อดีตคุณครู หันทำเกษตรพอเพียง ปลูกสตรอเบอร์รี่ สร้างรายได้

อดีตคุณครู วัย 32 ปี ชาวอ่างทอง หันทำเกษตรพอเพียงเปลี่ยนแปลงนาปลูกสตรอเบอร์รี่ เมล่อน ผักสลัดเมืองหนาว สร้างรายได้เกินคาด

หากหลาย ๆ คนยังจำได้ ครั้งหนึ่ง MThai News เคยนำเสนอ อดีตคุณครูโรงเรียนเอกชน ลาออกจากการเป็นครู หันมาเป็นเกษตรกรเต็มตัว เดินหน้าพลิกฟื้นแผ่นดินบ้านเกิด โดยยึดหลักปรัชญา พระราชาตามรอยเศรษฐกิจแบบพอเพียง ทำการเกษตรตามทฤษฎีใหม่ไม่ใช้สารเคมี โดยใช้ที่นาของครอบครัว จำนวน 12 ไร่ ซึ่งเริ่มจากการปลูกเมล่อน พร้อมกับนำมาแปรรูปต่าง ๆ มาก ๆ

ล่าสุดวันนี้ (6 ก.พ. 60) เราได้กลับมาอัพเดทชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียงของอดีตคุณครู จิรศักดิ์ สุขใจ อีกครั้ง ซึ่งมีการปลูกผักสลัด เมล่อน ดอกสลิด และสตรอว์เบอร์รี เพิ่มเติมแถมนำออกขายสร้างรายได้ให้กับครอบครัว เดือนละกว่าสองหมื่นบาท โดยทำการค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเอง และสอบถามเรียนรู้จากผู้ที่มีประสบการณ์ นำมาดัดแปลงให้เหมาะสมกับพื้นที่การเกษตรของตนเอง

โดย นายจิรศักดิ์ สุขใจ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4 หมู่ 1 ต.หนองแม่ไก่ อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง เจ้าของสวนสตรอเบอร์รี่สายทอง เล่าให้ฟังว่า ตนเองเรียนจบการศึกษาในระดับปริญญาตรี คณะศึกษาศาสตร์บัณฑิต สาขานาฏศิลป์ไทย จากสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ (วิทยาลัยนาฏศิลป์อ่างทอง) จากนั้นได้เข้าทำงานในโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง 4 – 5 ปี ด้วยความที่เป็นลูกชาวนา ตนเองจึงได้มีโอกาสศึกษาตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของในหลวง รัชกาลที่ 9 จึงได้ลาออกจากการเป็นครู หันมาเป็นเกษตรกรพลิกฟื้นแผ่นดินบ้านเกิด

และตนเองกำลังมีแผนที่จะขยายปลูกพืชให้เต็มพื้นที่ในอนาคต ลูกค้าที่เข้ามาอุดหนุนสามารถเก็บรับประทานได้สด ๆ จากสวน ซึ่งตนเองคาดว่าเมื่อเข้าสู่ฤดูหนาวของทุกปี จ.อ่างทอง ก็จะมีไร่สตรอเบอร์รี่ให้ประชาชนได้ชม และได้ลองลิ้มชิมรส โดยไม่ต้องเดินทางไปถึงภาคเหนือ และนอกจากนี้ ยังมีผักสลัดพันธุ์โอ๊คแดง โอ๊คเขียว  และเมล่อน ไว้คอยจำหน่ายให้กับลูกค้าอีกด้วย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง >> อดีตคุณครูหันปลูก ‘เมล่อน’ สร้างรายได้ต่อเดือนร่วม 5 หมื่น

มอบเงินเยียวยา 1 แสนบาท ครูจอมทรัพย์ พร้อมขึ้นศาล 8 ก.พ. นี้

ครูจอมทรัพย์ ขอบคุณ ประธานชมรมมิตรภาพพิตบูล มอบเงินให้ 1 แสน ระหว่างรอรื้อคดี ระบุ มั่นใจกระบวนการยุติธรรม พร้อมขึ้นศาล 8 ก.พ. นี้

นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อดีตจำเลยคดีขับรถชนคนเสียชีวิต เดินทางมาที่กระทรวงยุติธรรม เพื่อรับมอบเงินจาก นายณัชพล สุพัฒนะ ประธานชมรมมิตรภาพพิตบูล หลังจากที่ก่อนหน้านี้ชาวโซเชียลได้ระดมเงินบริจาคช่วยเหลือ จำนวนกว่า 1 ล้าน เพื่อช่วยเยียวยา ครูจอมทรัพย์

นายณัชพล กล่าวว่า วันนี้นำเงินมา 1 แสนบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายดำเนินการ ระหว่างรอคำพิพากษาของศาล ในการรื้อคดีว่าตกเป็นแพะ ในคดีขับรถชนคนตายหรือไม่ ซึ่งเงินที่เหลืออีก 9 แสน จะมอบให้ภายหลังจากที่ศาลตัดสินออกมาว่า ครูจอมทรัพย์ เป็นแพะจริง แต่หากไม่ใช่แพะ ก็จะนำเงินจำนวนนี้ไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้

นอกจากนี้ มองว่า การให้ความช่วยเหลือ เยียวยาของไทย ไม่คุ้มค่ากับระยะเวลาที่เสียไป เนื่องจากการรื้อคดีต้องใช้เวลานาน ซึ่งเรื่องดังกล่าวภาครัฐควรจะต้องหามาตรการที่ไม่ให้เกิดแพะขึ้นอีก

ด้าน นางจอมทรัพย์ กล่าวว่า รู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของ นายณัชพล ที่กล้าออกมาแสดงตัวช่วยเหลือผู้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม รวมถึงขอบคุณกระทรวงยุติธรรม และดีเอสไอ ที่ช่วยดูแลความปลอดภัยของครู และพยานทุกคนตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนในวันที่ 8 ก.พ. ที่ศาลนัดพิจารณาคดี หวังว่าจะได้รับความเป็นธรรม และรู้สึกว่าเวลาที่เหลืออีก 2 วัน ไม่นานเกินไป เพราะตนเองอดทนรอมานานแล้ว และรักษาตัวเองไม่ให้ป่วย เพื่อรอวันนี้มาถึง

ตร.ชลบุรีให้ประกันตัววิศวกรยิงโจ๋ 17 ดับ วงเงิน 2 แสน

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชลบุรี ให้ประกันตัววิศวกร ยิงโจ๋ 17 ดับ ด้วยวงเงิน 200,000 บาท เร่งสอบสวนข้อเท็จจริง

จากกรณีที่เกิดเหตุวศิวกร ชื่อ นายสุเทพ อายุ 50 ปี ใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่กลุ่มวัยรุ่นที่เข้ามารุมทำร้าย ทำให้กระสุนปืนไปถูก นายนวพล อายุ 17 ปี ซึ่งเป็นสมาชิกของแก๊งวัยรุ่นดังกล่าวเสียชีวิต ล่าสุด ยังไม่มีผู้ปกครอง หรือญาติมารับศพของ นายนวพล  แต่ทางโรงพยาบาลได้รับการประสานจากญาติ ๆ ว่า จะเดินทางมารับศพในช่วงบ่ายวันนี้

ส่วนความคืบหน้าของคดี ด้าน พ.ต.ท.จิรวัฒน์ จันทร์สีเพชร พนักงานสอบสวน สภ.เมืองชลบุรี เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้ตั้งข้อหา นายสุเทพ ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ โดย นายสุเทพ ถูกประกันตัวออกแล้วในวงเงิน 200,000 บาท เพราะมองว่า นายสุเทพ ไม่มีเจตนาหลบหนี อีกทั้งต้องไปรับการรักษาตัวเนื่องจากมีอาการเบาหวานกำเริบ และยังเป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหาที่มีสิทธิในการยื่นขอประกันตัว

ส่วนแนวทางการสอบสวนเพิ่มเติมจะมีการเรียกเพื่อนผู้เสียชีวิตและพยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุทั้งหมดมาสอบปากคำอย่างละเอียด เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป เบื้องต้น มีการสอบปากคำพยานบุคคลไปกว่า 8 ปาก และยังมีคลิปจากกล้องในรถมาประกอบเพื่อสอบสวนในการกระทำความผิดในครั้งนี้ต่อไป