สหรัฐฯ ประกาศคว่ำบาตร “อิหร่าน” ครั้งใหม่ สั่งยกเลิกวีซ่า 7 ชาติมุสลิมรวมแสนเล่ม

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศคว่ำบาตรบุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับ “อิหร่าน” รอบใหม่ ขณะที่ สั่งยกเลิกวีซ่าสำหรับชาวต่างชาติตามคำสั่งแบน 7 ชาติมุสลิมรวมแสนเล่ม

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สหรัฐอเมริกา ประกาศคว่ำบาตรหน่วยงานและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับ อิหร่าน รอบใหม่ โดยมีผู้ถูกคว่ำบาตร ทั้งหมด 13 คน และ 12 หน่วยงาน ตามประกาศของ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา

ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว มีขึ้นหลังจากที่รัฐบาลสหรัฐฯ ยื่นโนติช ให้ อิหร่าน ไม่กี่วันก่อนหน้านี้ กรณีทดลองขีปนาวุธ โดยกระทรวงการคลังของสหรัฐฯประกาศคว่ำบาตรผ่านเว็บไซต์ ที่มีบัญชีรายชื่อ บุคคลและหน่วยงาน ที่มีฐานอยู่ในสหรัฐฯอาหรับเอมิเรตส์ รวมถึงเลบานอนและจีนด้วย

โดยก่อนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทรัมป์ ประกาศจะใช้ไม้แข็งกับอิหร่าน และประกาศจะถอนข้อตกลงนิวเคลียร์ที่สหรัฐฯทำไว้กับอิหร่านเมื่อปีที่ผ่านมาในสมัยรัฐบาลใต้การนำของ บารัก โอบามา ผู้นำคนก่อนด้วย อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน อิหร่าน ยังเป็น 1 ใน 7 ชาติมุสลิมที่ทรัมป์ประกาศห้ามเข้าประเทศเป็นเวลา 90 วัน ด้วย

นอกจากนี้ วีซ่าชาวต่างชาติในสหรัฐฯ ถูกสั่งยกเลิก นับแสนบัญชี หลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯมีคำสั่งห้าม ประชาชนชาวมุสลิม 7 ชาติใหญ่เข้าประเทศเป็นเวลา 90 วัน ตามที่โฆษกกระทรวงยุติธรรมรายงาน  แต่ฟากกระทรวงการต่างประเทศได้ออกมาแย้งในเวลาต่อมาว่า จำนวนวีซ่าที่ถูกเพิกถอนไปนั้น จำนวนจริงน้อยกว่า 6หมื่นบัญชี  พร้อมอธิบายว่า ตัวเลขที่มีมากนั้นรวมวีซ่าทูตที่ถูกห้ามจากคำสั่งแบนเช่นเดียวกับวีซ่าที่หมดอายุด้วย  ทั้งนี้การยกเลิกวีซ่าชาวต่างชาติดังกล่าวเป็นผลจากการลงนามในคำสั่งแบนของผู้นำสหรัฐฯเมื่อสัปดาห์ก่อน

UN เปิดรายงาน ปมทหารพม่าไล่ฆ่าชาวโรฮิงญา

สำนักงานสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เปิดรายงานสรุปสถานการณ์กวาดล้างชาวโรฮิงญาในพม่าเข้าข่ายฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ หลังสังหารประชาชนไปนับร้อย

สำนักข่าวเอเอฟพี ได้รายงานว่า วานนี้ (3 ก.พ. 60) สำนักงานสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ได้มีการเปิดเผยรายงานสรุปกรณีการเข้ากระชับพื้นที่กวาดล้างชาวโรฮิงญาในพื้นที่รัฐยะไข่ของทางการเมียนมา ในช่วง ต.ค.2559 ที่ผ่านมา หลังจากมีกองกำลังติดอาวุธเข้าโจมตีเจ้าหน้าที่ของเมียนมา พบว่า ปฏิบัติการดังกล่าวมีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ รวมถึงเด็กและสตรีถูกสังหารและข่มขืนในเหตุการณ์ดังกล่าว

โรฮิงญา, ข่าวพม่า, รัฐยะไข่, ฆ่าล้างเผาพันธุ์
โดยรายงานเผยว่าสาเหตุที่ทำให้ปฏิบัติการของทหารพม่าดูเหมือนเป็นการฆ่าเผ่าพันธุ์นั้น เป็นเพราะชาวโรฮิงญาจำนวน 204 คนที่ลี้ภัยอพยพไปอยู่ในบังคลาเทศต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ปฏิบัติการกระชับพื้นที่เต็มไปด้วยความโหดร้ายทั้งการสาดกระสุนใส่พลเรือนจากเฮลิคอปเตอร์ ขณะที่บางส่วนบุกตรวจบ้านประชาชนแบบหลังต่อหลัง ก่อนจะจุดไฟเผาบ้านอย่างไม่ปราณี นอกจากนี้เด็กวัย 8 เดือนถูกฆ่าตายระหว่างที่แม่ของเขาด้วย

ขณะที่ นายซอ ฮเทย์ โฆษกรัฐบาลทหารพม่า ได้ออกมาปฏิเสธและบอกว่าผิดหวังเป็นอย่างยิ่งต่อความเห็นของ UNHCR เพราะรายงานดังกล่าวเป็นเพียงแค่ “ข้อกล่าวหา” ปราศจากหลักฐานที่แน่นหนาและเป็นรูปธรรม

จับรองเท้าละเมิดลิขสิทธิ์ 7 หมื่นคู่ มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท

กรมศุลกากร แถลงผลจับกุมรองเท้ากีฬาละเมิดลิขสิทธิ์ จำนวน 70,000 คู่ มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท

นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร แถลงผลการจับกุมรองเท้ากีฬาละเมิดลิขสิทธิ์ จำนวน 70,000 คู่ มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท ตามแผนปฏิบัติการพิเศษกรมศุลกากรประจำปีงบประมาณ 2560 จัดการและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับสินค้าเกษตร เนื้อและเครื่องในสัตว์ ตลอดจนสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ในช่วงเทศกาลปีใหม่และตรุษจีน ระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2559 ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 เพื่อความเป็นธรรมในการจัดเก็บภาษีและขจัดอิทธิพลกลุ่มขบวนการลักลอบค้าของผิดกฎหมาย

โดยการจับกุมในครั้งนี้ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ สำนักสืบสวนและปราบปราม ทราบว่า อาคารเลขที่ 1/20 ถนนศรีนครินทร์ ต.บางเมือง อ.เมือง จ.สมุทรปราการ อาคารพานิชย์ 4 ชั้น รวม 3 คูหา เป็นโกดังเก็บสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา จึงนำกำลังเข้าตรวจค้น จนพบรองเท้ากีฬาหลากหลายยี่ห้อจำนวนมาก อาทิ ไนกี้ อาดิดาส โอนิสึกะ และ คอนเวิร์ส ซึ่งขณะเข้าจับกุมเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ดูแลโกดังชาวจีน 1 ราย ก่อนนำไปสอบสวนขยายผล

เบื้องต้นสินค้าทั้งหมด ถูกลักลอบนำเข้าจากประเทศจีน ผ่านด่านท่าเรือกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม สำหรับสถิติการจับกุมสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ตั้งแต่เดือน มกราคม 2559 ถึงปัจจุบัน สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวน 969 ราย ยึดของกลางกว่า 1 ล้าน 5 แสนชิ้น มูลค่ากว่า 122 ล้านบาท