“ประวิตร” ย้ำ ไทยไม่มีปฏิวัติซ้อน ยัน ทหารเป็นหนึ่งเดียว

“ประวิตร” ย้ำ ไทยไม่มีปฏิวัติซ้อนหากปรองดองสำเร็จ ยืนยันทหารเป็นหนึ่งเดียว ชี้ นายกฯ ทำทุกอย่างเพื่อประเทศ

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยถึงกรณีที่ วอชิงตัน โพสต์ สื่อสหรัฐอเมริกา มีการเปิดเผยรายงานการจัดอันดับประเทศที่มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดรัฐประหารในปี 2560 ซึ่งประเทศไทยมีความเสี่ยงสูงเป็นอันดับที่ 2 นั้น

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ทหารไม่ได้ต้องการที่จะทำการปฏิวัติอยู่แล้ว โดยยืนยันว่า ไม่มีทางเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นจึงขอทุกฝ่ายเข้าร่วมปรองดอง ซึ่งหากสำเร็จโอกาสที่จะไม่มีรัฐประหารจะสูงขึ้น และเมื่อมีการเลือกตั้ง นักการเมืองจะดูแลประชาชนอยู่แล้ว และฝ่ายทหารจะอยู่ภายใต้การบริหารประเทศของรัฐบาลพลเรือนอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประวิตร ยังปฏิเสธถึงกรณีที่ทหารจะปฏิวัติซ้อน โดยยืนยันว่า ทหารมีความเป็นหนึ่งเดียว อีกทั้งนายกรัฐมนตรี ได้ทำทุกอย่างเพื่อประเทศชาติ ทั้งนี้ รู้สึกไม่กังวลจากการที่สื่อต่างชาติลงข่าวในลักษณะดังกล่าว

ภาพจาก js100

โจ๋พัทยาฉุน หนุ่มเกาหลีสั่งให้เบาเพลง พาพวกรุมกระทืบ

วัยรุ่นพัทยาฉุน หนุ่มเกาหลีเดินมาบอกให้เบาเสียงเพลง ไม่พอใจพาพวกรุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวณปากซอย 6 เลียบชายหาดพัทยา

เมื่อเวลา 02.00น. วันที่ 2 ก.พ. 60 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุนักท่องเที่ยวถูกทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวณปากซอย 6 เลียบชายหาดพัทยา ม.9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีทราบชื่อต่อมาคือ MR.DOO JIN CHOI อายุ 50 ปี ได้รับบาดเจ็บที่คิ้วซ้ายเป็นแผลฉีกขาดขนาดใหญ่ เลือดไหลอาบใบหน้า ตามร่างกายมีรอยฟกช้ำทั่ว นั่งรอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ จึงได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนเคลื่อนย้ายส่งโรงพยาบาลเมืองพัทยา

สอบถาม น.ส.พรทิพย์ สูนทรา 46 ปี เล่าว่า ตนเองและแฟนหนุ่มกำลังนั่งรับประทานอาหาร ได้มีกลุ่มวัยรุ่นกว่า 10 คน จอดรถยนต์กระบะเปิดเพลงส่งเสียงดัง แฟนหนุ่มจึงเดินเข้าไปบอกให้ลดเสียง สร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มวัยรุ่นจึงเกิดการโต้เถียงกัน ก่อนกลุ่มวัยรุ่นจะรุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ หลังก่อเหตุก็รีบโดดขึ้นกระบะแต่งซิ่งหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้วิทยุสกัดจับกลุ่มวัยรุ่นทั้งหมด แต่ก็ยังไร้วี่แวว จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณที่เกิดเหตุ เพื่อติดตามตัวกลุ่มวัยรุ่นมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

‘เน วัดดาว’ ถูกจับ หลังยกพวกบุกพังบ้าน เข้าทำร้ายอริ

‘เน วัดดาว’ ถูกจับ หลังยกพวกบุกพังบ้านเสียหาย เข้าทำร้ายหนุ่มคู่อริ บาดเจ็บ

จากกรณีที่ น.ส.โอ (นามสมมุติ) อายุ 43 ปี เข้าแจ้งความว่ามีกลุ่มคนร้ายบุกเข้ามาทำร้ายร่างกายบุตรชายถึงบ้านพักภายในชุมชนศรีอุลัย ซอยวัดดาวดึงษาราม ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด จนได้รับบาดเจ็บและทรัพย์สินเสียหาย เมื่อวันที่ 29 มกราคมที่ผ่านมา

น.ส.บี(นามสมมติ) น้องสาวของผู้เสียหาย เล่าว่า เวลาประมาณ 01.30 น. พี่ชายไปมีเรื่องกับเพื่อนในวัดดาวดึงษาราม จากนั้นเวลา 02.00 น. ได้เดินทางกลับเข้ามาบ้าน เมื่อผ่านไปได้สักระยะมีกลุ่มชายฉกรรจ์ถือท่อนเหล็กขี่รถจักรยานยนต์และซ้อนท้ายมาอยู่ที่หน้าบ้านรวม 5 คน หนึ่งในนั้นคือ “เน วัดดาว” ก่อนในกลุ่มจำชื่อได้คือนายโบ๊ต เป็นเพื่อนกับพี่ชายเดินเข้ามาหยุดอยู่ที่ประตูกระจกบานเลื่อนหน้าบ้าน พร้อมทั้งเรียกชื่อพี่ชาย โดยออกอุบายว่า “เน วัดดาว” เรียกให้ออกมาหาหน่อย

ขณะนั้นตนเห็นท่าพี่ชายมีอาการไม่ดียืนตัวสั่นคล้ายเกิดความกลัว จึงตัดสินใจเอื้อมมือไปปิดประตูเหล็กเลื่อนลงมาแต่จู่ๆ นายโบ๊ตกลับใช้ท่อนเหล็กตีประตูกระจกบานเลื่อนจนแตกร้าวทั้งบานก่อนกลุ่มชายฉกรรจ์จะวิ่งกรูเข้ามาใช้ก้อนหินกระหน่ำปาประตูกระจกบานเลื่อนจนแตกละเอียดก่อนหนึ่งในกลุ่มจะหยิบเศษกระจกปาใส่ขาพี่ชายตนจนได้รับบาดเจ็บด้วยความตกใจ จึงเรียกให้พี่ชายเข้าไปหลบอยู่ในห้องด้านใน ส่วนตนจึงพาน้องสาววิ่งหนีออกมาจนกระทั่งมาพบแม่กลับมาบ้านกลางซอย

ล่าสุด วานนี้(1 ก.พ.) เวลา 22.00 น. พ.ต.ท.ธีระ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้ขออนุมัติหมายจับนายมครินทร์ พุ่มสะอาด อายุ 26 ปี หรือเน วัดดาว โดยผู้ต้องหาเข้ามามอบตัว พร้อมให้การปฏิเสธ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวเป็นระยะเวลา 1 วัน ก่อนให้ประกันตัวในวันนี้ หลังจากนี้จะประสานให้ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสน.บางยี่ขัน เร่งติดตามตัวนายโบ๊ตพร้อมทั้งกลุ่มผู้ร่วมขบวนการมาสอบสวนสาเหตุที่เกิดขึ้น หากพบว่ามีความผิดจริงเจ้าหน้าที่จะแจ้งข้อหา ร่วมกันบุกรุกเคหะสถานในเวลากลางคืน โดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย และทำให้เสียทรัพย์ โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ที่มา matichon