นายกฯ นำข้าราชการออกกำลังกาย พร้อมเตรียมรถฉุกเฉินรองรับ

นายกฯ นำข้าราชการทำเนียบออกกำลังกาย พร้อมมีการเตรียมรถพยาบาลหน่วยกู้ชีพศูนย์นเรนทร เพื่อรองรับหากเกิดกรณีฉุกเฉิน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้นำข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ทำเนียบรัฐบาล ออกกำลังกายประจำสัปดาห์ทุกวันพุธ ที่บริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ภายในทำเนียบรัฐบาล เพื่อเป็นการกระตุ้นร่างกายในการทำงานในช่วงวันที่เหลือของสัปดาห์

แม้ว่าเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาผู้อำนวยการเขตพระนคร ได้เกิดอาการวูบระหว่างออกกำลังกายเนื่องจากโรคหัวใจ จนทำให้เสียชีวิตในเวลาต่อมา แต่ทางทำเนียบรัฐบาล และนายกรัฐมนตรี ก็ยังคงออกกำลังกายตามปกติ เพียงแต่มีการเตรียมรถพยาบาลหน่วยกู้ชีพศูนย์นเรนทร เพื่อรองรับหากเกิดกรณีฉุกเฉิน

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ได้ร่วมเต้นแอโรบิก วอร์มอัพที่บริเวณสนามหญ้า เป็นเวลา 30 นาที จากนั้นได้ใช้เวลาเพียง 5 นาที เตะฟุตบอล กับ พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คณะทำงาน ก่อนจะร่วมเตะตระกร้อวง กับคณะทำงาน และข้าราชการทำเนียบฯ

ปี 2016 ‘ไทย’ เสี่ยงเกิดรัฐประหารมากเป็นอันดับ 2 ของโลก

ประเทศไทยติดอยู่อันดับ 2 รองจากประเทศบุรุนดีที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดการรัฐประหารมากที่สุดในโลก

วานนี้ (31 ม.ค.) วอชิงตันโพสต์ รายงานบทวิเคราะห์เรื่อง “ประเทศใดที่มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการรัฐประหารขึ้นในปี 2560?” ซึ่งผลปรากฏว่า ประเทศไทยติดอยู่อันดับ 2 รองจากประเทศบุรุนดีที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดการรัฐประหารมากที่สุดในโลก

วอชิงตันโพสต์เผยแพร่บทวิเคราะห์จาก ไมเคิล ดี.วอร์ด และแอนเดรส บีเกอร์ ระบุว่า การคาดคะเนว่าเมื่อใดจะเกิดการรัฐประหารขึ้นเป็นเรื่องที่ยากพอสมควร แต่ก็มีนักวิจัยจำนวนหนึ่งที่ทำการศึกษาเพื่อทำนายเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้วอชิงตันโพสต์เอง ได้มีการพัฒนาเครื่องมือสำหรับการคาดการณ์เกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงของผู้นำ รวมถึงการทำรัฐประหาร โดยใช้เครื่องมือในการวิเคราะห์เป็นผลการคาดการณ์ความเสี่ยงที่จะเกิดรัฐประหารจาก 161 ประเทศทั่วโลก ในปี 2560 โดยใช้รูปแบบสถิติจำนวนหนึ่งในการสร้างการคาดการณ์ขึ้นถึงความเป็นไปได้ที่การรัฐประหารที่จะเกิดขึ้น

ทั้งนี้ผลการวิเคราะห์ข้อมูลปรากฏว่า ในปี 2560 ประเทศบุรุนดี กลายเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดความพยายามก่อรัฐประหารมากที่สุด คือ 12 เปอร์เซ็นต์ รองลงมา คือประเทศไทย ที่มีความเสี่ยงอยู่ที่ 11 เปอร์เซ็นต์ และมีความเป็นไปได้ที่จะประสบความสำเร็จมากกว่าที่จะล้มเหลว อันดับ 3 คือสาธารณรัฐแอฟริกากลาง อันดับ 4 คือสาธารณรัฐชาด และอันดับ 5 คือตุรกี ส่วนประเทศที่มีความเสี่ยงที่เกิดจะเกิดความพยายามก่อรัฐประหารน้อยที่สุด คือนอร์เวย์ ตามด้วยฟินแลนด์ ญี่ปุ่น และสโลเวเนีย

อย่างไรก็ตาม บทความดังกล่าว ดังกล่าวไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่า ต้นเหตุของการก่อรัฐประหารที่แท้จริงคืออะไร ทว่าประเทศที่มีความเสี่ยงสูงส่วนใหญ่คือประเทศที่ขาดเสถียรภาพ ซึ่งในกรณีของประเทศไทย ที่รายงานระบุว่ามีการจำกัดสิทธิเสรีภาพของพลเรือนนับตั้งแต่การรัฐประหารเมื่อปี 2557

อย่างไรก็ตาม ประเทศที่ติดอันดับต้น ๆ ที่จะเกิดความพยายามก่อรัฐประหารในปีนี้ ล้วนมีประวัติในด้านความพยายามก่อรัฐประหารในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หรือปัจจุบันยังคงมีความขัดแย้งทางการเมืองอยู่

ที่มา  www.washingtonpost.com