เพื่อไทย ติง รัฐบาล อย่าฝันเกินจริงเศรษฐกิจปี60จะดีขึ้น จี้คืนประชาธิปไตย

ทีมเศรษฐกิจเพื่อไทย ติง รบ. อย่าวาดฝันปี 60 เศรษฐกิจจะดีขึ้น จี้ หากหวังนักลงทุนต่างชาติเข้ามา ต้องกลับสู่ ปชต. โดยเร็ว

น.ส.อนุตตมา อมรวิวัฒน์ รักษาการรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คณะทำงานเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทย มีความเห็นตรงข้าม ทีมเศรษฐกิจรัฐบาล ที่ออกมาพยายามวาดฝันว่าในปี 2560 เศรษฐกิจจะดี และไม่อยากให้วาดฝันเกินจริง เพราะนับตั้งแต่หลังรัฐประหาร ทีมเศรษฐกิจชุดนี้พยายามที่จะทำการตลาดและขายฝันแบบนี้มาโดยตลอด แต่ผลลัพธ์ที่ออกมา กลับตรงข้ามอย่างสิ้นเชิง

ประชาชนส่วนใหญ่ยังคงลำบาก โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย การอ้างว่าทำเศรษฐกิจฟื้นจาก 0.8% มาเป็น 2.8% และประมาณ 3.2% ในปีนี้ น่าจะเป็นการให้ข้อมูลที่ผิด เพราะที่เศรษฐกิจขยายตัวต่ำในปี 2557 เกิดจากการชัตดาวน์กรุงเทพฯ และการเกิดรัฐประหาร จึงทำให้เศรษฐกิจตกต่ำ โดย 2 ปีที่ผ่านมา มีการขยายตัว 2.8 ในปี 2558 และประมาณ 3.2% ในปี 2559 ถือเป็นการเจริญเติบโตที่ต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านมาก

ทั้งนี้ น.ส.อนุตตมา ยังกล่าวด้วยว่า ทีมเศรษฐกิจไปประเทศญี่ปุ่นเพื่อเชิญชวนนักลงทุน มาลงทุนในปี 2558 แต่ญี่ปุ่นกลับลงทุนลดลง 90% และ ปี 2559 ที่ไปเชิญชวนการลงทุนจากเยอรมันและฝรั่งเศส ก็ไม่มีการลงทุนเกิดขึ้นเลย ทั้งนี้ เพราะอียูยังไม่เจรจาข้อตกลงทางการค้ากับไทยในสภาวะการเมืองเช่นนี้

และหากโรดแมปการเลือกตั้งยังไม่แน่นอน การลงทุนจากต่างประเทศจะเกิดขึ้นยาก ดังนั้น หากต้องการให้มีการลงทุนจากต่างประเทศ ต้องรีบกลับไปสู่ระบอบที่ประชาคมโลกยอมรับโดยเร็ว เพื่อเริ่มเจรจาข้อตกลงทางการค้ากับนานาชาติได้

ข่าวจาก INN

เศรษฐีขึ้นสินสอดรอบที่ 3 เป็น 6 พันล้านให้หนุ่มที่แต่งงานกับลูกสาวเลสเบี้ยน

เศรษฐีฮ่องกงประกาศขึ้นสินสอดรอบที่ 3 เป็น 6,400 ล้านบาท ให้หนุ่มที่แต่งงานกับลูกสาวเลสเบี้ยน 

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ซีซิล จ้าว นักธุรกิจเศรษฐีพันล้านของฮ่องกง เสนอสินสอด 180 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 6,400 ล้านบาท ให้ผู้ชายที่จะแต่งงานกับ จีจี จ้าว ลูกสาวซึ่งมีรสนิยมทางเพศแบบหญิงรักหญิง

โดยการประกาศครั้งนี้ ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะก่อนหน้านี้ ซีซิลประกาศต่อสาธารณชนตั้งแต่ปี 2555 ว่าจะเสนอสินสอด ซึ่งเป็นเงินสดและทรัพย์สินรวม 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2,135 ล้านบาท ให้ผู้ชายที่สามารถทำให้ลูกสาวกลับมาเป็นผู้หญิงแท้ได้ ถึงแม้ว่าจะเสนอเงินมูลค่ามหาศาล แต่กลับไม่มีผู้ชายคนไหนรับเงื่อนไขดังกล่าว

เศรษฐีใหญ่ไม่ย่อท้อต่อมาในปี 2557 ประกาศเพิ่มสินสอดให้ชายที่รับเงื่อนไขดังกล่าวได้ โดยเพิ่มเงินเป็น 120 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 4,276 ล้านบาท กระทั่งล่าสุดในปี 2560 ประกาศเพิ่มสินสอดเป็น 3 เท่าของครั้งแรกเป็น 180 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 6,400 ล้านบาท

นายกฯ ลุยปฏิรูป ปัดสืบอำนาจ-ปรองดองไม่ใช่นิรโทษ

นายกรัฐมนตรี ให้โอวาทเด็กและเยาวชน อยากให้ตั้งเป้าหมายอนาคต กำชับ ศธ. เร่งแก้ปัญหาการศึกษาไทย พร้อมระบุขออย่ามองปรองดองแค่เรื่องการเมือง หวังคนไทยไม่ทะเลาะกัน ขอทำความเข้าใจการปฏิรูป ปัดร่างแผนยุทธศาสตร์เพื่ออยู่ต่อ

บรรยากาศกาศมอบรางวัลให้แก่เด็กและเยาวชนดีเด่น เด็กและเยาวชนที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ ที่ทำเนียบรัฐบาล ในวันนี้ มีผู้ปกครองเด็กและเยาวชนที่ได้รับรางวัล เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2560 จำนวนมาก มารอต้อนรับนายกรัฐมนตรี ที่บริเวณทางเชื่อมตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พร้อมส่งเสียงเรียกนายกรัฐมนตรีและให้กำลังใจในการทำงาน รวมทั้งถ่ายรูปร่วมกันอย่างเป็นกันเอง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ทั้งนี้ ก่อนเข้าปฏิบัติงานที่ตึกไทยคู่ฟ้า นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ ว่า เนื่องมาจากมีฝนตกหนักมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นทุกคนจะต้องเตรียมความพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต ส่วนความเสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าวนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการประเมินความเสียหายทั้งหมด

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวให้โอวาทคณะเด็กและเยาวชนดีเด่น เด็กและเยาวชนที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ จำนวน 781 คน ณ ตึกสันติไมตรี (หลังใน) ทำเนียบรัฐบาล ว่า อยากให้เด็กและเยาวชนตั้งเป้าหมายอนาคตของตนเอง ซึ่งรัฐบาลได้ให้ความสำคัญโดยกำชับให้กระทรวงศึกษาธิการ เร่งแก้ปัญหาการศึกษาไทย โดยการปฏิรูปประเทศใหม่ และระบบการศึกษาให้ทันสมัย เพราะเป็นการทำให้ประเทศชาติเกิดการเปลี่ยนแปลง

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ได้ตำหนิการศึกษาไทยว่าเป็นระบบที่ล้มเหลว แต่ควรผลิตแรงงานให้ตรงกับความต้องการของตลาด เน้นให้นักเรียนอ่านหนังสือเพื่อต่อยอดกระบวนการทางความคิด อย่าเสพติดโซเชียลมีเดียจนเกินไปและอย่าฟังสิ่งที่ใครบอกในโซเชียลมีเดีย รวมทั้งอย่าต่อต้านทุกเรื่อง แต่ต้องวิเคราะห์หาความจริง เช่น หากมีคนโพสต์ด่านายกรัฐมนตรี

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า ส่วนตัวได้สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า ต้องมีข้อสอบในเชิงคุณธรรม จริยธรรมด้วย ตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป เพื่อเป็นคะแนนเสริมและแทรกบททดสอบความรู้ที่ใช้ในต่างประเทศ ให้เท่าทันโลก นอกจากนี้ ยังสั่งรวบรวมตำราที่ใช้สอนพิเศษมาใช้ในการสอบปกติและยังสั่งให้ศูนย์เทคโนโลยีของกระทรวงศึกษา สร้างเทคโนโลยีขึ้นใหม่ โดยเอาครูที่มีชื่อเสียงมาสอนผ่านเทคโนโลยีใหม่และครูต้องปรับวิธีการสอนให้ดีขึ้นรวมทั้งนักเรียนต้องเรียนรู้ไปด้วยกัน เพื่อลดภาระการเรียนพิเศษด้วย

พร้อมกันนี้ ยังฝากให้มีการสอบ การเขียนประวัติศาสตร์ชาติไทย เพื่อเป็นคะแนนเสริมด้วย อย่างไรก็ตาม ขอให้ทุกคนคิดแบบตนเอง ถ้าให้ตนเองหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ อย่างเดียวก็ไปไม่ได้ ที่ผ่านมาเปลี่ยนรัฐมนตรีมาหลายคนใครได้อะไรขึ้นมา ทุกอย่างขึ้นอยู่กับแผนงานและยุทธศาสตร์ หากเขียนไปเรื่อยก็เป็นแบบเดิม เลือกรัฐมนตรีกี่คนก็ผิดหวังทั้งหมด นอกจากนี้ ความรู้ต้องคู่คุณธรรม ไม่ต้องถามว่าคนดีเป็นอย่างไร เพราะทุกคนรู้อยู่แล้วว่าคนดีคือคนที่ทำความดี

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงเรื่องการปรองดอง ว่า ขออย่ามองเพียงเรื่องของการเมืองเพียงอย่างเดียว และการปรองดองไม่ใช่เป็นการพ้นโทษหรือนิรโทษกรรมให้แก่คนที่ทำผิด แต่การปรองดอง คนไทยต้องไม่ทะเลาะกัน ไม่ขัดแย้ง และขอให้ติดตามทำความเข้าใจการเดินหน้าประเทศและการปฏิรูปอย่ามุ่งเน้นเพียงแค่เรื่องการเมือง พร้อมย้ำว่า คนไทยปั่นป่วน เพราะไม่เคารพกฎหมาย เพราะฉะนั้นอย่ามองเรื่องประชาธิปไตยเพียงเรื่องเดียว

นายกรัฐมนตรี ยังได้ชี้แจงถึงการกำหนดแผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี ว่า แผนทั้งหมดสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงได้ แต่จะต้องเป็นไปตามกรอบที่กำหนดไว้ ไม่ใช่คิดเพียงแต่ว่ารัฐบาลร่างแผนยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อต้องการอยู่ต่อหรือสืบทอดอำนาจ โดยยืนยันว่าไม่ได้ต้องการที่จะอยู่ต่อแต่อย่างใด

ข่าวจาก INN  ภาพจาก Wassana J. Nanuam