กทม.ยกเลิก”BRT”เหตุขาดทุนปีละ 200 ล้าน เตรียมเปิดเลนให้รถยนต์

กทม.ยกเลิก“BRT”เหตุขาดทุนปีละ 200 ล้าน เตรียมเปิดเลนให้รถยนต์วิ่งดังเดิม

พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่าฯกทม. แถลงผลการประชุมคณะผู้บริหารกทม. ว่า การแถลงวันนี้เป็นการยกเลิกโครงการรถโดยสารด่วนพิเศษ (บีอาร์ที) สายสาทร-ราชพฤกษ์ หรือสายช่องนนทรี-ราชพฤกษ์ ผู้ที่ได้รับผลกระทบอาจจะออกเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย โครงนี้ถึงจะดีหรือไม่ดี 100 เปอร์เซ็นต์ แต่เป็นโครงการเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสช่องนนทรีย์ จึงมีโครงการบีอาร์ทีขึ้นมา โดยใช้ผิวจราจร 1 ช่องทางเพื่อรถเมล์บีอาร์ทีเป็นเฉพาะ ทำให้คนกลุ่มใหญ่ที่ใช้ถนนเกิดความรู้สึกต่อต้านขึ้นมา จนบางครั้งก็มีรถยนต์ขับในช่องพิเศษ ทำให้รถบีอาร์ทีไม่สามารถทำความเร็วได้ เมื่อใช้ความเร็วไม่ได้ก็ไม่มีคนนั่ง ซึ่งยอดผู้โดยสารมีส่วนหนึ่งจากเด็กนักเรียนและผู้สูงอายุที่นั่งฟรี ทำให้กทม.ขาดทุนสะสมมาต่อเนื่องปีละ 200 ล้านบาททุกปี ขณะเดียวกันสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) ทำหนังสือแจ้งเตือนให้กทม.ทบทวนโครงการมา 2 ครั้งว่า ไม่ใช่ภารกิจของกทม. และเป็นโครงการทำลายวินัยการเงินการคลัง ไม่ได้ช่วยแก่ปัญหาจราจร ไม่ได้ทำเพื่อกลุ่มเป้าหมาย และไม่ได้ให้บริการกับประโยชน์สาธารณะ

เมื่อยกเลิกก็มีคำถามว่า จะลอยแพผู้โดยสาร 2.5 หมื่นคนหรือไม่ รวมถึงสถานีรถบีอาร์ทีจะใช้ประโยชน์อย่างไร ซึ่งสัญญาโครงการนี้จะครบในเดือนเม.ย.2560 คณะกรรมการบริหารระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ ได้ประชุมเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ขณะที่สภากทม.ได้ตั้งคณะกรรมการวิสามัญ ได้ให้แนวทางกับกทม. โดยเฉพาะสตง.ให้ทบทวนและยุติโครงการนี้เพราะไม่คุ้มทุนและเพิ่มภาระงบประมาณ ที่สุดแล้วคณะกรรมการบริหารระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ มีมติยุติโครงการบีอาร์ที เมื่อหมดสัญญาวันที่ 30 เม.ย.2560 จากนั้นกทม.จะประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบ และจะประสานให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) มาเดินรถเเทน ส่วนสถานีบีอาร์ทีนั้นก็จะให้ขสมก.ใช้รับและส่งผู้โดยสาร นอกจากนี้จะมีการคืนผิวจราจรให้ประชาชน ทั้งนี้ การดำเนินโครงการไม่ใช่ภารกิจหลักกทม. มีการทำลายการคลังกทม. โครงการนี้ไม่ใช่นโยบายรัฐบาล เป็นนโยบายผู้บริหารสมัยหนึ่ง โดยบางโอกาสเอาไปสร้างคะแนนนิยม หรือโครงการประชานิยม รวมถึงไม่ได้ให้บริหารกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง และไม่มีการปรับปรุงประสิทธิภาพการเดินทางได้ ตามที่สตง.เคยทำหนังสือแจ้งเตือนเมื่อปี 2557 พล.ต.ท.อำนวย กล่าว

“โครงการนี้ลงทุนไป 1,500 ล้านบาท เฉลี่ยขาดทุน 200 ล้านต่อปี มีการเปลี่ยนผู้ว่าฯกทม. มา 2 คนแล้ว”พล.ต.ท.อำนวย กล่าว”

พบศพไร้ญาติ ที่ รพ.ศิริราช คล้าย หนุ่มเซลล์แมน ที่หายตัวไป

พล.ต.ท.ศานิตน์ ตรวจสอบศพไร้ญาติ ที่ รพ.ศิริราช หลังพบมีส่วนคล้ายกับหนุ่มเซลล์แมน ที่หายตัวไป

พล.ต.ท.ศานิตน์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เดินทางมายัง รพ.ศิริราช เพื่อตรวจสอบศพไร้ญาติ ว่า เป็นนายรัติภูมิ หรือ เบิร์ด พิมใจใส อายุ 34 ปี พนักงานขายรถยนต์ ที่หายตัวไปอย่างปริศนาหรือไม่ หลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้พบพยานรายหนึ่ง เป็นเด็กปั๊มน้ำมัน ได้ให้ข้อมูลว่า ในช่วงเวลาที่ นายรัติภูมิ หายตัวไป ได้พบเห็นชายคนหนึ่ง วิ่งไปมาอยู่บนเกาะกลางถนน บริเวณจุดที่พบทรัพย์สินของนายรัตภูมิ

หลังจากนั้นได้มีเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิมารับตัวนายรัตภูมิ ไป ซึ่งก่อนที่จะรับตัว มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่สายตรวจ สน.ตลิ่งชัน พบเห็นชายคนดังกล่าว มีลักษณะอาการเกร็ง ตาเหลือก จึงประสานเจ้าหน้าที่นำตัวส่ง รพ.ศิริราช เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม ที่ผ่านมา

ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังแหล่งข่าวระดับสูง รพ.ศิริราช ระบุว่า เมื่อเวลาประมาณ 20.23 น. ของวันที่ 20 ธันวาคม เจ้าหน้าที่แพทย์ และพยาบาลห้องฉุกเฉิน ได้รับตัวชายไม่ทราบชื่อ จากเจ้าหน้าที่มูลนิธิ โดยเบื้องต้นพบว่ามีอาการ ชักเกร็ง ใบหน้า เขียวช้ำ และบริเวณมือพบสารสีขาว ลักษณะคล้ายยาเสพติด ประมาณ 1 กรัม จากนั้นได้นำตัวผู้ป่วยเข้าเป็นผู้ป่วยใน

โดยเวลาประมาณ 02.10 น. ได้นำผู้ป่วยคนดังกล่าวไปพักรักษาที่ตึกอัษฎางค์ 11 เหนือ ซึ่งผู้ป่วยรายนี้ได้ทำการรักษาตัว และได้เสียชีวิตลง เมื่อเวลา 08.30 น. ของวันที่ 30 มกราคม ที่ผ่านมา ซึ่งจากการสอบถามพยาน และพยาบาลที่อยู่ประจำตึกดังกล่าว พบว่า ตำหนิ รูปพรรณ ของชายไม่ทราบชื่อดังกล่าว มีส่วนคล้ายกับนายรัตภูมิ โดยสิ่งที่เป็นหลักฐานชัดเจนยืนยันตัวคือ ผู้ป่วยรายนี้มีรอยสักที่ข้อมือข้างขวารูปดาว ทั้งนี้ ภรรยาของนายรัติภูมิ กำลังเดินทางไปตรวจสอบที่ รพ.ศิริราช เพื่อยืนยันว่าศพชายดังกล่าวใช่นายรัติภูมิหรือไม่

ทั้งนี้ พล.ต.ท. ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้เดินทางมาตรวสอบด้วยตนเอง พร้อมระบุว่า หลังจากนายรัติภูมิหายตัวไป ตำรวจได้เร่งสืบสวนจนพบ ในวันที่ 20 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันที่ นายรัติภูมิ หายตัวไป อปพร.ทวีวัฒนา ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าพบชายไม่ทราบชื่อ มีอาการคลุ้มคลั่งไม่ได้สติ บริเวณซอยบรมราชชนนี ขาออกตอม่อ ที่ 147 จึงนำตัวชายคนดังกล่าวส่งโรงพยาบาล ซึ่งหลังจากนั้นทางโรงพยาบาลได้รักษาอาการก่อนเสียชีวิตในวันที่ 30 ธันวาคม 2559 ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตยังไม่สามารถระบุได้ ให้รอทีมแพทย์ออกมาชี้แจงอีกครั้ง

นอกจากนี้ ได้ส่งข้อมูลภาพกระเป๋า เสื้อผ้า รวมถึงภาพรอยสักบริเวณนิ้วหัวแม่มือซ้ายรูปดาว ให้ครอบครัวของนายรัติภูมิ ซึ่งทางครอบครัวยืนยันว่าเป็นสัมภาระและรอยสักของนายรัติภูมิ อย่างไรก็ตาม ผบชน. เชื่อว่าไม่ถูกอุ้มหรือเกี่ยวข้องกับมาเฟียเพราะไม่มีร่องรอยถูกทำร้าย

ขณะที่ ทางเจ้าหน้าที่ภาควิชานิติเวชศาสตร์ ระบุว่า ภายนอกไม่พบร่องรอยถูกทำร้าย ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตต้องดูจากรายงานการชันสูตรเพราะเสียชีวิตมาเวลานานกว่า 40 วัน ส่วนที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้ประสานญาติเนื่องจากไม่ทราบว่าเป็นใคร และเมื่อตอนนำส่งตัวแจ้งเพียงว่าชายไม่ทราบชื่อจึงไม่ได้ประสานครอบครัว

เตรียมกล้องให้พร้อม! ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์บานสะพรั่งแล้ว บนถนนกำแพงเพชร

ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ บานสะพรั่ง ตลอดแนวถนนใน จ.กำแพงเพชร ยาวหลายกิโลเมตร สวยตื่นตาตื่นใจ

ที่ ถนนบ้านลำมะโกรก – บ้านหนองแผ่นดิน หมู่ 6 ต.สระแก้ว อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ขณะนี้ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ ที่ นายสุวรรณ ศุภกิจเจริญ นายก อบต.สระแก้ว ได้ขอพันธุ์มาจากศูนย์เพาะชำกล้าไม้ จ.กำแพงเพชร มาร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่ปลูกไว้ตั้งแต่ปี 2540 จำนวนกว่า 2,000 ต้น ไว้ตลอดเส้นทางเข้าหมู่บ้าน เป็นระยะทางยาวหลายกิโลเมตร ในช่วงนี้เริ่มออกดอกสีชมพู สีขาว สีม่วงบานสะพรั่ง ตลอด 2 ข้างทาง แต่สภาพอากาศจะแปรปรวนเย็นเป็นช่วง ๆ สลับอากาศร้อน

แต่ในช่วง 2 วันที่ผ่านมาอากาศเริ่มเย็นลงจึงส่งผลให้ดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ เริ่มออกดอกจนเต็มต้นจนไม่มีใบมีแต่ดอกเป็นพวง ๆ ตลอดแนวถนนทำให้มีนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านเส้นทางดังกล่าว แวะถ่ายรูปความสวยงามเก็บไว้เป็นที่ระลึกกัน ส่วนที่ใต้ต้นมีดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ที่ร่วงหล่นจากต้นลงมาที่พื้นใต้ต้นจนเต็มพื้นกระจายทั่วไปดูสวยงามมาก

สำหรับ ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ ลักษณะทั่วไปเป็นไม้ยืนต้นผลัดใบ ขนาดกลางสูงประมาณ 8 – 12 เมตร ใบเป็นแบบผสม มีใบย่อย 5 ใบ บนต้นเดียวกัน ออกดอกเป็นช่อตามกิ่งก้าน ช่อละ 5 – 8 ดอก ดอกย่อยมีลักษณะคล้ายดอกผักบุ้ง หรือ ปากแตร โคนดอกเป็นหลอดยาว ปลายดอกบาน ออกเป็น 5 กลีบ