พบแล้ว !! ครูชาวภูฏานหายตัวในไทย

สถานทูตภูฏานประจำประเทศไทย แจ้งพบตัวนายฮาร์กา ครูชาวภูฏาน หายตัวในไทยแล้ว หลังพลัดหลงจากคณะนาน 10 วัน

ความคืบหน้ากรณีที่นายฮากา บาฮาเดอร์ หรือ ซุปบา ครูชาวภูฏาน วัย 39 ปี ที่หายตัวไปขณะเดินทางมาอบรมพร้อมกับคณะที่โรงแรมย่านประดิพัทธ์ของไทย ตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2560 นั้น

ภูฏาน, ครูภูฏาน,

ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่สถานทูตภูฏานในประเทศไทยได้พบตัวครูชาวภูฏานคนดังกล่าวแล้ว หลังมีคนแจ้งว่าพบเขานอนหมดสติอยู่ที่บริเวณริมถนนสายลวด เยื้องหน้าร้านสุกี เจอาร์ ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ จึงส่งรถกู้ชีพของโรงพยาบาลสมุทรปราการ ไปรับตัวมารักษาเพราะการสื่อภาษาไม่รู้เรื่อง จึงไม่รู้ว่าชายคนดังกล่าวเป็นใครมาจากไหน

จากนั้นพลเมืองดีจึงแจ้งให้พล.ต.ต.ธรรมนูญ ไตรทิพยพงษ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ เข้าตรวจสอบ  และประสานไปยังสถานทูต ก่อนจะพบว่าชายคนดังกล่าว คือ นายฮากา บาฮาเดอ จริงหลังมีการยืนยันตัวตนด้วยภาพถ่าย จึงรายงานให้ทาง ผบ.ตร.ทราบแล้ว โดย ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ทำการเคลื่อนย้ายนายฮาร์กา บาฮาดู ซับบา มารักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ

เบื้องต้นอาการที่พบนั้นเกิดจาการอ่อนเพลียเนื่องจากหายไปหลายวัน ส่วนรอยขีดขวนนั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นบาดแผลจากอะไร และจะเกิดจากการถูกทำร้ายหรือไม่นั้น ขณะนี้แพทย์ยังไม่สามารถระบุได้ ต้องรอนายฮาร์กา ฟื้นขึ้นมาก่อน จะได้สอบสวนหาสาเหตุที่เกิดขึ้นต่อไป

ภาพจาก Mcot หมายเลข 30

ค้นจุดที่ 10 ย่านบางกรวยยึดเคตามีน 20กก. มูลค่า 13 ล.

ปส. บุกค้นจุดที่ 10 ย่านบางกรวย รวบผู้ต้องหา 1 ราย ยึดเคตามีน 20 กก. ค่ากว่า 13 ล้านบาท สารภาพเช่าบ้านไว้พักยา ทำมาแล้ว 5 ครั้ง

วันนี้ 2 ก.พ. 60 ตำรวจปราบปรามยาเสพติด นำกำลังเข้าตรวจค้นเป้าหมายเครือข่ายค้ายาเสพติดตามแผนปฏิบัติ “ชัยยะสยบไพรี 60/2” จุดที่ 10 เป็นบ้านเลขที่ 33/11 หมู่ 6 ต.บางขุนกอง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ตำรวจสามารถจับ นายชัยวัฒน์ ชูสาย หรือ แป๊ะ พร้อมยึดเคตามีน 20 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 13 ล้านบาท ที่ นายชัยวัฒน์ นำมาพักไว้ เพื่อรอแบ่งไว้ขายตามที่ นายณัฐพล นาคคำ หรือ บอย ผู้ต้องหาคนสำคัญสั่งการ

นายชัยวัฒน์ สารภาพว่ามาเช่าประมาณ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ในราคาเดือนละ 14,000 บาท เพื่อเอาไว้พักยาเสพติด โดยทำมาแล้ว 5 ครั้งได้ค่าจ้าง 8 แสนบาท โดยตอนกลางวันจะทำอาชีพขับรถให้โรงพยาบาล และส่งยาเสพติดในตอนกลางคืน เจ้าหน้าที่ได้ยึดของกลาง พร้อมนำตัวผู้ต้องหาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ที่มา… INN

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง >>> จับ 3 ม้งสังกัด ‘ไซซะนะ’ พร้อมยาบ้า 7.2 แสนเม็ด ซัดคนบันเทิง-ไฮโซไทยเอี่ยว

>>> บุกค้นบ้าน “เบนซ์ เรซซิ่ง” สามี “แพท ณปภา” พบหลักฐานโยงเครือข่ายค้ายาไซซะนะ

“เบนซ์ เรซซิ่ง” ติดต่อขอเข้าแสดงความบริสุทธิ์ ปมเอี่ยวเครือข่าย “ไซซะนะ”

“เบนซ์ เรซซิ่ง” ติดต่อขอเข้าแสดงความบริสุทธิ์ หลังพบหลักฐานเชื่อมโยงเครือข่ายค้ายาเสพติด “ไซซะนะ”

จากกรณี เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ปส.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบุกเข้าตรวจค้นบ้านพัก เบนซ์ เรซซิ่ง สามีดาราสาว แพท ณปภา ภายในซอยอินทรามระ 51 หลังถูกซัดทอดมีส่วนพัวพันเครือข่าย ไซซะนะ แก้วพิมพา ขบวนการค้ายาเสพติด แต่ไม่พบตัวเบนซ์ เรซซิ่ง ตามที่รายงานไปแล้วนั้น

ทั้งนี้ ผู้ดูแลอาคารเล่าว่า เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. พบ เบนซ์ ขี่รถจักรยานยนต์ออกไปกับกลุ่มเพื่อนหลายคนแต่ไม่มีสัมภาระ หรือ กระเป๋าติดตัวออกไป และยังไม่กลับเข้ามาที่ห้องพัก ส่วนรถลัมโบกินีของ เบนซ์ พบว่ามีเพื่อนเป็นคนขับรถออกไปตั้งแต่เมื่อวานนี้ และที่ผ่านมาก็ไม่พบว่ามีรถยนต์หรูมาจอดทิ้งไว้ที่อาคารดังกล่าว แต่มีเพื่อนขับรถยนต์หรูเข้ามาพบบ่อยครั้ง โดยเบนซ์ มักจะออกไปข้างนอกในช่วงกลางดึก ประมาณ ตีหนึ่ง ก่อนเข้าห้องพักประมาณตี 3 เป็นประจำ

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่พบความเชื่อมโยงของรถยนต์หรู ยี่ห้อ ลัมโบกินี่ กัลลาโด (Lamborghini Gallardo) รุ่นย่อย SuperLeggera LP 570-4 สีเทา-ดำ มูลค่ากว่า 20 ล้านบาท ที่ เบนซ์ เรซซิ่ง ครอบครองอยู่ มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายของ ไซซะนะ แก้วพิมพา

อย่างไรก็ตาม พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส. เผยว่า เบนซ์ เรซซิ่ง ทราบเรื่องแล้ว และได้ติดต่อผ่านมายังนางเอกสาว แพท ณปภา ซึ่งเป็นภรรยา และมารดา จะเข้ามาแสดงความบริสุทธิ์

สำหรับ ‘ไซซะนะ’ คือชื่อพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่จากฝั่งประเทศลาว มีชื่อเต็มคือ นายไซซะนะ แก้วพิมพา อายุ 42 ปี สัญชาติลาว หรือที่ชาวลาวเรียกกันว่า “เฮียลบ” นั้น เกิดที่บ้านดอนลับ เมืองหินบูน แขวงคำม่วน เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ และถือเป็นผู้ต้องหารายสำคัญอันดับต้นๆ ของเครือข่ายการค้ายาเสพติดอาเซียน

ซึ่งการลำเลียงยาเสพติดเข้าไทย จะใช้เส้นทาง จ.นครพนม ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างตัวนายไซซะนะกับกลุ่มบุคคลไฮโซทั้งหลาย ทราบว่า นายไซซะนะจะแสดงตนเป็นเศรษฐีจากฝั่งลาวเข้ามาในประเทศไทย จากนั้นก็จะจัดปาร์ตี้เชิญเหล่าดาราบุคคลที่มีชื่อเสียงหลายวงการเข้ามาร่วมงาน จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดการรู้จัก

จากนั้นก็จะใช้การแปลงทรัพย์สินต่างๆ ในลักษณะฟอกเงิน ด้านเครือข่ายของนายไซซะนะ จากแนวทางการสืบสวนพบว่ามีเครือข่ายกระจายอยู่ทั่วประเทศประมาณกว่า 100 เครือข่าย โดยบางกลุ่มหันมาผลิตยาเองแต่ยังไม่มีศักยภาพพอที่จะส่งออกนอกประเทศเทียบเท่านายไซซะนะ