่เอกสารปานามา เปเปอร์ส ออกมาแฉเมื่อปีที่แล้ว

คลิปแก๊งวัยรุ่น รุมยำหนุ่มบาดเจ็บ ทั้งๆ ถูกรถล้มทับ

คลิประทึก นาทีกลุ่มวัยรุ่น รุมยำหนุ่มคาดเป็นอริ คาปั๊มน้ำมันที่เชียงราย 

เมื่อช่วงดึกวานนี้ (16 ม.ค. 60) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Patiparn Jakthip” ได้มีการโพสต์คลิปและข้อความเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองเชียงรายเร่งล่าตัวคนร้าย หลังจากได้ยกพวกรุมทำร้ายวัยรุ่นชายคนหนึ่งที่อยู่ในปั๊มน้ำมันจนได้รับบาดเจ็บ

โดยคลิปได้เผยให้เห็นภาพ ของชายคนหนึ่งถูกรถจักรยานยนต์ล้มทับอยู่ภายในปั๊มจากนั้นได้มีชายวัยรุ่นไม่ตำกว่า 3 คน เข้าไปรุมทำร้ายด้วยการเตะ ต่อย ชายที่ถูกรถล้มทับอยู่ ก่อนที่พวกเขาจะวิ่งไปทำร้ายวัยรุ่นอีกรายที่อยู่ในปั๊มจนเกิดเหตุชุลมุนขึ้น  ขณะที่ผู้โพสต์เองได้มีข้อความระบุในทำนองขู่อามาตว่า “ทำกับหลานผมขนาดนี้เลยหรอ  พวกคุณไม่ได้ตายดีแน่ #ปั้มน้ำมันปตท.แม่สรวย #ไอ้พวกแมวหมู่
#แชร์หนักๆครับ

ทั้งนี้เมื่อคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นและส่งต่อเป็นจำนวนมาก เพื่อช่วยเหลือและเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญในการล่าตัวแก๊งคนร้ายกลุ่มดังกล่าวมาดำเนินคดี เพราะถือเป็นเหตุอุกฉกรรจ์หากปล่อยไว้อาจจะไปก่อเหตุซ้ำอีก ขณะที่บางส่วนอยากให้ฟังความทั้ง 2 ฝ่ายอย่าเพิ่งตัดสินเพื่อความเป็นธรรม เนื่องจากทั้งคู่อาจเป็นอริมีเรื่องกันก่อนหน้านี้ก็เป็นได้

เด็กตีกัน, ข่าวจังหวัดเชียงราย, ข่าวสดวันนี้

ธ.ก.ส. จ่อเสนอ ครม. พิจารณาช่วยเหลือเกษตรกรจากน้ำท่วมในภาคใต้

ธ.ก.ส. จ่อเสนอ ครม. พิจารณามาตราการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับกระทบจากน้ำท่วมในภาคใต้ เบื้องต้นคาดว่า มีลูกค้าได้รับผลกระทบถึง 1,500,000 ราย

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี พิจารณามาตราการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับกระทบจากน้ำท่วมในภาคใต้ เบื้องต้น ซึ่งคาดว่า มีลูกค้าได้รับผลกระทบจำนวนถึง 1,500,000 ราย โดยมี 3 มาตรการหลัก ได้แก่ การให้เงินฟื้นฟูใหม่ 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0 นาน 6 เดือน

จากนั้น คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 5 ผ่อนนาน 3 ปี มาตรการ ขยายเวลาการชำระหนี้นาน 2 ปี และลดดอกเบี้ยลงร้อยละ 3 โดยในส่วนนี้ ต้องขอวงเงินงบประมาณในการชดเชยภาระดอกเบี้ยให้ธนาคาร และการปล่อยกู้เพิ่มเติมตามความจำเป็น สูงสุด 300,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ยผ่อนปรน นานสูงสุด 10 ปี

ขณะที่ ธนาคารออมสิน เสนอปรับเงื่อนไขในวงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก หรือ เอสเอ็มอี ที่ประสบอุกภัยภาคใต้