รวบผู้ต้องหาฉ้อโกง หลอกขายของผ่านเน็ต

ตำรวจกองปราบปราม รวบ ผู้ต้องหา คดีฉ้อโกง หลอกขายของผ่านเน็ต พบผู้เสียหายหลายราย

วันนี้(5 ก.พ.) นายนิติศักดิ์ สุวรรณสุนทร ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1824/2557 ลงวันที่ 13 ตุลาคม 2557 ข้อหา ฉ้อโกงประชาชน นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.พญาไท ถูกตำรวจกองปราบปรามติดตามจับกุมตัวได้ซึ่งผู้ต้องหามีพฤติการณ์หลอกขายของประเภทอุปกรณ์รถยนต์ อุปกรณ์เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เครื่องเล่นเกมส์ยี่ห้อดังต่างๆ

โดยได้ประกาศขายในเว็บไซด์ฝากขายของที่ได้รับความนิยมจากประชาชน เช่น ขายดี.com , www.overclockzone.com , www.olx.com เป็นต้น โดยเมื่อมีผู้เสียหายสนใจติดต่อมา ทางผู้ต้องหาก็จะส่งเลขบัญชีไปให้ เมื่อผู้เสียหายโอนเงินค่าสินค้าให้แล้ว ผู้ต้องหาก็จะทำการหลบหนีไปไม่สามารถติดต่อได้ มูลค่าความเสียหายรวมหลายแสนบาท ในกรณีนี้มีผู้เสียหายหลายรายได้รวมตัวกันเพื่อติดตามหาตัวผู้ต้องหารายนี้มานานแล้ว และยังมีคดีในลักษณะเดียวกันที่อยู่ระหว่างดำเนินการออกหมายจับเพิ่มเติมอีกด้วย

‘พิชัย’แนะใช้มาตรา 44 ตรวจสอบรัฐบาล

‘พิชัย’ ชี้รบ.เล็งใช้ ม.44 มาแก้กฎหมายปราบโกงแค่แก้เกี้ยวภาพลักษณ์คอร์รัปชันไทยตกต่ำ แนะบังคับใช้กับฝ่ายรัฐบ้าง

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี ที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เห็นด้วยกับกระทรวงการคลังใช้อำนาจตามมาตรา 44 เพื่อให้การแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นจากการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ นั้นมองว่า เป็นการแก้ตัวและแก้ไขปัญหา หลังจากที่ดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชันโลก ไทยร่วงจากอันดับ 76 เป็น 101 จาก 176 ประเทศ และมีคะแนนลดจาก 38 เหลือ 35 คะแนน

ทั้งนี้ นายพิชัย ยังระบุว่าปัญหาคอร์รัปชันเป็นเรื่องที่อยู่ในสังคมไทยมาโดยตลอด การจะใช้มาตรา 44 มาแก้กฎหมายคอร์รัปชันจะเป็นเรื่องที่ไม่ยั่งยืน เพราะที่ผ่านมาปัญหาการคอร์รัปชันส่วนใหญ่จะเกิดมากมายในช่วงที่ประเทศไม่เป็นประชาธิปไตย มากกว่าช่วงที่ประเทศเป็นประชาธิปไตยเพราะรัฐบาลสามารถถูกตรวจสอบจากฝ่ายค้านได้ตามกลไกลรัฐสภา ปัญหาพื้นฐานของคอร์รัปชันจึงจะต้องแก้ที่วิธีคิด การปลูกฝังจิตสำนึก และการใช้มาตรา 44 ของคสช.ต้องดูว่าจะใช้กับคนกลุ่มใด เพราะปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันที่ผ่านมา 2 ปี ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องที่มาจากรัฐบาล เช่น GT200,อุทยานราชภักดิ์,การขุดลอกคลองทหารผ่านศึก เป็นต้น

พ่อเซลแมนหนุ่มนำของใช้ลูกให้ ตร.เทียบ DNA

พ่อเซลแมนหนุ่ม นำของใช้ส่วนตัวให้ตำรวจ เทียบดีเอ็นเอ ยัน ลูกไม่เคยมีเรื่องกับคนมีสี ขณะเจ้าหน้าที่ระดมค้นหนองน้ำ ยังไม่พบสิ่งต้องสงสัย

วันนี้ 4 ก.พ. 60 นายละเอียด พิมใจใส บิดาของนายรัติภูมิ พิมใจใส เซลส์แมนหนุ่มที่หายตัวไปนานกว่า 1 เดือน เดินทางมายัง สน.ธรรมศาลา เพื่อพบพนักงานสอบสวนเพิ่มเติม โดยเปิดเผยว่า ได้นำเส้นผมและของใช้ส่วนตัวของบุตรชายมามอบให้เจ้าหน้าที่ เพื่อตรวจสอบเทียบเคียงดีเอนเอ พร้อมยืนยันว่าบุตรชายไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับคนมีสีตามที่เป็นข่าว และเชื่อว่าการหายตัวไปของบุตรชายเกี่ยวข้องกับเรื่องชู้สาว

ขณะที่ วันนี้เจ้าหน้าที่กู้ภัยชุดประดาน้ำ และตำรวจฝ่ายสืบสวนยังคงระดมกำลังลงพื้นที่สวนสาธารณะใต้ทางต่างระดับฉิมพลีอีกครั้ง ถนนบรมราชชนนีฝั่งขาเข้าเพื่อค้นหาตัว นายรัติภูมิ และหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่พบสิ่งต้องสงสัยว่าจะเกี่ยวข้องกับคดี พบเพียงซากกระดูก ที่สันนิษฐานว่าเป็นกระดูกสัตว์ ในคูน้ำเท่านั้น

ที่มา… INN