หนุ่มเครียด ดิ่งดาดฟ้าย่านราชปรารภ ดับสยอง

หนุ่มเครียด ดิ่งดาดฟ้า ย่านราชปรารภ เสียชีวิตคาที่  ขณะนี้เจ้าหน้าที่เร่งสอบสาเหตุ

วันนี้(4 ก.พ.) ร้อยเวรสอบสวน สน.พญาไท รับแจ้งเหตุ มีผู้พลัดตกจากที่สูง ซอยโรงหนังโอเอ(เก่า) ข้างสถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ราชปรารภ จึงเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบเป็นอาคารพาณิชย์ สูง 5 ชั้น พบผู้เสียชีวิตเป็นชายอายุประมาณ 30 ปี นอนเสียชีวิต อยู่ที่พื้นด้านล่าง สภาพศพ สวมกางเกงยีนส์ ไม่สวมเสื้อ นอนตะแคงเสียชีวิต มีเลือดไหลนองพื้น

จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่า ผู้ตายกระโดดลงมาจากดาดฟ้าชั้น 5 ร่างกระแทกพื้นเสียชีวิต ส่วนสาเหตุนั้นยังอยู่ระหว่างการสอบปากคำของเจ้าหน้าที่ หลัง แพทย์เวรร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ แล้ว เจ้าหน้าที่ได้นำศพส่งชันสูตรที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลรามาธิบดี

กรุงเทพโพลล์ เผย 58.1% ขอกฎหมายปราบโกงแก้สินบน ห่วงช่องโหว่

กรุงเทพโพลล์ ปชช.หนุนใช้ มาตรา 44 แก้ซื้อขายตำแหน่ง มั่นใจรัฐบาลมีมาตรการตั้งใจแก้โกงดีแล้ว มองกฎหมายยังมีช่องโหว่ไม่รุนแรงพอทำให้ยังมีคนทุจริต

กรุงเทพโพลล์ ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ  เปิดเผยสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง “ฝ่าวิกฤตคอร์รัปชั่นของรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์” โดยเก็บข้อมูลกับประชาชนจากทุกภูมิภาค ทั่วประเทศ จำนวน 1,133  คน พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ถึงร้อยละ 58.1 มองว่า กรณีการเปิดโปงคดีคอร์รัปชั่น โรลส์รอยซ์ ติดสินบนซื้อเครื่องยนต์แก่เจ้าหน้าที่การบินไทย และ ปตท. และกรณีการติดสินบนกล้องซีซีทีวีในรัฐสภา  ปี 2549 เกิดจากการบังคับใช้กฎหมายยังมีช่องโหว่ ไม่รุนแรงพอให้กลัวต่อการกระทำผิด

รองลงมา ร้อยละ 46.0 กลัวว่าจะไม่สามารถเอาผิดกับผู้กระทำผิดได้  โดยประชาชน ร้อยละ 49.8  อยากให้แก้ปัญหาการติดสินบน การให้เงินใต้โต๊ะ แก่เจ้าหน้าที่รัฐ รองลงมา ร้อยละ  47.7 อยากให้แก้ปัญหาทุจริตการแต่งตั้ง การสอบคัดเลือก เข้ามารับราชการ และร้อยละ 47. 5 อยากให้แก้ปัญหาการใช้ตำแหน่งหน้าที่แสวงหาผลประโยชน์

ทั้งนี้ ประชาชนร้อยละ 59.0 เชื่อมั่นค่อนข้างน้อยถึงน้อยที่สุดว่า พ.ร.บ. 3 ชั่วโคตรจะแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นได้ ขณะที่ร้อยละ 33.8 เชื่อมั่นค่อนข้างมากถึงมากที่สุด และร้อยละ 7.2 ไม่แน่ใจ  รวมถึงประชาชน ร้อยละ 61.8 ไม่เชื่อมั่นในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ไม่เชื่อมั่นจะแก้ปัญหาทุจริตได้ มีเพียงร้อยละ 30.5 ที่เชื่อมั่น และ ร้อยละ 7.7 ไม่แน่ใจ

อย่างไรก็ตาม ประชาชน ร้อยละ 61.3 เห็นด้วยต่อการใช้ มาตรา 44 ในการแก้ปัญหาการซื้อขายเก้าอี้ผู้ดำรงตำแหน่งทางราชการและรัฐวิสาหกิจ มีเพียงร้อยละ 31.3 ไม่เห็นด้วย และร้อยละ 7.4 ไม่แน่ใจ

นอกจากนี้ ประชาชน ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.4 เห็นว่า รัฐบาลมีมาตรการจริงจังค่อนข้างมากถึงมากที่สุดในการปราบโกงช่วง 2 ปี 6 เดือนที่ผ่านมา ขณะที่ร้อยละ 29.4 เห็นว่ามีมาตรการจริงจังค่อนข้างน้อยถึงน้อยที่สุด มีเพียงร้อยละ 3.2 ไม่แน่ใจ

ทนายดัง ไม่เห็นด้วย ตร. คิดเงินเพิ่มหากจ่ายค่าปรับล่าช้า

ทนายดัง เตือนตำรวจ อย่าบีบประชาชน หลังผุดมาตรการใหม่จ่ายค่าปรับช้าโดนอีกเพิ่ม 1 พัน

วันนี้ (4 ก.พ. 60) ในเพจเฟซบุ๊ก ‘เกิดผล แก้วเกิด’ ซึ่งเป็นของทนายชื่อดัง นายเกิดผล แก้วเกิด ได้มีการโพสต์ข้อความแสดงความเห็นถึงมาตรการใหม่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังมีคำสั่งให้ทุก สน. ในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) คิดเงินค่าปรับใบสั่งจราจรเพิ่ม หากผู้กระทำความผิดไปชำระเงินล่าช้า

โดยทนายคนดังกล่าวได้มีความว่า ไม่เห็นด้วยกับมาตรการดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่าเป็นการเอารัดเอาเปรียบรังแกประชาชนในทางอ้อมชัดเจน

ใบสั่ง, ด่านตรวจ, ค่าปรับ, ข่าวตำรวจ,

“เห็นความพยายามของตำรวจ ที่บังคับใช้กฎหมาย จราจรอย่างเข้มแข็งเหลือเกิน ผมเห็นด้วยการกับการใช้กล้อง และเทคโนโลยี แทนเจ้าพนักงานจราจร (บางอย่าง) แก้ไขการใช้ดุลพิจนิจที่ไม่ถูกต้อง และ การโต้เถียงของประชาชนได้ เพราะกล้องไม่โกหก ยกเว้นตำรวจมั่ว ส่งหมาย ใบสั่งผิดบ้าน แต่การออกมาตราการบังคับให้ไปชำระค่าปรับภายใน 7 วัน หากล่าช้า จะต้องชำระค่าปรับล่าช้าเพิ่ม 1,000 บาท และอายัดทะเบียนไว้

สำหรับผม ผิดก็ว่าไปตามผิด ผิดก็ต้องมีหน้าที่จ่ายค่าปรับ ตามกฎหมาย แต่ไม่เห็นด้วยกับการบังคับให้ชำระค่าปรับล่าช้าอีก 1,000 บาท รวม 1,500 บาท มันโหดร้ายเกินไปใหมครับ แต่ตำรวจได้ค่าปรับ และเปอร์เซ็นต์ค่าปรับเพิ่มอีก 3 เท่า จาก 500 เป็น 1,500 ภายในเวลา 30 วัน มันจะน่าเกลียดไปไหม ครับ 1,500 ซื้อนมลูกได้ทั้งเดือน ท่านจะรีบใช้เงินไปไหน ใจเย็นๆ ให้เวลาชาวบ้านหายใจบ้าง

ถ้า สมมุติว่า ชาวบ้านที่โดนใบสั่งทั้ง 1,600 คน ลุกขึ้นมาต่อสู้ด้วยวิธีการทางกฎหมาย และ ใช้สิทธิทางศาลบ้าง แทนที่จะยอมชำระค่าปรับ 500 หรือ 1,500 บาท ในกรณี ล่าช้า รวมใจ รวมตัวกันเดินเข้าโรงพักแจ้งต่อพนักงานสอบสวนว่า ไม่ชำระค่าปรับที่โรงพัก แต่จะไปสู้ในชั้นศาล หรือชำระค่าปรับที่ศาลแทน ถ้ามีสักเดือน ละ 1,000 คน งานคงล้นมือตำรวจ และพนักงานอัยการแน่นอน

ลองดูใหมครับ ความผิดลหุโทษ ไม่ต้องประกันตัว เดินถือใบสั่งที่ตำรวจส่งไปให้ทางไปรษณีย์ แล้วบอกพนักงานสอบสวนว่า ขอไปต่อสู้ (ในกรณีไม่ผิด) หรือไปชำระค่าปรับที่ศาลแทน เมื่อไปถึงศาล ถ้าผิดก็รับสารภาพ ศาลก็ปรับ ครึ่งหนึ่งของ 500 บาท คงเหลือ จ่ายค่าปรับที่ศาลเพียง 250 บาท ไม่เสียค่าปรับล่าช้า ไม่ถูกอายัดทะเบียน เพราะถือว่าชำระค่าปรับตามคำพิพากษาแล้ว และที่สำคัญเงินค่าปรับในศาล ตำรวจจะไม่ได้เปอร์เซนแม้แต่สตางค์แดงเดียว

อย่าบีบบังคับประชาชนเกินไปนะครับ ผมเชื่อว่า ถ้ามีคนลุกสู้และใช้วิธีนี้ ตำรวจนั่นแหละครับที่จะเหนื่อย จนไม่ต้องทำงานอย่างอื่น เผลอๆ คดีขาดอายุความเพราะฟ้องไม่ทัน เสียงบประมาณซื้อกล้อง และงบประมาณพิมพ์ใบสั่งเปล่าๆ ถ้าใครสนใจ ก็ลองรวมกลุ่มกัน พูดคุยกันดูนะครับ ผมพร้อมเป็นที่ปรึกษาให้ รวมทั้งเป็นทนายให้ ในกรณีไม่ผิดด้วย อย่าใช้กฎหมายรังแกประขาชนจนทนไม่ได้ เห็นด้วยกับแนวคิดผม ช่วยแชร์ด้วยครับ”