เปิดใจ! ปลัดหนุ่มสุดฮอต หลังโซเชียลดันจนดังข้ามคืน

เปิดใจ! ปลัดบูม ปลัดอำเภอขุนตาล จ.เชียงราย สุดฮอตหลังชาวเน็ตแห่แชร์ภาพจนดังข้ามคืน

จากกรณีโลกโซเชียลได้แชร์ภาพปลัดหนุ่มหล่อ ที่มีชื่อว่า ปลัดณัฐกร ชุ่มอินทรจักร หรือปลัดบูม ซึ่งดำรงตำแหน่งที่ อ.ขุนตาล จ.เชียงราย ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 ม.ค. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าว จ.เชียงราย ได้พบกับนายณัฐกร ชุ่มอินทรจักร หรือปลัดบูม ปลัดอำเภอขุนตาล จ.เชียงราย ยังคงมาปฎิบัติหน้าที่ตามปกติที่ว่าการอำเภอขุนตาล

โดยปลัดบูม รับผิดชอบด้านงานทะเบียนราษฎร และศูนย์ดำรงธรรม อ.ขุนตาล ทราบว่า ภาพที่มีแชร์ต่อกันนั้นเริ่มมาจากทางตัวปลัดได้คอมเม้นท์ในเพจดัง เรื่องบริจาคอัวยะร่างกายให้กับผู้ป่วย ว่า ไม่ต้องส่งเอกสารทาง ปณ. แค่ไปที่อำเภอก็สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่เขาบอกว่าบริจาคอวัยวะได้เลย จากนั้นก็มีการแชร์ต่อกัน จนหลายคนเข้ามาชื่นชมว่าเป็นปลัดหนุ่มหน้าตาดี ซึ่งก็ต้องขอบคุณทุกคนที่เข้ามาชื่นชมตนเองอย่างมาก

ทั้งนี้หลังจากกระแสการแชร์ภาพตนเองในโลกโซเซียลนั้น ก็มีผลกระทบบ้าง คือไม่สามารถตอบคำถามของประชาชนทุกคนที่เข้ามาสอบถามได้ทั้งหมด แต่ผลดีจะมากกว่า นั้นคือ ประชาชนหลายคนเริ่มรู้จัก อ.ขุนตาล มากขึ้น และอยากให้ทุกคนเข้ามาเที่ยว อ.ขุนตาล ตนพร้อมที่จะทำหน้าที่ประสัมพันธ์อีกแรงหนึ่ง

ส่วนประวัติของนายณัฐกร ชุ่มอินทรจักร ปัจจุบันอายุ 27 ปี จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นิติศาสตร์ และเป็นชาวจังหวัดเชียงใหม่ จากนั้นได้สอบเป็นปลัดอำเภอ ซึ่งสอบถึง 2 ครั้ง และครั้งที่ 2 ก็สอบได้ จนได้บรรจุครั้งแรกที่ อ.ขุนตาล มาถึงวันนี้ก็ 2 เดือน กับอีก 29วัน ซึ่งการได้ทำหน้าที่ปลัดอำเภอนั้นตนเองชอบในการทำหน้าที่นี้ เพราะชอบบริการประชาชน ที่สำคัญได้รู้ถึงอาชีพข้าราชการ และเข้าถึงความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งในความตั้งใจคืออยากให้ประชาชนเข้าใจตัวข้าราชการในการทำงานจากนี้ต่อไป ว่าข้าราชการทุกคนพร้อมบริการประชาชนอย่างเต็มที่

แฉต่อเนื่อง! อดีต ส.ส.ปชป. โพสต์ฉะ ปมล็อกสเปก ‘ประมูลรถไฟทางคู่’

แฉต่อเนื่อง! อดีต ส.ส.ปชป. เปิดโปงปมล็อกสเปก ‘ประมูลรถไฟทางคู่’ พร้อมจี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ตรวจสอบ

วันที่ 26 ม.ค. 2560 ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว กรณีความไม่ชอบมาพากลในการประมูลก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่ ภายใต้การกำกับดูแลของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) โดยมีข้อความว่า

“ไหนว่าไม่ล็อกสเปกประมูลรถไฟทางคู่”

เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2559 และวันที่ 4 มกราคม 2560 ผมได้โพสต์บทความเกี่ยวกับความไม่ชอบมาพากลในการประมูลก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่ ภายใต้การกำกับดูแลของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.)

โดยในวันที่ 6 ธันวาคม 2559 บทความมีใจความสำคัญสรุปได้ว่า ร.ฟ.ท. กำลังเปิดประมูลก่อสร้างรถไฟทางคู่ 5 โครงการ ซึ่งโดยปกติผู้รับเหมาที่ประมูลได้งานก่อสร้างจะต้องมีเครื่องมืออุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ในการก่อสร้างเอง แต่สำหรับการประมูลครั้งนี้ ร.ฟ.ท.ให้เงินผู้รับเหมาไปซื้อเครื่องมืออุปกรณ์ก่อสร้างทางรถไฟ 4 รายการ แล้วให้ผู้รับเหมาใช้เครื่องมืออุปกรณ์เหล่านั้นฟรี เมื่อใช้งานเสร็จแล้วก็มอบให้ ร.ฟ.ท. ซึ่งในทางที่ถูกต้องผู้รับเหมาจะต้องจัดหาเครื่องมืออุปกรณ์เหล่านั้นโดยใช้เงินของผู้รับเหมาเอง เพราะผู้รับเหมาต้องใช้ในการก่อสร้างอยู่แล้ว

ที่สำคัญ มีการตั้งข้อสังเกตว่า ร.ฟ.ท. ได้ระบุข้อกำหนดทางเทคนิคหรือสเปกของเครื่องมืออุปกรณ์เพื่อให้ผู้รับเหมาจัดซื้อโดยเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ผลิตเครื่องมืออุปกรณ์รายใดรายหนึ่งหรือไม่ ทั้งๆ ที่ มีผู้ผลิตที่สามารถผลิตเครื่องมืออุปกรณ์ได้หลายรายจากหลายประเทศ หลังจากนั้น ผู้ว่าการ ร.ฟ.ท.ได้ออกมาโต้ผมว่าไม่มีการล็อกสเปก ทุกอย่างโปร่งใส

ต่อมาในวันที่ 4 มกราคม 2560 ผมได้เปิดเผยสเปกของเครื่องมืออุปกรณ์ทั้ง 4 รายการ ซึ่งประกอบด้วย (1) รถเกลี่ยหิน (2) รถอัดหินในทางทั่วไป (3) รถอัดหินในประแจ และ (4) รถสั่นหิน ซึ่งเป็นสเปกที่ไม่เปิดกว้าง แต่เป็นสเปกที่เจาะจงไปที่ผู้ผลิตยี่ห้อหนึ่ง นับเป็นการปิดกั้นผู้ผลิตรายอื่น

หลังจากมีการเผยแพร่บทความดังกล่าวได้ไม่นาน ปรากฏว่า ร.ฟ.ท.ได้ส่งสเปกเพิ่มเติมไปให้ผู้รับเหมาซึ่งได้ซื้อซองเอกสารประกวดราคาไปแล้ว โดยได้มีการปรับแก้สเปกให้เปิดกว้างขึ้น 4 โครงการ เหลือเพียงหนึ่งโครงการเท่านั้นที่ไม่มีการปรับแก้สเปก นั่นคือโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ลพบุรี-ปากน้ำโพ ไม่ทราบว่าจะเหลือไว้ทำไม ทั้งนี้ เหตุที่มีการปรับแก้สเปกไป 4 โครงการ จากทั้งหมด 5 โครงการ อาจเป็นเพราะต้านกระแสที่ถูกเปิดโปงไม่ไหวก็ได้

แม้ว่าได้มีการแก้สเปกแล้วก็ตาม ผมทราบมาว่าในที่สุดผู้รับเหมาที่ได้งานก็จะยังคงต้องซื้อเครื่องมืออุปกรณ์ดังกล่าวจากผู้ผลิตยี่ห้อหนึ่งตามสเปกเดิมก่อนการแก้ไข เพราะถ้าไม่ซื้อจากผู้ผลิตยี่ห้อนี้อาจจะมีปัญหาในการส่งมอบอุปกรณ์เครื่องมือให้ ร.ฟ.ท. รวมทั้งการทำงานในอนาคตได้

ด้วยเหตุนี้ หากรัฐบาลไม่เร่งสะสางปมปัญหาในการประมูลก่อสร้างรถไฟทางคู่ออกไป ผมคาดการณ์ได้ว่าผู้รับเหมาทั้ง 5 โครงการ ยังคงจำเป็นที่จะต้องซื้ออุปกรณ์เครื่องมือจากผู้ผลิตรายเดิมอย่างไม่ต้องสงสัย

หลังจากที่ผมได้เปิดโปงว่า เอกชนรายหนึ่งที่ผูกขาดขายสินค้าให้ ร.ฟ.ท. มาอย่างยาวนานได้ส่งคนไปประกบการทำงานของ ร.ฟ.ท.อย่างใกล้ชิดเป็นประจำทุกวัน มีโต๊ะนั่งทำงาน และสามารถใช้อุปกรณ์ของ ร.ฟ.ท.ได้เช่นเดียวกับพนักงาน ร.ฟ.ท. จนถึงบัดนี้คนคนนั้นก็ยังนั่งทำงานใน ร.ฟ.ท.ตามปกติ ดูเหมือนว่าผู้บริหารของ ร.ฟ.ท.ไม่ให้ความสนใจที่จะแก้ไขความไม่ถูกต้องแต่ประการใด

อ่านมาทั้งหมดแล้ว ท่านพอจะบอกได้ไหมครับว่า มีการล็อกสเปกให้ผู้รับเหมาจัดซื้ออุปกรณ์เครื่องมือจากผู้ผลิตรายหนึ่งหรือไม่ ถ้าตอบว่าไม่ แล้วทำไมจึงมีการปรับแก้สเปกหลังจากผมได้เปิดเผยสเปกให้สาธารณชนทราบ

ผมยังไม่ท้อที่จะฝากความหวังไว้กับรัฐบาลนี้ เพราะเชื่อมั่นในตัวพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ แต่ด้วยเหตุที่ท่านนายกฯ มีภารกิจมากมาย ทำให้ปัญหาการประมูลก่อสร้างรถไฟทางคู่ไม่ถูกรายงานไปถึงท่าน ดังนั้น ผมจึงขอถามไปที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมว่า จะปล่อยให้ ร.ฟ.ท.เป็นเช่นนี้ต่อไปอีกหรือ

ที่มา  ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์

ครู-นักเรียน ผวา! แผ่นดินไหว 3.5 เขย่าดอยอินทนนท์

แผ่นดินไหว 3.5 เขย่าดอยอินทนนท์ ครูนักเรียนผวาหนัก ประชาชนใน อ.แม่วาง และ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ยังต้องเผชิญกับแผ่นดินไหวอย่างต่อเนื่อง

เมื่อเวลา 8.17 น. วันนี้ 26 ม.ค. 60 ผู้สื่อข่าว จ.เชียงใหม่ รายงานว่า เกิดแผ่นดินไหวขนาด 3.5 แมกนิจูด ลึกจากผิวดิน 7 กิโลเมตร ที่ อ.แม่วาง แต่รู้สึกสั่นสะเทือนได้เล็กน้อยที่ อ.จอมทอง แม้จะไม่พบความเสียหายเกิดขึ้น แต่แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเกือบทุกวัน ก็ทำให้ประชาชนในพื้นที่มีความกังวลมากขึ้นเพราะกลัวจะเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่

อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความตื่นตระหนกให้กับครูและนักเรียนที่โรงเรียนบ้านขุนกลาง ซึ่งเป็นโรงเรียนกลางหุบเขา ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ เพียง 1 กิโลเมตร อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ โดยนายชลอ ใจซื่อ ผู้อำนวยการโรงเรียน เล่าว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้ที่โรงเรียนรับแรงสั่นสะเทือนได้แรงกว่าหลาย ๆ ครั้งที่ผ่านมา และแผ่นดินยังสั่นไหวนานเกือบ 10 วินาที จนห้องทำงานสั่นไหว โชคดีที่ในช่วงเวลาดังกล่าวเด็กทั้งโรงเรียนทำกิจกรรมอยู่บริเวณสนามและนอกตัวอาคาร ทำให้ไม่แตกตื่นกันมากนัก

นายชลอ บอกว่า ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาซ้อมแผนเผชิญเหตุให้กับเด็ก ๆ ในโรงเรียน เพื่อให้ความรู้และป้องกันความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น รวมทั้งตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของอาคารเรียนเพื่อป้องกันความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น

สำหรับแผ่นดินไหวเกิดขึ้นที่ จ.เชียงใหม่ มีศูนย์กลางที่ อ.จอมทอง และ อ.แม่วาง ตั้งแต่วันที่ 25 ธ.ค. ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้เกิดขึ้นแล้วกว่า 120 ครั้ง ในช่วงแรกมีขนาดที่ 1.5 – 2 แมกนิจูด ขณะที่กลางเดือน ม.ค. 60 ขนาดของแผ่นดินไหวเพิ่มขึ้นเป็น 3.5 – 4.2 แมกนิจูด โดยนักธรณีวิทยา สำนักงานทรัพยากรธรณี เขต 1 ระบุว่า เป็นการระบายพลังของรอยเลื่อนที่ฝังตัวอยู่ใต้ดิน และเป็นแผ่นดินไหวขนาดเล็ก