ตร.แถลงจับแก๊งขนโคเคนรัสเซีย เผยมีผู้ว่าจ้างในไทย

รอง ผบ.ตร. ร่วมกับ ปส. แถลงจับแก๊งขนโคเคนชาวรัสเซีย ยึดของกลาง 650 กรัม สารภาพมีผู้ว่าจ้างในไทย

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมเจ้าหน้าที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด แถลงผลการจับกุม นางสาวยูเลีย มาคูโชวา หรือ Ms.YULIA MAKUSHOVA หรือ Ms.IULIIA MAKUSHOVA สัญชาติรัสเซีย (RUSSIAN) พร้อมของกลาง โคคาอีน (COCAINE) 57 ก้อน น้ำหนักรวมประมาณ 650 กรัม โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และบัตรอีเล็คทรอนิกส์ Tinkoff Bank 1 ใบ โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่ ห้องตรวจเอ็กซเรย์ศุลกากร ท่าอากาศยานสนามบินสุวรรณภูมิ

ซึ่งการจับกุมในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจาก ฝ่ายสืบสวนทราบว่า มีจะมีผู้ลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาภายในประเทศ โดยสารเดินทางมาด้วยสายการบิน ของประเทศบราซิล ปลายทาง ท่าอากาศยานสนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย เจ้าหน้าที่จึงเฝ้าติดตาม จนพบ นางสาวยูเลีย ผู้ต้องหามีท่าทางพิรุธ จึงแสดงตัวขอตรวจค้น พร้อมตรวจด้วยเครื่องเอ็กซ์เรย์ร่างกาย จนพบวัตถุแปลกปลอมในช่องท้องจำนวนมาก สอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าลักลอบนำยาเสพติดดังกล่าวมาส่งมอบให้กับเครือข่ายผู้ว่าจ้างในประเทศไทย

ตำรวจจึงแจ้งข้อกล่าวหา นำยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคคาอีน) (COCAINE) เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และมียาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคคาอีน) (COCAINE) ไว้ในครอบครองเกินกว่าปริมาณที่กฎหมายกำหนดเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต

นักเรียนกะเหรี่ยง ร้องตรวจสอบภาครัฐ กรณีไม่สนับสนุนการจัดการศึกษา

นักเรียนกะเหรี่ยง ร่วมกับองค์กรภาคีจากผืนป่ามรดกโลกทุ่งใหญ่นเรศวร จ.กาญจนบุรี ร้องตรวจสอบภาครัฐ กรณีไม่ส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน

วันนี้ (26 ม.ค.60) นักเรียนกะเหรี่ยง ชั้น ม.3 จำนวน 19 คน และ องค์กรภาคีจากผืนป่ามรดกโลกทุ่งใหญ่นเรศวร จ.กาญจนบุรี ได้เข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เรียกร้องสิทธิเพื่อการศึกษาของเด็กไทย ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากศูนย์การเรียนชุมชนศรีสุวรรณสะเนพ่อง (วิถีกะเหรี่ยงทุ่งใหญ่นเรศววร) จ.กาญจนบุรี ได้ทำการเปิดเรียนการสอนมาตั้งแต่ปีการศึกษา2557 โดยได้รับอนุญาตและเห็นชอบจาก สพม.8 สพฐ. กระทรวงศึกษาธิการ

แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ศูนย์การเรียนแห่งนี้ ยังไม่เคยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากภาครัฐ ทั้งในเรื่องของค่าอาหาร แบบเรียน รวมถึงงบตอบแทนครู ทางศูนย์การเรียนรู้ชุมชนศรีสุวรรณสะเนพ่อง (วิถีกะเหรี่ยงทุ่งใหญ่นเรศววร) จึงได้เข้ายื่นเรื่องเพื่อขอให้ตรวจสอบ

และรายงานการกระทำหรือการละเลยการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิด้านการศึกษา กรณีรัฐไม่ส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานตามมาตรา 12 มาตรา 14 และ 61 แห่ง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 และ (ฉบับ 3) พ.ศ. 2553 ซึ่งทางด้านเจ้าหน้าที่จากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้รับหนังสือร้องเรียนดังกล่าว รวมถึงจะมีการดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

หวังดีแต่ผิดที่ !! สาวอ้างตัวเป็นหมอ ขวางหน่วยกู้ชีพช่วยคนป่วย จนทำเสียชีวิต

แชร์ว่อนสาวอ้างเป็นหมอขวางปั๊มหัวใจ อ้างจะช่วยด้วยการนวด สุดท้ายผู้ป่วยเสียชีวิต

วันนี้ (26 ม.ค. 60) ในโลกออนไลน์ได้เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊ก ‘การันต์ ศรีวัฒนบูรพา’ ได้เขียนเรื่องราวสุดเศร้าผ่านเพจดังกล่าว หลังมีคนต้องเสียชีวิตจากการที่มีหญิงคนหนึ่งอ้างตัวเป็นคุณหมอไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่การแพทย์ฉุกเฉินเข้าทำการปฐมพยาบาลผู้บาดเจ็บด้วยการใช้เครื่องปั๊มหัวใจ  แต่เขาอาสาเป็นคนนวดเปิดจุดให้แทน

โดยมีเรื่องราวที่เกิดขึ้นดังนี้ เจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์พยาบาลฉุกเฉินได้รับแจ้งว่า เกิดเหตุมีคุณป้ารายหนึ่งโรคหัวใจกำเริบหมดสติอยู่บริเวณริมทางเท้าแห่งหนึ่งย่านหมอชิต เจ้าหน้าที่กู้ภัยและหน่วยแพทย์พยาบาลฉุกเฉินจึงรีบไปที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงและกำลังจะเข้าไปปฐมพยาบาลช่วยชีวิต กลับมีผู้หญิงรายหนึ่งอ้างว่าเป็นหมอ และห้ามให้เจ้าหน้าที่ใช้เครื่องปั๊มหัวใจ โดยไม่สนคำท้วงติงจากเจ้าหน้าที่ จากนั้นหญิงคนดังกล่าวได้ทำการนวดไปตามจุดสำคัญต่างๆ ตั้งแต่ขาไปถึงท้อง แต่ก็ไม่ทำให้ผู้ป่วยฟื้น เจ้าหน้าที่เห็นท่าไม่ดีจึงนำตัวขึ้นรถพยาบาลและทำการช่วยชีวิต แต่ไม่ทันการผู้ป่วยได้เสียชีวิตลงในที่สุด

หมอนวด, คนไข้, หน่วยแพทย์ฉุกเฉิน
ขณะที่ผู้โพสต์ได้มีข้อความระบุว่า

“แชร์มาให้ดูว่า ในบ้านเรายังมีอีกมาก ไอ้ประเภทที่หวังดีผิดเวลา พลเมืองดีที่พร้อมจะเสือก แต่ไม่ขอรับผิดชอบอะไรทั้งสิ้น #แก้ไขเพิ่มเติม หลังจากคุยกับแฟนแล้ว มีความเห็นว่า คนที่ปล่อยให้หมอนวดมานวด ทั้งๆ ที่รู้ว่าควร cpr ก็ต้องรับความผิดนี้ไปด้วย ถ้ามั่นใจว่าต้องทำ cpr ก็ต้องทำ อย่าไปยอมให้ความรู้ผิดๆมาทำให้คนไข้ตาย จำไว้เป็นบทเรียนอาสาทั้งหลาย เขาตายเพราะเอ็งไม่กล้าสู้กับความเชื่อผิดๆ”

ปฐมพยาบาล, กู้ภัย, หมอนวด, หน่วยแพทย์ฉุกเฉิน

ทั้งนี้เมื่อเรื่องราวดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่โจมตีการกระทำของพลเมืองดี ที่ไปแสดงตัวผิดที่ผิดเวลา และหากอยากจะเป็นพลเมืองดีอย่างที่ตั้งใจก็ควรให้หน้าที่นี้เป็นของเจ้าหน้าที่โดยตรงน่าจะเหมาะสมที่สุด เพื่อเหตุการณ์ร้ายๆ จะไม่เกิดขึ้นอย่างเช่นกรณีนี้

ขอบคุณภาพ และข้อมูลจาก การันต์ ศรีวัฒนบูรพา