อุทาหรณ์! สาวใหญ่นำของมีค่าโหลดใต้เครื่องบิน สุดท้ายหายเกลี้ยง

อุทาหรณ์เตือนภัย! สาวใหญ่นำทรัพยสินมีค่าโหลดใต้ท้องเครื่องบิน ไม่เก็บไว้กลับตัว สุดท้ายหายเกลี้ยง

โลกออนไลน์มีการแชร์ข้อความเตือนภัย หลังผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก Rapeporn Fujiwara ได้ออกมาโพสต์เล่าประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเอง เมื่อมีโอกาสเดินทางด้วยเครื่องบินของสายการบินแห่งหนึ่งภายในประเทศ สมุย-กรุงเทพฯ แต่กลับต้องเจอเรื่องไม่คาดคิด เมื่อทรัพย์สินที่โหลดใต้เครื่องสูญหายไปเฉย ๆ แถมสายการบินก็ไม่รับผิดชอบอีกด้วย

ทั้งนี้ ในเวลาต่อมา เทอได้ออกมาเปิดเผยว่า ได้ของคืนบางส่วนแล้ว พร้อมชื่นชมเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว คุณสิทธทัศน์ แสงมณีโชติ ที่ส่งข่าวมาบอกเธอตอนสาย ๆ ของวันที่ 24 ม.ค. ที่ผ่านมา นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ขอเวลาอีก 2-3 วัน เพื่อติดตามหาของที่เหลือ สร้อยคอทองคำ หนัก 5 บาท และ แหวนเพชร อีก 2 วง มาคืนให้ แต่เธอก็ได้ทำใจไว้ในระดับหนึ่งแล้ว

เปิดใจ! พ่อวินมอเตอร์ไซค์น้ำใจงาม นั่งเฝ้าลูกค้าสาวเมายันเช้า

เปิดใจพ่อแท้ๆของ หนุ่มวินสุดแมน นั่งเฝ้าสาวเมาปลิ้นยันสว่าง ภูมิใจตัวลูกชาย เผยไม่เจอหน้านาน 20 ปี

จากกรณีโลกออนไลน์เกิดกระแสชื่นชมหนุ่มขับรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างหน้าโหดที่แสดงความเป็นสุภาพบุรุษภายหลังจากที่ได้รับลูกค้าสาวสวยมาจากสถานบันเทิงย่านอาร์ซีเอ ในสภาพเมามายไม่ได้สติ จนหนุ่มวินมอเตอร์ไซค์ต้องนั่งเฝ้ายันตี 5 จนกระทั่งหญิงสาวตื่นขึ้น จึงได้อาสาขับรถไปส่งถึงห้องพักอย่างปลอดภัย จนโลกออนไลน์เกิดกระแสชื่นชมในตัวหนุ่มวินมอเตอร์ไซค์หน้าโหดรายนี้เป็นอย่างมากนั้น

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ทราบว่า นายราชการ พืดขุนทด หนุ่มวินสุดแมน นั่งเฝ้าสาวเมาปลิ้นยันสว่าง นั้น มีบิดาแท้ๆชื่อนายสมาน พืดขุนทด อายุ 45 ปี บ้านเลขที่ 74 ม.8 บ.ใหม่แสนสุข ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ซึ่งนายพยุง พวงขุนทด อายุ 48 ปี เจ้าหน้าที่ประจำวัดบ้านไร่เปิดเผยว่าปัจจุบันนี้นายสมาน ป่วยเป็นโรคทางจิตต้องคอยรับประทานยาจากโรงพยาบาลจิตเวชนครราชสีมาเป็นประจำ เช้า เย็นก่อนนอน ตั้งแต่อายุ 42 ปี ซึ่งก่อนหน้านี้นายสมานมีปัญหามากมายจนต้องหันไปดื่มเหล้าอย่างหนักจนทำให้ครอบครัวมีปัญหาแตกแยกเลิกรากันกับแม่ของ หนุ่มวินมอไซด์รวมถึงญาติพี่น้องของนายสมานเองก็ขาดการติดต่อกันทำให้นายสมานนั้นไม่มีบ้านที่พักอาศัยเป็นคนเร่ร่อนพเนจร

จนกระทั่งเมื่อประมาณปี 2552 ได้ นายทวัฒชัย แสนประสิทธิ์ (กำนันตำบลกุดพิมาน) สงสารจึงได้รับอุปถัมป์นำตัวไปฝากกับ หลวงพ่อคูณปริสุทโธ อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่และท่านก็เมตตาให้อาศัยกินนอนทำงานอยู่ที่วัดบ้านไร่ ตั้งแต่นั้นเรื่อยมา ปัจจุบันกินยาจากโรงพยาบาลจิตเวชฯประจำจนทำให้มีอาการดีขึ้นและได้รับแต่งตั้งให้เป็นเลขาฯส่วนตัวของกำนันทวัฒชัย อีกด้วยเพื่อคอยดูแลความเรียบร้อยของวัดบ้านไร่

ด้านนายสมาน ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่ารู้สึกภูมิใจมากเมื่อทราบข่าวว่านายราชการ พืดขุนทด ลูกชายคนเดียวของตนนั้นทำความดีและเป็นคนดีของสังคมถึงแม้ครอบครัวจะมีปัญหาจนต้องแยกทางกันกับแม่เขาตั้งแต่ยังเป็นทารกเกิดได้เพียงไม่กี่วัน แต่นายราชการก็ยังเป็นคนดีของสังคมได้ขนาดนี้

ตนเองก็รู้สึกเสียใจที่ไม่ได้ส่งเสียเลี้ยงดูมาเลยกว่า 20 ปี ก็รู้สึกคิดถึงและก็อยากพบหน้า แต่ก็ไม่ได้เรียกร้องหวังให้ลูกชายจะเข้าใจ และยอมรับผิดว่าส่วนหนึ่งของการแยกทางกันก็มาจากตนเองที่ชอบดื่มเหล้าเมามาย และยังเผยอีกว่าตนยังจำได้ติดตาตรึงใจ ว่าเมื่อ วันที่ 17 ก.ค.2539 วันที่หนุ่มวินคลอดจากท้องแม่ ที่ โรงพยาบาลในอำเภอตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี นั้นแม่ของเขาก็ถามว่าจะตั้งชื่อให้ว่าอะไรดี

ตนจึงคิดได้ว่าอดีตเมื่อปี 2535 ตนเคยเป็นทหารเกณฑ์ผลัด 1 ค่ายสุรนารี กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 3 จึงได้ตั้งชื่อให้ว่า ด.ช.ราชการ พืดขุนทด และเดินเรื่องเอกสารการแจ้งเกิดด้วยตนเองทุกอย่าง กระทั่งเห็นหน้าลูกชายที่เพิ่งคลอดเป็นทารกไม่กี่วันตนก็ออกเดินทางมาทำงานที่กรุงเทพฯและจากนั้นก็ไม่ได้พบหน้ากันอีกเลย และรู้สึกเสียใจกับการกระทำของตนที่ผ่านมา

ตั้งแต่นั้นมาตนก็ไม่ได้มีครอบครัวใหม่อีกเลยปัจจุบันนี้ก็อาศัยอยู่ที่วัดบ้านไร่แห่งนี้ หากลูกชายอยากจะมาหาก็จะดีใจมาก แต่ถ้าจะให้ตนไปหาลูกนั้นคงไปไม่ได้เพราะรู้ตัวเองดีว่าตนนั้นก็ป่วยเป็นโรคทางจิตอยู่ ทิ้งท้ายด้วยคำพูดว่า “ถ้าอยากมาหาพ่อก็มาหาได้ที่วัดบ้านไร่นะลูก”

ดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชั่นโลก ไทยคะแนนรั้งท้ายได้ 35 เต็ม 100

ดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชั่นโลก ปี 2559 ที่ผ่านมา ไทยคะแนนรั้งท้ายได้ 35 เต็ม 100 อยู่อันดับที่ 101 จาก 176 ประเทศ

องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International-TI) เผยแพร่รายงานการจัดอันดับภาพลักษณ์คอรัปชั่นประจำปี 2559 หรือ Corruption Perceptions Index 2016 (CPI) เมื่อวานนี้ โดยเกือบร้อยละ 70 จากทั้งหมด 176 ประเทศและเขตเศรษฐกิจ มีคะแนนต่ำกว่า 50 จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน ซึ่งหมายถึงมีความโปร่งใสมากที่สุด ขณะที่คะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 43 คะแนน สะท้อนถึงการทุจริตที่แพร่หลายในภาครัฐ

นอกจากนี้ ในปีล่าสุด มีประเทศที่ทำคะแนนแย่ลงมากกว่าประเทศที่พัฒนาขึ้น ซึ่งสะท้อนว่าแต่ละประเทศจำเป็นต้องดำเนินการเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน

สำหรับประเทศที่ครองแชมป์ความโปร่งใสประจำปีล่าสุด คือ เดนมาร์กและนิวซีแลนด์ ที่ได้คะแนน 90 เท่ากัน ตามมาด้วยฟินแลนด์ที่รั้งอันดับ 3 ทำได้ 89 คะแนน ส่วนอันดับ 4 ได้แก่ สวีเดน 88 คะแนน และอันดับ 5 คือ สวิตเซอร์แลนด์ 86 คะแนน

อันดับ 6-9 ได้แก่ นอร์เวย์ สิงคโปร์ เนเธอร์แลนด์ แคนาดา ส่วนอันดับ 10 มีคะแนนเท่ากัน 3 ประเทศ คือ เยอรมนี ลักเซมเบิร์ก และสหราชอาณาจักร

ส่วนประเทศที่มีอันดับภาพลักษณ์คอร์รัปชั่นรั้งท้าย ได้แก่ โซมาเลีย ซูดานใต้ เกาหลีเหนือ และซีเรีย

รายงานขององค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ ระบุด้วยว่า ประเทศที่มีผู้นำแบบประชานิยม หรือเผด็จการ มักจะทำให้เกิดระบบทุจริตในรูปแบบที่เลวร้าย แทนที่จะจัดการกับระบบทุนนิยมแบบพวกพ้อง

นายโคเซ่ อูกาซ ประธานองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ หยิบยกกรณีของฮังการีและตุรกี ที่มีคะแนนแย่ลงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ภายใต้การนำของผู้นำที่มีแนวโน้มใช้อำนาจแบบเบ็ดเสร็จ ขณะที่อาร์เจนตินา ซึ่งขับไล่รัฐบาลประชานิยมออกไป กลับมีคะแนนที่ดีขึ้น

ด้านนายฟินน์ ไฮน์ริช ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยขององค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ กล่าวว่า กำลังจับตามองรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งมีความน่ากังวล เนื่องจากคณะรัฐมนตรีหลายคนก็มีปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน จึงไม่ใช่กลุ่มคนที่จะสนับสนุนเรื่องความโปร่งใส

ขณะที่ผลงานของประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ส่วนใหญ่ยังอยู่ในกลุ่มครึ่งหลังของตาราง CPI ซึ่งผลงานที่ย่ำแย่มาจากการบริหารงานของรัฐบาลที่ขาดความโปร่งใส ไม่มีการตรวจสอบ ไม่เปิดพื้นที่ให้ภาคประชาสังคม และไม่มีการผลักดันมาตรการต่อต้านคอร์รัปชั่นที่มากพอ

ในส่วนของอาเซียน ประเทศที่ทำผลงานดีที่สุด คือ สิงคโปร์ ที่มีคะแนน 84 คะแนน จากเต็ม 100 คะแนน อยู่ในอันดับ 7 ของโลก รองลงมา คือ บรูไน ที่มีคะแนน 58 อยู่ในอันดับ 41 ของโลก ตามด้วยมาเลเซีย มี 49 คะแนน อยู่อันดับ 55 ของโลก อินโดนีเซีย ได้ 37 คะแนน อยู่อันดับ 90 ของโลก

ด้านฟิลิปปินส์และไทย มีคะแนนเท่ากันที่ 35 คะแนน อยู่ในอันดับ 101 ของโลกเหมือนกัน ตามด้วยเวียดนาม ที่ได้ 33 คะแนน อยู่อันดับ 113 ของโลก ลาว มีคะแนน 30 คะแนน อยู่อันดับ 123 ของโลก เมียนมา มีคะแนน 28 คะแนน อยู่อันดับ 136 ของโลก และกัมพูชา ได้คะแนน 21 อยู่อันดับ 156 ของโลก