ม็อบต้านโรงไฟฟ้า บุกทำเนียบ ค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่

กลุ่มต้านโรงไฟฟ้าจำนวนหลายร้อยคน รวมตัวบุกทำเนียบคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ก่อน กพช. ชี้ขาดสร้างหรือไม่

วันที่ 17 ก.พ. 2560 บรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาลล่าสุด กลุ่มเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน จาก จ.สงขลา และกระบี่ รวมถึงกลุ่มเครือข่ายประชาชนปกป้องประเทศ ได้เดินทางรวมมาตัวเดินขบวนวนรอบทำเนียบรัฐบาล เพื่อคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในพื้นที่ภาคใต้

เนื่องจากในวันนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุม จะมีการพิจารณาหาทางออกและความชัดเจนเกี่ยวกับการในการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ซึ่งเครือข่ายปกป้องอันดามันยืนยันว่า จะปักหลักจนกว่าที่ประชุม กพช. จะมีบทสรุปเรื่องการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน

แม้ภาครัฐจะให้เหตุผลในการก่อสร้าง เพราะกังวลความมั่นคงด้านไฟฟ้าในภาคใต้จากความต้องการใช้เพิ่มขึ้น ในขณะที่กำลังการผลิตไม่เพียงพอ แต่ประชาชนในพื้นที่และนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมคัดค้าน ทำให้การก่อสร้างล่าช้ากว่าแผนเดิมมาแล้ว 2 ปี

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้  พล.อ.อนันตพร ระบุว่า การประชุม กพช. น่าจะได้ข้อสรุปโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ กำลังการผลิต 800 เมกะวัตต์ ว่าจะเดินหน้าโครงการหรือไม่ โดยกระทรวงพลังงาน จะนำเสนอ กพช.ให้พิจารณาเดินหน้าก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ ตามมติ กพช.เดิม

ที่อนุมัติแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า (พีดีพี) ปี 2558-2579 ที่กำหนดสัดส่วนเชื้อเพลิงถ่านหิน ไว้ 23% ของเชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด และภาคใต้มีความจำเป็นต้องก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นทุกปี

ผอ.โรงเรียนร่ำไห้!! ขอโทษผู้ปกครองเหยื่อครูลวนลาม เผยหลานแท้ๆตัวเองก็โดน

นักเรียนหญิงในจังหวัดชัยนาท ที่ถูกครูทำอนาจาร เข้าแจ้งความกับตำรวจเพิ่มเป็นรายที่ 13 ขณะที่ผู้อำนวยการโรงเรียนที่เกิดเหตุ ร่ำไห้ ขอโทษนักเรียนและผู้ปกครอง พร้อมเผยหลานของตน ก็ถูกกระทำด้วยเช่นกัน

ความคืบหน้ากรณีนายอนุพันธ์ คุ่ยจาด อายุ 41 ปี ครูประจำชั้น ป.6 โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดชัยนาท กระทำอนาจารนักเรียนหญิงจำนวนกว่า 10 คน และถูกผู้ปกครองของนักเรียนผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองชัยนาท จนนำมาซึ่งการออกหมายจับ และโรงเรียนต้นสังกัดสั่งพักราชการ และฝ่ายเจ้าตัวเองก็เข้ามอบตัวต่อร้อยตำรวจเอกฉลองชัย บางจั่น พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี โดยปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และได้ประกันตัวเพื่อต่อสู้คดีไปแล้วนั้น

ล่าสุด นางกัสมาพร (ขอสงวนนามสกุล) ผู้อำนวยการโรงเรียนที่เกิดเหตุได้เชิญผู้ปกครองชั้น ป.6 จำนวน 60 ราย ร่วมประชุมเพื่อสร้างความมั่นใจ ซึ่งผู้อำนวยการโรงเรียน บอกว่า ได้เตรียมมาตรการห้ามครูปิดห้องขณะทำการสอน ห้ามครูชายเรียกนักเรียนไปพบในที่ลับตา หากมีการเรียกนักเรียนเข้าพบ ต้องมีเพื่อนนักเรียนติดตามไปด้วย นอกจากนี้ นางกัสมาพร ยังกล่าวขอโทษผู้ปกครองทั้งน้ำตา และพร้อมรับผิด หากจะต้องถูกย้ายก็ยินดี

ไม่เพียงแค่นั้น นางกัสมาพร ยังบอกด้วยว่า หลานสาวแท้ๆ ของตนก็ถูกกระทำเช่นเดียวกัน และได้บอกให้ไปแจ้งความดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ยืนยันว่าจะให้ความยุติธรรม พร้อมจะลงไปเยี่ยมเพื่อให้กำลังใจนักเรียนและผู้ปกครองทุกคนที่ถูกกระทำ ซึ่งเบื้องต้นขอแก้ข่าวที่ว่ามีนักเรียนย้ายห้องเรียน หรือย้ายออกจากโรงเรียน หรือไม่มาโรงเรียน เพราะทุกวันนี้นักเรียนยังมาเรียนหนังสือตามปกติ

ด้านนางสิริลักษณ์ ครูหญิงที่ก่อนหน้านี้มีภาพหลุดการคุยไลน์กับผู้ปกครองลักษณะคล้ายพยายามช่วยครูชาย ก็ได้กล่าวขอโทษโดยอ้างว่าทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ที่ผ่านมาก็รู้สึกว่าตนทำผิดพลาดที่ด่วนคิดด่วนทำ ไม่ได้ฟังข้อมูลให้รอบด้าน แต่อยากให้สังคมเห็นใจเพราะที่ทำไปเพราะไม่อยากให้นักเรียนไปแจ้งความเพิ่ม เนื่องจากไม่ต้องการให้เด็กต้องถูกถามถึงเหตุการณ์ที่ถูกกระทำซ้ำๆ เหมือนไปย้ำเตือนความทรงจำที่ไม่ดีให้ฝังลงในใจเด็ก

ขณะที่ผู้ปกครองของนักเรียนหญิงชั้น ป.6 ของโรงเรียนที่เกิดเหตุ ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อร้อยตำรวจเอกฉลองชัย บางจั่นเจ้าของคดีเพิ่มเติมอีก 1 ราย โดยผู้ปกครอง เล่าว่า เมื่อทราบข่าวจากสื่อมวลชน จึงได้สอบถามลูกสาวว่าถูกกระทำหรือไม่ เพราะอยู่ในระดับชั้นเดียวกันกับนักเรียนหญิงคนอื่นๆ ที่เข้าแจ้งความ ซึ่งลูกสาวยอมรับว่าถูกกระทำด้วย โดยครูคนดังกล่าวได้เรียกเข้าไปพบช่วงเวลาพัก แล้วให้นวดขา จากนั้นก็ล้วงมือเข้าใต้กระโปรงของนักเรียนหญิงลูบคลำอวัยวะเพศ ซึ่งเกิดเหตุหลายครั้ง และต่อเนื่องมากว่า 6 เดือน

ผู้ปกครองของเด็กหญิงรายที่ 13 ที่เข้าแจ้งความร้องทุกข์ ยังยืนยันว่า ต้องการให้ตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุด จะไม่มีการยอมความใดๆ ทั้งสิ้น

คนแห่ถ่ายภาพ ถนนดอกไม้ที่พะเยา หลังดอกทองกวาว บานสะพรั่งเต็มถนน

งดงามถนนสายพะเยา – เชียงคำ  หลัง “ดอกทองกวาว” บานสะพรั่งยาวกว่า 20 กิโลเมตร

วันนี้ (17 ก.พ. 60) ผู้สื่อข่าว MThai รายงานว่า ต้นดอกทองกวาว ที่กำลังบานสพรั่ง เป็นสีส้มตลอดสองฝั่งถนน สายพะเยา- เชียงคำ ในช่วงพื้นที่อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา เป็นภาพที่สร้างความประทับใจให้กับผู้เดินทางผ่านไป-มาเป็นอย่างมาก หลังช่วงนี้ดอกทองกวาวที่ปลูกไว้สองฝั่งถนน กำลังบานสะพรั่งรับช่วงฤดูกาลดอกไม้ผลิ ซึ่งเป็นระยะทางกว่า 20 กิโลเมตร

โดยดอกทองกวาวดังกล่าวได้มีการผลัดใบและจะออกดอกในช่วงเดือน กุมภาพันธ์ ไปจนถึงเดือนเมษายนนี้ ทำให้ถนนสายนี้ซึ่งชาวพะเยาเรียกว่า ถนนสายดอกไม้ จึงมีบรรยากาศที่สวยงาม ตลอดระยะทาง เหมาะกับการท่องเที่ยวเป็นอย่างมากในห้วงนี้ นอกจากนั้นเป็นการแสดงสัญลักษณ์ว่าเริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูร้อนแล้ว

สำหรับถนนสายดังกล่าวถือว่าถือว่าเป็นถนนที่สวยงามติด 1 ใน 9 ถนนสวยงามระดับประเทศ ซึ่งในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ไปจนถึงเมษายน จะบานสะพรั่ง ตลอดระยะทาง 20 กิโลเมตร ดังนั้นจึงอยากให้นักท่องเที่ยวสามารถมาสัมผัสบรรยากาศที่สวยงามของดอกไม้ในช่วงนี้ ที่กำลังเบ่งบานสพรั่งตลอดแนวถนน

ดอกทองกวาว, ข่าวจังหวัดพะเยา