นายกฯ เผย มติ กพช. ลุยโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ขออย่าขัดแย้ง

นายกฯ เผย มติ กพช. เดินหน้าโรงไฟฟ้าถ่านหินเทคโนโลยีสะอาดที่ จ.กระบี่ ยึดกฎหมาย ขออย่าสร้างความขัดแย้ง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ หรือ กพช. ว่า ที่ประชุมมีมติให้ดำเนินการในเรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินเทคโนโลยีสะอาดที่ จ.กระบี่ ต่อไปตามขั้นตอนกฎหมาย เนื่องจากโครงการดังกล่าวได้มีการดำเนินการตั้งแต่ปี 2550 และเป็นไปตามแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP)

ซึ่งหลังจากมีการพิจารณาและศึกษามาแล้ว 2 ปี เห็นว่า มีความคุ้มค่าและปลอดภัย และรัฐบาลได้ใช้มาตรการที่เหมาะสมในการสร้างความเข้าใจไปแล้วในช่วงเวลาดังกล่าว ดังนั้น จึงต้องปลดล็อกเพื่อให้สามารถดำเนินการต่อไปได้ แต่จะสร้างเมื่อใดนั้น จะต้องรอการดำเนินการต่อไป

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า ขออย่าสร้างความขัดแย้งอีก ซึ่งทราบว่าขณะนี้มีมวลชนมาเคลื่อนไหวคัดค้าน จึงต้องดูว่ามาคัดค้านในเรื่องใด ซึ่งส่วนตัวได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่กระทรวงพลังงานไปชี้แจง ขณะเดียวกัน ยังพบว่าอัตราการใช้ไฟฟ้าของภาคใต้สูงกว่าทุกภาค แต่กลับมีแหล่งพลังงานในพื้นที่น้อย ไม่เพียงพอจึงต้องมีการก่อสร้างเพิ่ม

จึงอยากขอให้ทุกฝ่ายฟังหลักการและเหตุผล อย่าฟังเรื่องที่ไม่มีข้อเท็จจริง ดังนั้น สิ่งที่เคยชะลอไว้ขอให้ดำเนินการต่อตามกฎหมายต่อไป และลดความขัดแย้งให้ได้มากที่สุด เพื่อผลประโยชน์ของประเทศไทยและประชาชนในพื้นที่ภาคใต้

“อภิสิทธิ์” เสนอแนะสร้างความปรองดอง ชี้ ความขัดแย้งต้องแก้ที่การเมือง

“อภิสิทธิ์” พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารพรรค เข้าเสนอแนวทางสร้างความสามัคคีปรองดอง ชี้การเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง

เมื่อเวลา 09:00 น. วันที่ 17 กุมภาพันธุ์ 2560 พลเอกชัยชาญ ปลัดกระทรวงกลาโหม ได้เชิญ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารพรรค เดินทางเข้าหารือเพื่อพูดคุยกับคณะกรรมการเตรียมการสร้างความสามัคคีปรองดอง ที่มี พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน

ทั้งนี้ เพื่อร่วมกันสร้างแนวทางความสามัคคีปรองดอง พร้อมกับมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และข้อเสนอแนะตามกรอบ 10 ประเด็น ที่คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) กำหนด

โดยประเด็นหลักที่พรรคประชาธิปัตย์เตรียมที่จะแลกเปลี่ยนความเห็น คือภาพรวมเรื่องการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น และข้อกังวลเรื่องความขัดแย้งทางการเมือง ดังนั้น ต้องแก้ที่การเมือง พร้อมเห็นว่าเรื่องความปรองดองไม่มีใครบังคับให้ใครเห็นตรงกันหรือเชื่อได้ แต่หากได้ข้อสรุปที่ทำให้ทุกฝ่ายเห็นว่า จะทำให้ความขัดแย้งลดน้อยลง เชื่อว่าทุกฝ่ายจะเห็นด้วยและพร้อมให้ความร่วมมือ

รวบแม่เล้าเปิดร้านนวดบังหน้า ลอบค้ากามเด็กสาว

ตำรวจภูธรภาค 2 รวบแม่เล้าสาวใหญ่ ลอบนำเด็กหญิงมาค้าประเวณี โดยเปิดร้านนวดแผนไทยบังหน้า ในจังหวัดชลบุรี

ชาวต่างชาติ ซึ่งเป็นสายของทางศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี เยาวชน และป้องกันปรามปรามการค้ามนุษย์ ตำรวจภูธรภาค 2 เข้าทำการล่อซื้อบริการสาววัยรุ่น อายุประมาณ 15 ปี ที่ร้านนวดแห่งหนึ่ง (ลานนามาสสาจ) ที่มีนางเบญจมาศ เฟสูงเนิน อายุ 43 ปี เป็นผู้ดูแล ภายในซอยเฉลิมพระเกียรติ 25 พื้นที่หมู่ 9 ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี

หลังจ่ายเงินค่าตัว ซึ่งตกลงราคากันใน 1,500 บาทแล้ว นางเบญจมาศ ได้นำเด็กสาวขึ้นมาส่งให้กับสายของตำรวจ ที่ห้องพักชั้นบน ส่วนตำรวจที่ซุ่มอยู่บริเวณใกล้เคียง เมื่อได้สัญญาณ จึงแสดงตัวเข้าจับกุมนางเบญจมาศ โดยปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สืบทราบว่าที่ร้านแห่งนี้ มีการลักลอบนำเด็กสาวมาค้าประเวณี จึงส่งสายไปทำการล่อซื้อและจับกุม

จากการสอบสวน นางเบญจมาศ รับสารภาพว่า ลักลอบนำเด็กสาวมาขายประเวณีจริง โดยเปิดร้านนวดแผนไทยบังหน้า แต่หากมีลูกค้ามาถามซื้อบริการทางเพศ ก็จะจัดหาเด็กให้ และจะรับเฉพาะลูกค้าชาวต่างชาติเท่านั้น

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้ง 5 ข้อหาหนัก แก่นางเบญจมาศ อาทิ ค้ามนุษย์ ล่อลวงเด็กอายุกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี มาค้าประเวณี และประกอบกิจการนวดแผนไทย โดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธร (สภ.)เมืองพัทยา ดำเนินคดี ส่วนเด็กสาว เจ้าหน้าที่เตรียมแจ้งผู้ปกครองให้ทราบเรื่องต่อไป