‘โอบามา’ขึ้นเวทีประกาศอำลาตำแหน่งประธานาธิบดี

“โอบามา” ฝากถึงรัฐบาลใหม่ในการประกาศลาตำแหน่ง ย้ำ รัสเซีย – จีน ไม่ใช่คู่แข่งเทียบอิทธิพลสหรัฐฯ

บารัค โอบามา ขึ้นเวทีประกาศอำลาตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ โดยส่งสารไปยัง นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ว่า การบริหารของพรรคเดโมแครต ใต้การนำของเขาเองในห้วงเวลาที่ผ่านมานั้น เป็นไปอย่างราบรื่น และประสบความเร็จ ซึ่งนั่นจะเป็นงานหนักต่อ ทรัมป์ ที่จะมีความยากลำบากมากขึ้น และต้องสร้างความเปลี่ยนแปลงที่แตกต่างให้ได้ด้วย

นอกจากนี้ ยังพูดถึงการสังหารบินลาเดน ที่ทำให้มีการจ้างงานเพิ่มขึ้นตามมา ซึ่งเป็นอีกความสำเร็จของรัฐบาลชุดนี้ด้วย อย่างไรก็ตาม สำหรับการยึดกฎหมายการแบ่งแยกชนชั้น แบ่งแยกสีผิว ยังคงเป็นเรื่องที่ให้ความสำคัญต่อไป

โอบามา ยังบอกถึงรัฐบาลต่อไปด้วย สำหรับความท้าทายที่ต้องควบคุมตัวเอง ในขณะที่ต้องเผชิญหน้ากับปัญหาต่างๆ สำหรับทางด้านคู่แข่งทั้งทางด้านการค้าความมั่นคง นั้น โอบามา บอกอย่างมั่นใจว่าคู่แข่งอย่างรัสเซียและจีน ไม่สามารถที่จะขึ้นมามีอิทธิพลเทียบชั้นสหรัฐฯ ได้ หากสหรัฐฯ ไม่ยอมแพ้

ตอนท้าย ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่กำลังจะลงจากตำแหน่ง ได้กล่าวขอบคุณครอบครัว พร้อมกับหลั่งน้ำตาที่อยู่เคียงข้างกันมาตลอด ก่อนจะขอบคุณรองประธานาธิบดี โจ ไบเดน ที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขและก้าวผ่านเหตุการณ์ทั้งดีและร้ายร่วมกันมา พร้อมยกย่องว่า รองประธานาธิบดี รายนี้เปรียบเสมือนพี่ชายด้วย

ปิดท้าย ด้วยการประกาศว่า พวกเราทำได้ พวกเราชาวสหรัฐฯ สามารถก้าวสู่การเปลี่ยนผ่านได้ ก่อนจบด้วยคำว่า “ลาก่อน”

สุดซึ้ง! คลิปนาทีช่วยชีวิตสุนัข ลอยคอกลางน้ำท่วมภาคใต้

สุดซึ้ง! คลิปเผยนาทีช่วยชีวิตสุนัข ลอยคอกลางน้ำท่วมภาคใต้ นานหลายวัน ล่าสุดสุนัขปลอดภัย

โลกออนไลน์แห่แชร์คลิปสุดซึ้ง จากผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก Thapanee Ietsrichai โดยได้เผยเหตุการณ์ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน 42 ค่ายศรีนครินทรา อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช และทีมอาสาชาวบ้าน ที่มีหญิงสูงวัยชื่อ คุณป้าไพร นำเรือกู้ภัยออกลาดตระเวนพื้นที่ประสบภัย เพื่อให้ความช่วยเหลือ

ขณะที่เรือเคลื่อนเข้าไปในพื้นที่หมู่บ้านไทรหัวม้า ต.เคร็ง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ก็ได้พบกับสุนัขสีน้ำตาลตัวหนึ่ง ว่ายน้ำลอยคออยู่กลางน้ำท่วม ที่ท่วมบริเวณดังกล่าวมาร่วม 4 วัน จึงร่วมกันช่วยเหลืออย่างสุดกำลัง คุณป้าไพรกวักมือเรียกมันสุดเสียง ก่อนจะอุ้มมันขึ้นมาบนเรือได้สำเร็จ ท่ามกลางเสียงเฮด้วยความดีใจของทุกคน โดยสุนัขตัวนี้มันอยู่ในอาการหนาวสั่นเกร็ง ตัวแข็ง คุณป้าไพรจึงอุ้มกอดมันไว้ให้อุ่น โดยข้อความระบุว่า

วินาทีช่วยชีวิตสุนัขหนีน้ำที่บ้านไทรหัวม้า  ขอบคุณพี่ๆ ตชด.42 และป้าไพร ที่ช่วยสุนัขตัวนี้ น่ารักมากมายเลยค่ะ มันอยู่ในน้ำจนตัวสั่น ตัวแข็ง น่าสงสารมาก มันปลอดภัยและได้กลับคืนเจ้าของที่ ต.เคร็ง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช

หลังจากที่คลิปดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไปในโลกออนไลน์ บรรดาชาวเน็ตต่างเข้าไปแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่ขอบคุณทีมกู้ภัยที่ช่วยเหลือมันไว้ แม้ในยามนี้ทุกคนจะเดือดร้อนเหมือนกัน แต่ก็ไม่ละเลยชีวิตของสัตว์ตัวหนึ่ง จากรายงานล่าสุดขณะนี้ เจ้าสุนัขอยู่ในอาการปลอดภัย และส่งกลับคืนเจ้าของเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ภาพจาก Thapanee Ietsrichai

เหตุระเบิดฆ่าตัวตายใกล้อาคารรัฐสภาในอัฟกานิสถาน

เกิดเหตุระเบิดขึ้น 2 ครั้ง ในกรุงคาบูล ของอัฟกานิสถาน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 30 คน ขณะเดียวกันก็มีรายงานเหตุระเบิดฆ่าตัวตายในจังหวัดเฮลมันด์ในวันเดียวกัน ซึ่งล้วนมีเป้าหมายโจมตีเจ้าหน้าที่อัฟกานิสถาน

เกิดเหตุระเบิดฆ่าตัวตาย 2 ครั้ง ใกล้กับอาคารรัฐสภาอัฟกานิสถาน ที่ตั้งอยู่ในกรุงคาบูล เมื่อวานนี้ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 30 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 80 คน โดยเหตุระเบิดเกิดขึ้นในช่วงเวลาเร่งด่วน ขณะที่บรรดาเจ้าหน้าที่เดินทางออกจากอาคารรัฐสภา

ขณะที่โฆษกกลุ่มก่อการร้ายตอลีบาน ในอัฟกานิสถาน ก็ออกมาอ้างความรับผิดชอบหลังเกิดเหตุการณ์เพียงไม่กี่นาทีว่า เป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดฆ่าตัวตายครั้งนี้ โดยระบุว่า มีเป้าหมายในการโจมตีใส่รถโดยสารขนาดเล็ก ที่บรรทุกเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานด้านความมั่นคงแห่งชาติ หรือ NDS ซึ่งเป็นหน่วยข่าวกรองหลักของอัฟกานิสถาน นอกจากนี้ ยังระบุด้วยว่า มีผู้เสียชีวิตราว 70 คน

นายราฮิมา จามี สมาชิกรัฐสภาที่เป็นตัวแทนของจังหวัด เฮราต เป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิดครั้งนี้

จากรายงานเบื้องต้นระบุว่า เหตุระเบิดในครั้งนี้ ถือเป็นเหตุนองเลือดในกรุงคาบูล ที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายเดือน

ขณะที่นายซาบี หนึ่งในเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอาคารรัฐสภาให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว AFP ว่า ระเบิดครั้งแรกเกิดขึ้นด้านนอกอาคารรัฐสภา เป็นฝีมือของมือระเบิดฆ่าตัวตาย ซึ่งทำให้มีคนบริสุทธิ์เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก จากนั้น รถยนต์ที่จอดอยู่อีกฝั่งของถนน ก็เกิดระเบิดขึ้น โดยแรงระเบิดส่งผลให้เขากระเด็นถอยหลัง

ขณะที่นายอาห์หมัด วาลี ผู้บัญชาการตำรวจประจำเขต 7 ของกรุงคาบูล ระบุว่า ระเบิดครั้งที่ 2 เกิดขึ้นขณะที่ตำรวจกำลังเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุระเบิดครั้งแรก นอกจากนี้ เขายังระบุด้วยว่า เหตุระเบิดทั้ง 2 ครั้งเกิดขึ้นใกล้กับประตูของมหาวิทยาลัยอเมริกัน ที่ตั้งอยู่ในกรุงคาบูล

ก่อนหน้านี้ มหาวิทยาลัยอเมริกัน ได้รับผลกระทบทางอ้อมจากการโจมตีและลักพาตัวของกลุ่มติดอาวุธที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มตอลีบานหลายครั้ง เนื่องจากเป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือระหว่างอัฟกานิสถานกับสหรัฐฯ

โดยเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา อาจารย์มหาวิทยาลัยอเมริกัน 2 คน ซึ่งเป็นชาวอเมริกันและออสเตรเลีย เพิ่งจะถูกคนร้ายลักพาตัวไปจากบริเวณใกล้ๆ มหาวิทยาลัย หลังจากนั้นไม่กี่วัน หน่วยรบพิเศษของสหรัฐฯ หรือ ซีล พยายามบุกเข้าไปช่วยเหลือ แต่ก็ล้มเหลว เนื่องจากไม่พบตัวทั้งคู่

สามสัปดาห์หลังจากนั้น มือปืนสวมอุปกรณ์ติดตั้งระเบิดบุกเข้าจู่โจมมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 12 คน ในจำนวนนี้มีทั้งนักศึกษา เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และตำรวจ

ขณะเดียวกันก็มีรายงานว่า มีเหตุระเบิดฆ่าตัวตายเกิดขึ้นในจังหวัด เฮลมันด์ ที่อยู่ทางตอนใต้ของอัฟกานิสถาน ในวันเดียวกัน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 7 คน และมีผู้บาดเจ็บ 6 คน ซึ่งกลุ่มก่อการร้ายตอลีบานก็ออกมาอ้างความรับผิดชอบเหตุการณ์นี้ด้วยเช่นกัน

ขณะที่ผู้บัญชาการตำรวจประจำจังหวัดเฮลมันด์ ระบุว่า เหตุดังกล่าวมีเป้าหมายในการโจมตีบ้านพักรับรองเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองในเมือง ลัชคาร์ กาห์ ที่เป็นเมืองเอกในจังหวัดเฮลมันด์ นอกจากนี้ตำรวจยังพบรถยนต์ที่ติดตั้งระเบิดไว้ภายในจอดอยู่ใกล้ๆ อีกด้วย