สธ. หนุนสาวไทยมีลูกเพื่อชาติ หลังสถิติการเกิดลดลงอย่างหนัก !!

สธ.เผยข้อมูล พบสถิติการเกิดในไทยลดลงอย่างน่าใจหาย เหตุคนเป็นโสดมากขึ้น ก่อนชวนสาวไทยมีลูกเพื่อชาติ

รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (8 ก.พ. 60) ที่กระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย ได้ออกมาเปิดเผยถึงผลสำรวจการเกิดในไทยว่า ปัจจุบันสถิติการเกิดของเด็กในประเทศมีจำนวนน้อยมาก จากร้อยละ 2.7 ในพ.ศ. 2513 เหลือร้อยละ 0.4 ในพ.ศ. 2558 จนส่งผลทำให้อัตราเจริญพันธุ์รวมของประเทศไทยลดลงอย่างน่าใจหาย ซึ่งสาเหตุดังกล่าวมาจากการที่คนไทยมีวิถีชีวิตเปลี่ยนไป ผู้หญิงไทยมีการศึกษาสูง คนรุ่นใหม่มีค่านิยมที่จะอยู่เป็นโสดมากขึ้น แต่งงานน้อยลงและช้าลงนั่นเอง

กระทรวงสาธารณสุข, ตั้งครรภ์, มีลูกเพื่อชาติ

ขณะที่ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข ได้กล่าวต่อว่า จากปัญหาดังกล่าวข้างต้นทางกระทรวงสาธารณสุขได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาอนามัยการเจริญพันธุ์แห่งชาติ เพื่อให้อัตราการเกิดมีจำนวนมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ โดยนโยบายดังกล่าวเน้นไปที่การส่งเสริมการเกิดในหญิงอายุ 20-34 ปีที่มีความพร้อมและตั้งใจมีครรภ์ ด้วยการช่วยเหลือในเรื่องการมีบุตร ทั้งก่อนและหลังคลอด เพื่อให้ทารกแข็งแรงเติบโตอย่างมีคุณภาพ

ขณะเดียวกันก็จะมีการแจกธาตุเหล็กและโฟลิกให้หญิงสาวที่ต้องการจะตั้งครรภ์เพื่อลดความเสี่ยงภาวะโลหิตจางที่อาจเกิดขึ้นกับแม่และเด็กตามมติสมัชชาอนามัยโลกปี 2012 ที่ได้กำหนดให้ประเทศสมาชิกลดภาวะโลหิตจางในหญิงวัยเจริญพันธุ์ร้อยละ 50 ภายในปี ค.ศ. 2025

อย่างไรก็ตามมาตรการดังกล่าวจะสัมฤทธิ์ผลได้ ก็ต้องขอความร่วมมือจากหญิงสาวชาวไทย ดังนั้นจึงขอเชิญชวนสาวๆ ทั้งหลายร่วมด้วยช่วยกันมีลูกเพื่อชาติ เพื่อจำนวนประชากรในประเทศจะได้มีจำนวนที่เหมาะสมและทดแทนประชากรที่หายไปได้

ดีเอสไอบุกทลายโกดัง ‘เจ๊ไก่’ ลอบนำเข้าสินค้าหนีภาษี

“ดีเอสไอ” กระจายกำลังบุกตรวจค้นโกดังเก็บสินค้าหนีภาษี และสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ รายใหญ่ 4 แห่ง ในพื้นที่กรุงเทพฯ ได้ของกลางจำนวนมาก

วานนี้ (8 ก.พ.) เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ได้กระจายกำลัง พร้อมนำหมายค้น ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง เข้าตรวจโกดัง จำนวน 4 จุด  เริ่มตั้งแต่ โกดัง บริษัท พีเอส สปอร์ต คาร์โก ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ 3 ซอยแจ้งวัฒนะ 1 แยก 6 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นสำนักงาน และสถานที่ซุกซ่อนสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้า และละเมิดลิขสิทธิ์

จุดที่ 2 คือ โกดังบริษัท ซันวอร์เตอร์ริช พาวเวอร์เซอร์วิส ซอยหมู่บ้านตะวันฉาย ถนนบางบอน 5 แขวงและเขตหนองแขม กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นสำนักงานและสถานที่กระจายสินค้า  จุดที่ 3 สำนักงานบนอาคาร ในซอยเพชรบุรี 33 แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี เป็นสำนักงานจัดทำบัญชี และประสานงานลูกค้า  จุดที่ 4 คลังสินค้าราษฎร์บูรณะ 27 A ถนนราษฎร์บูรณะ แขวงและเขตราษฎร์บูรณะ เป็นสถานที่กระจายสินค้า

โดยในส่วนของจุดที่ 1 เจ้าหน้าที่พบคนงานต่างด้าว 10 คน ตลอดจนสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ และสินค้าปลอมแบรนด์เนม จำนวนมาก อาทิ เสื้อผ้า  เครื่องสำอางค์  กระเป๋า  บุหรี่ไฟฟ้า และเครื่องใช้ไฟฟ้าจำนวนมาก จึงยึดสินค้าทั้งหมด รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 30 ล้านบาท

ด้านพันตำรวจตรีสุริยา สิงหกมล รองอธิบดี กรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า เป้าหมายทั้ง 4 แห่ง ดำเนินงานโดยเครือข่าย “เจ๊ไก่” หรือ นางอารีย์ แซ่ตั้ง ที่ประกอบธุรกิจนำเข้าสินค้าปลอมแปลง และละเมิดลิขสิทธิ์ มานานกว่า 10 ปี ซึ่งจะกระจายสินค้าไปตามย่านสำเพ็ง ประตูน้ำ ตลาดโรงเกลือ จังหวัดสระแก้ว

ทั้งนี้ เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหากับ “เจ๊ไก่” คือ ลักลอบนำเข้าสินค้าหนีภาษี ปลอมแปลงเครื่องหมายการค้า ละเมิดลิขสิทธิ์ และความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พร้อมเตรียมสืบสวนขยายผลไปถึงเครือข่ายต่อไป

แค้น 10 ปีก็ไม่สาย เพื่อน เด็ก ม.4 ประกาศตามฆ่าวิศวกร

แชร์ว่อนข้อความจากเพื่อนเด็ก ม.4 ประกาศตามล่าขอล้างแค้นวิศวกรมือยิง ลั่น ‘ต่อให้รอทั้งชีวิตก็ไม่สายโว้ย’

วันนี้ (9 ก.พ. 60) ในโลกออนไลน์เกิดเป็นที่ฮือฮาอีกครั้ง หลังจากที่วานนี้ได้ปรากฏคลิปหลักฐานอีกชิ้นที่แสดงให้เห็นถึงเหตุการณ์ก่อนวิศวกรใช้อาวุธปืนยิงเด็ก ม.4 เสียชีวิต ที่บริเวณถนนสายอ่างศิลา จ.ชลบุรี ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น เพราะล่าสุดกลุ่มเพื่อนของเด็ก ม. 4 ผู้ตายได้มีการเคลื่อนไหว โดยได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวประกาศว่าจะตามการล้างแค้นวิศกรคนที่ยิงเด็กม. 4 เสียชีวิตให้ถึงที่สุด

วิศวกรยิงเด็กม.4, ข่าวจังหวัดชลบุรี

โดยคนแรกเข้ามาโพสต์ว่า “เอาไงบอกด้วยนะพี่” ขณะที่อีกคนโพสต์ว่า “ถ้าได้ฆ่าไอ้แก่ ต่อให้รอทั้งชีวิตก็ไม่สายโว้ย” ก่อนที่จะมีเพื่อนอีกคนสนับสนุนว่า “แผลเพื่อนเราไม่ฟรีนะพวก” และ “ไม่ฟรีแน่นอน 10 ปีก็ไม่สาย”

ทั้งนี้เมื่อข้อความดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็น โดยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของกลุ่มวัยรุ่นเพื่อนผู้ตาย ที่ออกมาโพสต์ข่มขู่วิศวกรคู่กรณีเช่นนี้ เนื่องจากขณะนี้คดีอยู่ในขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม ควรให้ศาลทำหน้าที่พิจารณาตัดสินว่าใครผิดใครถูกน่าจะเหมาะสมกว่าการที่ออกมาแสดงตนในลักษณะนี้เพราะอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายก็เป็นได้

วิศวกรยิงเด็กม.4, ข่าวจังหวัดชลบุรี, ข่าวสดวันนี้