สั่งตรวจสอบโรงพยาบาลเอกชนดัง หลังผู้ป่วยเจอค่ารักษา 40,945 บาท ภายใน 2 ชั่วโมง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน สั่งตรวจสอบจรรยาบรรณและค่ารักษาของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ในอำเภอบ่อวิน จังหวัดชลบุรี หลังผู้ป่วยล้มหัวฟาดพื้น เจอค่ารักษา 40,945 บาท ภายใน 2 ชั่วโมง

จากกรณีที่มีญาติผู้ป่วยรายหนึ่ง ได้แชร์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เกี่ยวกับการนำผู้ป่วย เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลปิยะเวชช์ บ่อวิน จังหวัดชลบุรี เพียง 2 ชั่วโมง แต่ต้องเสียค่ารักษาถึง 40,945 บาท จนต้องใช้สร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท พร้อมเงินสด 21,000 บาท วางมัดจำก่อนได้ย้ายไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลพญาไท ศรีราชา ตามสิทธิ์ประกันสังคมจนเป็นที่วิจารณ์กันอย่างแพร่หลายในโลกโซเชียลนั้น

ล่าสุดนายสุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการ สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ระบุว่า เรื่องนี้ พลเอกศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้สั่งการให้แพทย์ที่ปรึกษาของสำนักงานประกันสังคม ตรวจสอบมาตรฐานการรักษาพยาบาล และการเรียกเก็บค่ารักษาพยาบาลของ โรงพยาบาลเอกชนดังกล่าวแล้ว ว่าปฏิบัติต่อผู้ป่วยถูกต้องและเป็นไปตามจรรยาบรรณแพทย์หรือไม่

นอกจากนี้ เลขาธิการ สปส. ยังได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคมจังหวัดระยอง สาขาปลวกแดง ตรวจสอบข้อมูลและประสานงานให้ความช่วยเหลือผู้ประกันตนดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพญาไท ศรีราชา โดยใช้สิทธิประกันสังคม และไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น

ขณะที่นายแพทย์ปิยะ เชี่ยวประสิทธิ์ ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลปิยะเวชช์ บ่อวิน ออกมาเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า นายเสถียร จันทะยา อายุ 34 ปี ได้เข้าทำการรักษาเมื่อเที่ยงคืนวันที่ 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยเป็นผู้ป่วยฉุกเฉิน จากสาเหตุลื่นล้มในห้องน้ำจนหัวฟาดพื้นหมดสติ

จากการตรวจสอบพบมีลิ่มเลือดในสมอง ทางโรงพยาบาลพยายามช่วยเหลือทำตามขั้นตอนการรักษา จนญาติผู้ป่วยมีความประสงค์ต้องการเคลื่อนย้ายไปรักษาต่อยังโรงพยาบาลพญาไท ศรีราชา ตามสิทธิ์ประกันสังคมของผู้ป่วย ซึ่งทางญาติผู้ป่วยแจ้งความประสงค์ต้องการแบบเร่งด่วน โดยใช้รถของทางโรงพยาบาลปิยะเวชช์เคลื่อนย้ายจึงต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มจากยอดเดิม และญาติผู้ป่วยแจ้งความประสงค์ขอนำทองวางมัดจำไว้ก่อน เนื่องจากเงินที่ติดตัวไม่พอวันรุ่งขึ้นจะมาทำการชำระ

ไม่ยอมแพ้ !! ‘ทรัมป์’ เตรียมลงนามคำสั่งแบนผู้อพยพอีกรอบ

ผู้นำสหรัฐฯ ชี้ ศาลพิจารณาแย่ เป็นเหตุผลเดียวทำคำสั่งแบนผู้อพยพตก เล็งแก้ไขยื่นใหม่อีกรอบ – ยันไม่เกี่ยวข้องสายลับรัสเซียก่อนเลือกตั้ง

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงาน นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวในที่แถลงข่าวว่า จะลงนามคำสั่งแบนผู้อพยพรอบใหม่ในสัปดาห์หน้า พร้อมกล่าวว่า ในคำสั่งเดิมมีแค่ปัญหาเดียวคือ การพิจารณาที่ย่ำแย่ของศาล โดยกล่าวว่ากระทรวงยุติธรรมจะไม่ต่อสู้ให้ทรัมป์ ในคำสั้งแบนผู้อพยพ ซึ่งทำให้ศาลลดความน่าศรัทธา และผู้นำสหรัฐฯจะยื่นแก้ไขคำสั่งแทน

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้มีการเปิดเผยรายละเอียดว่า ร่างคำสั่งใหม่จะต่างจากร่างคำสั่งเดิมหรือไม่อย่างไร

ความสับสนวุ่นวายเป็นสาเหตุที่เกิดในสหรัฐฯ เช่นเดียวกับในเม็กซิโกและแคนาดา ทำให้วีซ่าและกรีนการ์ดถูกยึดตามคำสั่งแบน เช่นเดียวกับคนสองสัญชาติ นายสตีฟ แบบนอน หัวหน้ายุทธศาสตร์ ถูกรายงานว่าเป็นเบื้องหลังที่ ทำให้คำสั่งกีดกันผู้อพยพไม่ถูกนำมาพิจารณา

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขู่ ศาลทันทีหลังศาลอุทธรณ์ไม่พิจารณา คำสั่งดังกล่าว เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่กระทรวงยุติธรรม เล็งทบทวนคำสั่งเดิมและแก้ไขก่อนยื่นใหม่อีกครั้ง

นอกจากนี้ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ปฏิเสธอย่างดุเดือด ระบุไม่เกี่ยวข้องกับ ข่าวลือ กล่าวหาว่าตนเองมีความสัมพันธ์ระหว่างหาเสียงกับเจ้าหน้าที่รัสเซีย ก่อนการเลือกตั้งเมื่อปีก่อน และเป็นฝ่ายตำหนิ สื่อที่นำเสนอเรื่องดังกล่าวว่า มีความจงเกลียดจงชังและไม่สุจริต แทน และอธิบาย ว่า เมื่อข้อมูลติดต่อระหว่าง นายไมเคิล ฟลิน เจ้าหน้าที่ของรัสเซีย นั้น เป็นงานของเขา

สำหรับข่าวลาออกของ นายฟลายอินน์ ที่เชิญมารับตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหม แต่เจ้าตัวไม่รับนั้น ทรัมป์ กล่าวว่าเจ้าตัว ระบุเองว่าไม่เหมาะสมจะรับหน้าที่ใหญ่หลวงนี้ ไม่เหมาะสมแก่การเป็นรองผู้นำ

ที่มา INN

บุกจับพระ 6 รูป เสพยาบ้า-ดื่มสุรา แถมพบหนังโป๊จำนวนมาก อ้างฆราวาสนำมาถวาย

ทหารและฝ่ายปกครอง บุกจับพระ 6 รูป คาวัดดังในจังหวัดสุพรรณบุรี ขณะกำลังเสพยาบ้าและดื่มสุรา นอกจากนี้ยังพบหนังโป๊ และไพ่ป๊อกอีกจำนวนมาก โดยอ้างฆราวาสนำมาถวาย

วานนี้ (16 ก.พ.) เจ้าหน้าที่ทหาร ชุดปฏิบัติการพิเศษ มณฑลทหารบกที่ 17 และกองกำลังฝ่ายปกครอง อำเภอเมืองสุพรรณบุรี กว่า 15 นาย ได้ร่วมกันบุกเข้าตรวจค้นวัดดัง จำนวน 2 วัด ในอำเภอเมืองสุพรรณบุรี หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านว่า วัดทั้งสองแห่ง มีพระสงฆ์ทำการมั่วสุมอบายมุข เสพยาเสพติด กันภายในวัด จึงได้นำกำลังเข้าตรวจสอบ

โดยที่แรก เป็นวัดดัง ในพื้นที่ ต.ดอนกำยาน อ.เมืองสุพรรณบุรี เมื่อเจ้าหน้าที่บุกเข้าตรวจสอบภายในกุฏิพระ และขอเข้าตรวจปัสสาวะ พบว่า ผลการตรวจเป็นสีม่วง จำนวน 3 รูป เป็นพระสงฆ์อายุ 24 ปี 1 ราย และพระสงฆ์ อายุ 55 ปี และ 47 ปี อีก 2 ราย จึงได้ให้เจ้าอาวาสทำการสึกทันที  โดยทั้งหมดให้การรับสารภาพ ว่า มีฆราวาสนำยาบ้ามาถวาย และเสพมาได้ 3 วันแล้ว นอกจากนี้ ยังพบสำรับไพ่ และแผ่นซีดีหนังโป๊ อีกด้วย เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวส่งดำเนินคดี ต่อไป

ส่วนอีกวัดดัง อยู่ในพื้นที่ ต.สนามคลี อ.เมืองสุพรรณบุรี เจ้าหน้าที่ทหารและฝ่ายปกครอง ได้บุกเข้าไปตรวจสอบหลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านเช่นกัน โดยขณะบุกจู่โจมเข้าไปเคาะประตูกุฏิ พบว่า ที่ประตูติดป้ายบอกว่า อย่ารบกวน สวดมนต์อยู่ แต่เมื่อเปิดเข้าไปเจ้าหน้าที่ถึงกับตะลึง เมื่อพบว่าพระสงฆ์กลุ่มหนึ่งกำลังนั่งดื่มสุรากับฆราวาส และเสพยาเสพติดกันอย่างโจ่งแจ้งภายในกุฏิวัด กลางวันแสก ๆ

และเมื่อตรวจสอบ พบของกลางเป็นยาบ้าจำนวนหนึ่งและอุปกรณ์การเสพ นอกจากนี้ ยังพบขวดสุราวางเกลื่อนกลาดอยู่ภายในกุฎิ จึงขอตรวจปัสสาวะ พบว่าเป็นสีม่วง 3 ราย เจ้าหน้าที่จึงพาไปให้เจ้าอาวาสทำการสึกทันที และส่งตัวดำเนินคดีต่อไป