สวยงาม ภาพเขาง้อไบ๊ ยืนตระหง่านท่ามกลางเมฆหมอก

ภาพเขาง้อไบ๊ ยืนตระหง่านท่ามกลางเมฆหมอก

สำนักข่าวไชน่านิวส์ของจีน ได้มีการเผยแพร่ภาพสุดสวยหาชมยาก ของภูเขา  “เอ๋อเหมย” (峨嵋山) หรือ “ภูเขาง้อไบ๊” ขณะกำลังตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางเมฆหมอกภายหลังถูกพัดปกคลุม

โดยภาพได้เผยให้เห็นว่าภูเขาลูกดังกล่าวตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวโดยมีรูปปั้นพระสมันตภัทรโพธิสัตว์สีทองอร่ามพุ่งเสียบทะลุตัดกับสีขาวของปุยเมฆขึ้นมาพอดี จนสร้างความสวยงามราวกับอยู่บนสวรรค์ เหมือนฉากสำคัญของภาพยนตร์กำลังภายในจีนหลายๆ เรื่องซึ่งเมื่อภาพดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนส่งต่อ และเข้าไปแสดงความเห็นในปรากฏการณ์ธรรมชาติในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก

เขาง้อไบ๊, ข่าวจีน

สำหรับเขาง้อไบ๊ หรือ เขาเอ๋อเหมยซัน มีความสูง 3,077 เมตร ตั้งอยู่ทางตอนกลางส่วนใต้ของมณฑลเสฉวน บนพื้นที่คาบเกี่ยวระหว่างที่ราบสูงทิเบต กับที่ราบแอ่งกระทะเสฉวน โดยมีวัดวาอารามที่ตั้งอยู่บนเขารวมทั้งสิ้น 30 กว่าแห่ง อีกทั้งยังมีโบราณสถานสมัยราชวงศ์หมิงและชิงที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,000 ปี

พระพุทธรูปสลักสมัยถังและซ่ง เจดีย์หยก และกลุ่มสุสานที่หน้าผาสมัยราชวงศ์ฮั่น ยังอุดมด้วยโบราณวัตถุล้ำค่าอีกกว่า 7,000 กว่าชิ้น นอกจากความโด่งดังในฐานะที่เป็นยอดเขาแห่งตำนานของแผ่นดินพระภูผาเซียน และวัฒนธรรมประวัติศาสตร์อันเรืองรองแล้ว เสน่ห์งดงามของธรรมชาติอันตระการตา ยังทำให้ชื่อเสียงของเทือกเขาแห่งนี้ขจรขจายไปทั่วทั้งในและต่างประเทศ

เขาง้อไบ๊, ข่าวจีน

กวีชื่อดังหลายท่านของจีนในอดีต อาทิ กวีสมัยถัง หลี่ไป๋ ท่านซูตงพอ กวีสมัยซ่ง หรือนักเขียนวรรณกรรมยุคใหม่ กัวม่อลั่ว ได้เคยฝากผลงานกวีนิพนธ์ ชื่นชมความงามและพรรณนาคุณค่าแห่งเทือกเขาเอ๋อเหมยซันนี้ไว้หลายยุคหลายสมัย

คุณสมบัติทางธรรมชาติประการหนึ่ง ที่ทำให้เขาเอ๋อเหมยซันมีความสำคัญต่อประเทศจีนอย่างยิ่ง คือ ความสมบูรณ์ทางภูมิประเทศและทางธรณี เนื่องจากเป็นแหล่งสะสมของชั้นหินที่มีมาแต่ ยุคแคมเบรียน จึงเป็นโรงเรียนกลางแจ้งที่เป็นประโยชน์ต่อการศึกษาวิจัยเรื่องวิวัฒนาการของเปลือกโลกและสิ่งมีชีวิตบนโลก

นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งพืชพันธุ์ธรรมชาติอันมีค่า โดยเฉพาะการเป็นแหล่งปกคลุมของพืชเขตร้อน ซึ่งอุดมด้วยพืชชั้นสูงถึง 242 ตระกูล แยกเป็น 3,200 กว่าชนิด มีพื้นที่ป่าปกคลุมถึง 87% จึงเป็นแหล่งศึกษาวิจัยพันธุ์พืชหายากของโลก

เขาง้อไบ๊, ข่าวจีน

ภาพจาก ChainaNews.Com

มธ. ชวนร่วมงาน TU ASEAN Expo 2017 มหกรรมอาเซียนครั้งใหญ่ในไทย

ศูนย์อาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดงาน “TU ASEAN Expo 2017” รวมสุดยอดสาระ-บันเทิง อาเซียนครั้งแรกในประเทศไทย  

รศ.ดร.ประภัสสร์ เทพชาตรี ผู้อำนวยการศูนย์อาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า ศูนย์อาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เตรียมจัดงาน “TU ASEAN Expo 2017” ระหว่างวันที่ 23-26 มีนาคม 2560 ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ งานมหกรรมอาเซียนครั้งยิ่งใหญ่ครั้งแรกในประเทศไทย เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปีอาเซียน และเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนผ่านเข้ายุคสังคมอาเซียน 4.0

พร้อมกันนี้ยังเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงมีแก่ประเทศไทยและเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยได้ริเริ่มเสด็จพระราชดำเนินเจริญสัมพันธไมตรีกับประเทศเพื่อนบ้านก่อนการก่อตั้งอาเซียน พร้อมทั้งได้พระราชทานโครงการพระราชดำริจำนวนมากเพื่อประโยชน์ต่อประชาชนชาวไทยและประเทศในอาเซียน

ในงานนี้เตรียมพบกับสาระความรู้และความบันเทิงที่รวบรวมความเป็นอาเซียนไว้ในงานเดียวอย่างครบวงจร ผ่านการนำเสนอการจัดนิทรรศการ การสัมมนาให้ความรู้ทางวิชาการ รวมทั้งการแสดงศิลปวัฒนธรรม ประเพณี และสินค้าอาเซียนมากมาย โดยมีกิจกรรมไฮไลท์ที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น นิทรรศการรำลึกถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ประกอบด้วย นิทรรศการ “King of Kings” , นิทรรศการ “พระบิดาแห่งการวิจัยและพัฒนาข้าวไทย” , นิทรรศการ“ที่ที่พ่อไป”

รวมทั้งกิจกรรมสำคัญคือ การแสดงศิลปะ “Sand Art for King” โดยดร.สมพงษ์ ลีระศิริ ศิลปินวาดทรายอันดับต้นๆ ของประเทศไทย ที่มีผลงานแสดงศิลปะการวาดทรายพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 จะมาร้อยเรียงเรื่องราวพระราชกรณียกิจของในหลวงรัชกาลที่ 9 ในการเชื่อมสัมพันธไมตรีกับประเทศเพื่อนบ้าน ผ่านเม็ดทรายอันละเอียดได้อย่างน่าอัศจรรย์.

นอกจากนี้ยังมีการจัดเวทีสัมมนาทางวิชาการ “TU-ASEAN Forum” และ “TU-ASEAN International Conference 2017” ซึ่งได้รับเกียรติจากนักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิชื่อดังทั่วภูมิภาคอาเซียน มาระดมให้ความรู้ความคิดเห็นในหัวข้อ 50 ปีอาเซียน และอาเซียน 4.0 ซึ่งนับเป็นเรื่องที่มีความสำคัญต่ออนาคตของประเทศไทยและประเทศในกลุ่มอาเซียนเป็นอย่างยิ่ง

อีกหนึ่งไฮไลท์ในงาน TU ASEAN Expo 2017 ที่น่าสนใจก็คือ การนำทรายซึ่งเป็นทรายบก ที่เป็นทรัพยากรที่สำคัญของประเทศไทย นำมาสร้างเป็นประติมากรรมทรายสัญลักษณ์ของแต่ละประเทศในอาเซียน อย่างยิ่งใหญ่ตระการตา รวมทั้งการให้ความรู้เกี่ยวกับอาเซียนด้านอื่นๆอีกมากมาย ทั้งอาหารอาเซียน สินค้าอาเซียน และการท่องเที่ยวอาเซียน โดยได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากสถานทูต ประเทศอาเซียน

ทั้งหมดนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิดสร้างสรรค์ เศรษฐกิจพอเพียง ความสุขในชีวิตของคนในประชาคมอาเซียน วัฒนธรรมอันดีงาม และความสัมพันธ์ที่แนบแน่น ยาวนาน น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่เป็นพื้นฐานทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมที่สำคัญ ในการทำให้ประเทศไทยและทุกประเทศในอาเซียน เป็นปึกแผ่น เข้มแข็ง มีความสุข ความสามัคคี

ติดตามรายละเอียดของงาน กิจกรรมและลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่เว็บไซด์ www.tuaseanexpo.com

อึ้ง! ชายพิการขอทานในงานวัด พกเงินสดผูกเอวนับแสน

อึ้ง! ชายพิการขอทานในงานวัด พกเงินสดผูกเอวนับแสน เจ้าหน้าที่พาไปเปิดบัญชี เพื่อความปลอดภัย

วานนี้ (1 ก.พ.) ที่วัดไชยธารารามหรือวัดฉลอง ต.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต เจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกันสอบสวนชายชราพิการขาข้างซ้าย ที่มีพฤติกรรมขอทาน ซึ่งเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไว้ได้ภายในบริเวณวัด หลังได้รับแจ้งจากประชาชนว่ามีกลุ่มขอทานเข้ามาขอทานในช่วงที่มีการจัดงานประจำปีหรืองานวัด สร้างความเดือดร้อนรำคาญ

จากการตรวจค้นพบบัตรประจำตัวประชาชนระบุคือ ชื่อนาย ฮกจ๋าย ขอสงวนนามสกุล (แซ่อ๋อง) อายุ 67 ปี ภายในตัวพบว่ามีเงินทั้งธนบัตรใบละ 20 และเหรียญ จำนวนมาก นับรวมกันประมาณ 1 พันบาท นอกจากนี้ยังมีถุงดำบรรจุกระป๋อง ขวดน้ำ ต่างๆ ที่ติดตัวมา ก่อนที่เจ้าหน้าที่พยายามสอบถามเพิ่มเติม แต่นายฮกจ่าย ได้พยายามปฎิเสธ และบอกว่ามีเงินติดตัวเพียงประมาณ 1 พันเท่านั้น

ขณะที่พยายามสอบถามข้อมูลอยู่นั้น ได้สังเกตุเห็นว่าที่ขอบกางเกงของนาย ฮกจ๋าย มีลักษณะบวมป่องผิดปกติ อีกทั้งเมื่อเข้าไปใกล้ก็พยายามปัดมือออกห่าง มีพิรุธ จึงจับดูที่บริเวณรอบเอว พบมีการซุกซ่อนเงินไว้ในถุงพลาสติกมัดด้วยเชือกฟางไว้รอบเอว จึงขอให้แกะมาตรวจสอบ โดยช่วงแรกนายฮกจ๋ายพยายามขัดขืน กระทั่งจนท.พยายามพูดคุยจนยอมให้นำออกมานับ ซึ่งพบว่ามีจำนวน 13 มัด(ถุง) จำนวนเท่าๆ กัน เจ้าหน้าที่ตรวจนับเพียงถุงแรกนับได้ประมาณ 7,000 บาท และคำนวนเบื้องต้นน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 1 แสนบาท จึงให้เจ้าหน้าที่นำตัวส่งศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งภูเก็ต (บ้านมิตรไมตรีภูเก็ต) เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำประวัติก่อนให้การช่วยเหลือตามขั้นตอนต่อไป

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปลงบันทึกประจำวันที่สภ.ฉลอง ก่อนจะส่งตัวเจ้าหน้าที่ พัฒนาสังคม ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งภูเก็ต (บ้านมิตรไมตรีภูเก็ต)มารับตัวเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ล่าสุด ทราบว่าเป็นเงินเก็บที่มาจากการเก็บของเก่าขาย โดยมีการพกติดตัวตลอดเวลา เจ้าหน้าที่เกรงว่าจะสูญหายหรือเกิดอันตรายจึงจะต้องจะดำเนินการตรวจนับก่อนนำไปเปิดบัญชีฝากเข้าธนาคารให้เรียบร้อย เพื่อความปลอดภัย

ภาพจาก workpointtv