ร.10 โปรดเกล้าฯ ‘สมเด็จพระมหามุนีวงศ์’ เป็นสังฆราช

นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ร.10 โปรดเกล้าฯ ‘สมเด็จพระมหามุนีวงศ์’ เป็นสังฆราช องค์ที่ 20 สถาปนา 12 ก.พ.นี้

วันนี้ (7 ก.พ.) พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่ามีการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 20 แล้วได้ดำเนินการตามขั้นตอนมาโดยตลอด และได้มีการนำรายชื่อผู้ที่มีคุณสมบัติครบตามที่ได้บอกไว้สามประการทูลเกล้าขึ้นไปทั้งห้ารูป ซึ่งคงไม่ต้องถามว่าเป็นใครและวันเดียวกันนี้ได้รับการ แจ้งมาว่าการโปรดเกล้าฯ ลงมาเรียบร้อยแล้ว คือสมเด็จวัดราชบพิธ ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ จะมีการสถาปนาที่วัดพระแก้วในเวลา 17.00 น. ซึ่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร จะเสด็จด้วยพระองค์เอง

สำหรับ สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ (อัมพร อมฺพโร) นามเดิม อัมพร ประสัตถพงศ์ เป็นสมเด็จพระราชาคณะฝ่ายธรรมยุติกนิกายปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร กรรมการมหาเถรสมาคม และแม่กองงานพระธรรมทูต เกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2470 ณ ตำบลบางป่า อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี โยมบิดาชื่อนายนับ ประสัตถพงศ์ โยมมารดาชื่อนางตาล ประสัตถพงศ์ ครอบครัวประกอบอาชีพค้าขาย เรียนชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนเทวานุเคราะห์ กองบินน้อยที่ 4 ตำบลโคกกระเทียม อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี จนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

บรรพชาเป็นสามเณรเมื่อพ.ศ. 2480 ณ วัดสัตตนารถปริวัตรวรวิหาร ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี โดยมีพระธรรมเสนานี (เงิน นนฺโท) เป็นพระอุปัชฌาย์ ต่อมาได้เข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุ เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2491 ณ พัทธสีมาวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม โดยมีสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (วาสน์ วาสโน) เป็นพระอุปัชฌาย์ และพระจินดากรมุนี (ทองเจือ จินฺตากโร) เป็นพระกรรมวาจาจารย์

สามเณรอัมพร ประสัตถพงศ์ เคยไปอยู่จำพรรษาที่วัดตรีญาติ ต.พงสวาย เพื่อศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรม พ.ศ. 2483 สามารถสอบได้นักธรรมชั้นตรี จากนั้น พ.ศ. 2484 สามารถสอบได้นักธรรมชั้นโทและ พ.ศ. 2486 สามารถสอบได้นักธรรมชั้นเอก และสอบได้เปรียญธรรม 3 ประโยค เมื่อพ.ศ. 2488 สอบได้เปรียญธรรม 4 ประโยค

เมื่อ พ.ศ. 2490 ได้ย้ายมาอยู่จำพรรษา ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม โดยสมเด็จพระพุทธปาพจนบดี (ทองเจือ จินฺตากโร) เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่พระจินดากรมุนี นำมาฝากกับสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (วาสน์ วาสโน) สกลมหาสังฆปริณายก

ภายหลังอุปสมบทเมื่อ พ.ศ. 2491 ศึกษาพระปริยัติธรรมในสำนักเรียนวัดราชบพิธฯ จน พ.ศ. 2491 สามารถสอบได้เปรียญธรรม 5 ประโยค และ พ.ศ. ๒๔๙๓ สามารถสอบได้เปรียญธรรม 6 ประโยค
ต่อมา เข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย เป็นนักศึกษารุ่นที่ 5 จบศาสนศาสตรบัณฑิต เมื่อปี พ.ศ. 2500 และได้เดินทางไปศึกษาต่อระดับปริญญาโท ณ มหาวิทยาลัยพาราณสี (Banaras Hindu University) ประเทศอินเดีย จบการศึกษาเมื่อปี พ.ศ. 2512 ด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี

ปี พ.ศ. 2552 สภามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ถวายศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาพุทธศาสตร์ ปี พ.ศ. 2553 สภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ถวายปริญญาพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาธรรมนิเทศ และปัจจุบัน พ.ศ. 2560 เจ้าประคุณสมเด็จมีอายุ 89 ปี 68 พรรษา

ศิริราช แถลงข่าว “1 ล้าน 5 แสนก้าว วิ่งเพื่อชีวิต” ระดมทุนสร้างอาคาร

คณะเเพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล แถลงข่าว “1 ล้าน 5 แสนก้าว วิ่งเพื่อชีวิต” ระดมทุนสร้างอาคาร 

วันนี้(7 ก.พ.) เวลา 10.00 น.  ศ​. ดร. ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะเเพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล เป็นประธานแถลงข่าว  ๑ ล้าน ๕ แสนก้าว วิ่งเพื่อชีวิต เชียงใหม่ – ศิริราช พร้อมทีมนักศึกษาแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล เพื่อระดมทุน สร้างอาคารนวมินทรบพิตร ๘๔ พรรษา เพื่อผู้ป่วยด้อยโอกาส รพ. ศิริราช โดยมี รศ.นพ.กีรติ เจริญชลวานิช ประธานชมรมกรีฑาศิริราช ร่วมกับ ศิลปิน ดาราจากช่อง 3 ทรู แฟนเทเซีย ณ  ประชุมราชแพทยาลัย โรงพยาบาลศิริราช

นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า การวิ่งครั้งนี้เพื่อระดมจัดหาทุน ในการ ก่อสร้าง อาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา อาคารหลังสุดท้าย ของ รพ.ศิริราช ที่ได้รับพระราชทานนาม จากพระบามสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เพื่อเป็นสถานที่ช่วยเหลือผู้ป่วยด้อยโอกาส ให้พ้นจากโรคภัยไข้เจ็บ กลับมามีสุขภาพที่ดี

ทั้งนี้ ในการวิ่งจะมีนักศึกษาแพทย์ ศิริราชพยาบาล จำนวน 19 คน รวมพลังวิ่งผลัด เริ่มจาก รพ.แมคคอร์มิค จ.เชียงใหม่ สถานที่ทรงงาน “หมอเจ้าฟ้า “สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก “พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบัน ” ถึงปลาย รพ.ศิริราช รวมวิ่งผ่านทั้งสิ้น 11 จังหวัด รวมระยะทาง 750 กิโลเมตร เริ่มต้นวิ่งตั้งแต่วันที่ 11-17 มี.ค.2560 สามารถรวมพลังส่งน้ำใจ และ สืบสานพระราชปณิธาน ในหลวง รัชกาลที่ 9 ครั้งสุดท้ายได้ตลอด เส้นทาง เพื่อให้การจัดหางบประมาณ ก่อสร้าวอาคารและจัดซื้อเครื่องมือแพทย์

อย่างไรก็ตาม การบริจาคสามารถทำได้ผ่านเข้าบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ เลขบัญชี 016-442301-9 ชื่อบัญชี สมบททุนสร้างอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา หรือเลขบัญชี 016-4-37544-4 ระบุกองทุน 003738 ศิริราชมูลนิธิ และสามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้ หรือผ่านระบบโทรศัพท์มือถือที่ *984*100# แล้วกดโทรออก กดหนึ่งครั้งเท่ากับบริจาค 100 บาท

 

น้ำโขงวิกฤติหนัก เรือสินค้าจอดกลางทาง ใบพัดพังกระแทกโขดหิน

น้ำโขงวิกฤติหนักเรือสินค้าจอดกลางทางใบพัดเสียหายถูกโขดหิน

ผู้สื่อข่าว MThai รายงานว่า สภาพแม่น้ำโขงตั้งแต่สามเหลี่ยมทองคำ อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ขึ้นไปยังบ้านมองป่าแหลว สหภาพเมียนมา ซึ่งเป็นจุดที่แม่น้ำโขงกว้างและตื้นที่สุด อยู่ห่างจากสามเหลี่ยมทองคำไปทางทิศเหนือประมาณ 53 กิโลเมตร

ซึ่งพบว่าผลพวงของน้ำโขงที่แห้งขอดทำให้ตลอดเส้นทางเดินเรือ มีโขดหินและเนินทรายโผล่ขึ้นตลอดทาง ส่งผลทำให้เกิดอุปสรรคต่อการเดินเรือเป็นอย่างมาก บางจุดโขดหินโผล่ขึ้นมาสูงกว่า 2 เมตร ทำให้เรือนำเที่ยวและเรือบรรทุกสินค้าเป็นไปด้วยความยากลำบาก และทำให้เรือบรรทุกสินค้าขนาด 450 ตัน

ซึ่งเป็นเรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ของจีน ที่บรรทุกสินค้าจากท่าเรือกวนเหล่อย มณฑลยูนาน ตอนใต้ของประเทศจีน ที่จะนำสินค้าไปส่งยัง สปป.ลาว ต้องจอดเกยตื้นอยู่ที่บ้านมองป่าแหลว ของประเทศเมียนมา เพราะใบพัดเรือได้รับความเสียหายจากโดนโขดหิน

แม่น้ำโขง

ซึ่งทางด้านนางสาวผกายมาศ เวียร์รา ผู้ประการเดินเรือท่องเที่ยวระหว่างประเทศในแม่น้ำโขงเปิดเผยว่า ขณะนี้น้ำโขงแห้งส่งผลต่อการเดินเรือ เรือที่กินระวางน้ำเกิน 1 เมตร ไม่สามารถเดินเรือได้ โดยเฉพาะบริเวณที่จุดบ้านมองป่าแหลว ซึ่งเป็นจุดที่น้ำโขงกว้างและตื้นที่สุด และเป็นจุดที่เรือวิ่งด้วยความยากลำบาก ต้องอาศัยความชำนาญของกัปตันเรือ

ขณะเดียวกันพบว่ามีเรือบรรทุกสินค้าบางลำประสบอุบัติเหตุใบพัดเรือโดนโขดหินเสียหาย และยังมีเรือหลายลำต้องจอดรอเพื่อให้ทางการจีนปล่อยน้ำมาถึงจะเดินเรือไปได้