จับ 3 ม้งสังกัด ‘ไซซะนะ’ พร้อมยาบ้า 7.2 แสนเม็ด ซัดคนบันเทิง-ไฮโซไทยเอี่ยว

กองปราบปรามยาเสพติดแถลงจับกุมขบวนการค้ายาเสพติด 2 คดี มูลค่ารวมกว่า 406,530,120 บาท เผยมีคนบันเทิง-ไฮโซ เอี่ยวด้วย 

วันนี้(1 ก.พ.) เวลา 10.30 น. ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อมคณะร่วมกันแถลงจับขบวนการค้ายาเสพติด 2 คดี มูลค่ารวมกว่า 406,530,120 บาท

คดีที่ 1 ตรวจยึด 1.ไอซ์ 87 กิโลกรัม 2. กัญชาแห้งอัดแท่ง 24.10 กรัม 3. รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นแคมรี สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน PEM 1957 จำนวน 1 คัน สามารถตรวจยึดที่บ้านเลขที่ 793/9 หมู่บ้านชยนันท์ เฟส 2 ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ต่อเนื่องบริเวณหน้าบริษัทออร์เนท กรุ๊ป ถนนเพชรเกษม ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา แต่ผู้ต้องหาสามารถหลบหนีไปได้ ทราบชื่อ นายโต๊ะ บี ซิง ชาวมาเลเซีย ถูกแจ้งข้อกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต”และ “มียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย”

ส่วนคดีที่ 2 ตำรวจกองบังคับการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด (บก.สกส.บช.ปส.) ร่วมกับ บก.ปส.2 และบก.สส.ภ.1 ร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหา 3 ราย คือ นายม่าง ย่างคีรี อายุ 38 ปี ชาวจ.ตาก นางกนกวิภา ย่างคีรี อายุ 38 ปี ชาวจ.ตาก และนายไพเสริฐ แซ่ย่าง อายุ 40 ปี ชาวจ.ตาก พร้อมยาบ้า 720,000 เม็ด รถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีน้ำตาล ทะเบียน ชณ 9910 กรุงเทพมหานคร รถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแมกซ์ สีดำ ทะเบียน 1ฒบ 5456 กรุงเทพมหานคร โทรศัพท์มือถือ 3เครื่อง

โดยจับกุมนายม่าง และนางกนกวิภา ได้ที่ปั๊มน้ำมัน ปตท.สาขาหนองขอนกว้าง ถนนมิตรภาพ ต.หนองขอนกว้าง อ.เมืองอุดรธานี และจับกุมนายไพเสริฐ ได้ที่บริเวณสามแยกไฟแดงกุมภวาปี ถนนมิตรภาพ ต.พันดอน อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต” เมื่อวันที่ 29 มกราคมที่ผ่านมา

ยาเสพติด

พล.ต.ต.สมหมาย กล่าวว่า จากการตรวจสอบในคดีที่หนึ่งสามารถจับได้ที่บริเวณหน้าด่านก่อนเข้าประเทศมาเลเชีย โดยพฤติการณ์จะขนย้ายยาเสพติดจากพื้นที่ภาคเหนือมายังภาคใต้ ก่อนที่จะส่งไปประเทศมาเลเชีย คดีที่สองเป็นชนเผ่าม้งเครือข่ายของนายไซซะนะ โดยจะใช้เส้นทางจ.นครพนม มีการนัดรับยาที่ริมแม่น้ำโขง โดยผู้ต้องหากลุ่มนี้จะพักห่างจากจุดพักยา 50 กิโลเมตร เพื่อป้องกันการจับกุม

จากการสอบปากคำผู้ต้องหาให้การชัดทอดว่า มีบุคคลในวงการบันเทิง กลุ่มบุคคลไฮโซที่มีชื่อเสียง และวงการรถหรูมีส่วนเกี่ยวข้องในการดูแลทรัพย์สินของเครือข่ายนายไซซะนะ  ก่อนจะทราบว่าทรัพย์สินทั้งหมดอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยนายไซซะนะจะเช่าบ้านที่อยู่ในสวน ห่างไกลผู้คน เป็นที่พักทรัพย์สิน

สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างตัวนายไซซะนะกับกลุ่มบุคคลไฮโซทั้งหลาย ทราบว่า นายไซซะนะจะแสดงตนเป็นเศรษฐีจากฝั่งลาวเข้ามาในประเทศไทย จากนั้นก็จะจัดปาร์ตี้เชิญเหล่าดาราบุคคลที่มีชื่อเสียงหลายวงการเข้ามาร่วมงาน จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดการรู้จัก จากนั้นก็จะใช้การแปลงทรัพย์สินต่างๆ ในลักษณะฟอกเงิน ด้านเครือข่ายของนายไซซะนะ จากแนวทางการสืบสวนพบว่ามีเครือข่ายกระจายอยู่ทั่วประเทศประมาณกว่า 100 เครือข่าย โดยบางกลุ่มหันมาผลิตยาเองแต่ยังไม่มีศักยภาพพอที่จะส่งออกนอกประเทศเทียบเท่านายไซซะนะ

ข่าวจาก มติชน ทีวี

รวบเฒ่าเดนมาร์ก ก่อเหตุอนาจารเด็กหนุ่มวัย 17 ที่พัทยา

ตำรวจเมืองพัทยา รวบเฒ่าเดนมาร์กทำอนาจารเด็กหนุ่มวัย 17 ปี พร้อมรวบกระเทยแสบลักทรัพย์ต่างชาติ สารภาพนำเงินไปศัลยกรรมทำสวยหมดแล้ว

ผู้สื่อข่าว MThai รายงานว่า เมื่อเวลา 11.00 น. ของวันนี้ (1 ก.พ.60)  พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา, พ.ต.ท.สมพาน สุขสำราญ รอง ผกก.สส. พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดฝ่ายสืบสวน สภ.เมืองพัทยา ร่วมกันจับกุมตัว นายอาเน่ นีลเซ่น (Arne Nielsen) อายุ 73 ปี สัญชาติเดนมาร์ก ผู้ต้องหาตามหมายศาลพัทยาที่ จ.63/2560 ลงวันที่ 31 ม.ค. 59 ในข้อกล่าวหา “พาบุคคลอายุเกินสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปี ไปเพื่ออนาจาร แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตามและกระทำหรือละเว้นการกระทำอันเป็นการทารุณกรรมต่อร่างกายหรือจิตใจของเด็ก”

ทั้งนี้การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจากศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์และเด็กถูกล่วงละเมิดมูลนิธิพัฒนาการและคุ้มครองเด็ก ได้พา นายวิชิต โพธิโต อายุ 17 ปี เดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนว่า เมื่อวันที่ 20 ม.ค.60 ที่ผ่านมา นายวิชิต ผู้เสียหาย ได้ถูกชาวต่างชาติ ชื่อนายฮาโน่ (ไม่ทราบชื่อสกุลจริง) ชักชวนไปที่ห้องพัก ชิช่าเฮ้าส์ ภายในซอยสุนีย์ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

เมื่ออยู่ในห้องพักนายฮาโน่ ได้กระทำอนาจารผู้เสียหายโดยการใช้ปากอมอวัยวะเพศของผู้เสียหายและใช้มือกำที่อวัยวะเพศของผู้เสียหายชักขึ้นลงจนสำเร็จความใคร่ จากนั้นนายฮาโน่ ได้ให้ผู้เสียหาย ใช้ปากอมอวัยวะเพศของตนจนสำเร็จความใคร่จำนวน 1 ครั้ง ด้วยความยินยอมของผู้เสียหายเอง

จากนั้นนายฮาโน่ได้ให้เงิน ผู้เสียหาย จำนวน 500 บาท ก่อนจะให้ผู้เสียหายกลับออกไป ต่อมาในวันที่ 28 ม.ค.60 ผู้เสียหายซึ่งไม่มีผู้ปกครอง ได้แจ้งเรื่องดังกล่าวให้ ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์และเด็กถูกล่วงละเมิดมูลนิธิพัฒนาการและคุ้มครองเด็ก ทราบ แล้วจึงมาร้องทุกข์ดำเนินคดี ที่ สภ.เมืองพัทยา

ตำรวจชุดสืบสวนจึงได้สืบสวนขยายผลจนทราบว่า ผู้ต้องหาคือ นายอาเน่ นีลเซ่น (Arne Nielsen) อายุ 73 ปี สัญชาติเดนมาร์ก หมายเลขหนังสือเดินทาง 208898180 จึงได้ขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดพัทยา จากนั้นได้นำกำลังไปจับกุมผู้ต้องหาได้ที่ บาร์เรนโบว์ ซอย สุนีย์พลาซ่า พัทยาใต้ ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องหาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเดียวกัน ยังได้เข้าควบคุมตัว นายสมบูรณ์ สุภาแสน อายุ 30 ปี สาวประเภทสอง หลังก่อเหตุลักทรัพย์สินของ Mr.Marc Robert Weston Pearson ชาวอังกฤษ เป็นเงินไทย จำนวน 89,000 บาท และ เงินอังกฤษ จำนวน 2,000 ปอนด์ (รวมทั้งสิ้นประมาณ 170,000 บาท) เหตุเกิดห้องพักเลขที่ 7 ร้านคอลินกอล์ฟบาร์ ซอยบัวขาว หมู่ 9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.2559 เวลาประมาณ 04.00 น. ที่ผ่านมา

โดยพฤติกรรม ผู้เสียหายได้พานายสมบูรณ์ สุภาแสน มาร่วมหลับนอนที่ห้องพัก ก่อนตื่นขึ้นมาตรวจสอบทรัพย์สินได้หายไปพร้อมกับตัว นายสมบูรณ์ จึงเดินทางเข้าแจ้งความก่อนดูรูปในประวัติที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทำเก็บไว้จนพบว่าคนร้ายคือนายสมบูรณ์จึงทำการออกหมายจับ

จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงสืบสวนจนทราบว่านายสมบูรณ์ ผู้ต้องหา ได้หลบซ่อนอยู่ที่อพาร์ทแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร เขตท้องที่ สน.ห้วยขวาง จึงได้ประสานกำลังเข้าจับกุมตัวได้ในเวลาต่อมา

โดยนายสมบูรณ์ ฯ สารภาพว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุได้ก่อเหตุลักทรัพย์ Mr.Marc Robert Weston Pearson จริง ก่อนได้นำเงินทั้งหมดที่ได้จากการลักทรัพย์ไปทำศัลยกรรมจมูกและใบหน้าหมดแล้ว

‘ทีทีแอนด์ที’ ยุติบริการ 28 ก.พ.นี้ หลังศาลสั่งล้มละลาย

‘ทีทีแอนด์ที’ ยุติบริการ 28 ก.พ.นี้ หลังศาลสั่งล้มละลาย ขณะที่ ‘ทีโอที’ จะเข้าดำเนินการให้บริการแทนทั้งหมด

นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคและส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชน เปิดเผยว่า กสทช. ได้รับแจ้งจากทาง บริษัท ทีโอที ซึ่งเป็นคู่สัญญาร่วมการงานกับ บมจ.ทีทีแอนด์ที (TT&T) ในการให้บริการโทรศัพท์ประจำที่ในเขตภูมิภาค

555

ถึงกรณีที่ทาง บริษัท ทีโอที จะเป็นผู้เข้าดำเนินการให้บริการแทนทั้งหมด หลัง บมจ. ทีทีแอนด์ที ถูกศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด โดยอำนาจในการบริหารงานอยู่กับเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ และจะยุติการให้บริการทั้งหมดในวันอังคารที่ 28 ก.พ.60 เวลา 24.00 น. เป็นต้นไป

โดยผู้ใช้บริการยังคงสามารถใช้บริการได้ต่อไป อีกทั้งสามารถขอโอนเลขหมาย ย้ายเลขหมาย ขอระงับการใช้ชั่วคราว ขอชำระค่าบริการโดยหักผ่านบัญชีธนาคาร ขอยกเลิกการชำระค่าบริการโดยหักผ่านบัญชีธนาคาร หรือบริการอื่นๆ ตามความประสงค์ของผู้ใช้บริการ รวมทั้งหากไม่ประสงค์ใช้บริการต่อสามารถยกเลิกบริการได้

ทั้งนี้ ในส่วนของการรับชำระเงิน ผู้ใช้บริการสามารถจ่ายค่าบริการผ่านระบบ POS Just Pay Counter Service ได้ตามปกติ กรณีผู้ใช้บริการต้องการยกเลิกการหักบัญชีธนาคาร บัตรเครดิต บมจ. ทีโอที ระบุว่า ทางศูนย์บริการสามารถตรวจสอบหนี้ค้างชำระ การจำหน่ายหนี้สูญ โดยสืบค้นจากระบบฐานข้อมูลผู้ใช้บริการและส่งผ่านให้ศูนย์กลางประสานงานของ บมจ. ทีทีแอนด์ที ดังนั้นถ้าผู้ใช้บริการแจ้งยกเลิกบริการกับ บมจ. ทีทีแอนด์ที และ บมจ. ทีทีแอนด์ทีดำเนินการยกเลิกแล้ว ผู้ใช้บริการก็จะไม่ถูกหักเงินจากบัตรเครดิตหรือบัญชีเงินฝาก

สำหรับผู้ใช้บริการที่มีข้อสงสัย ต้องการร้องเรียน หรือแจ้งเหตุโทรศัพท์เสีย ปัจจุบันสามารถติดต่อศูนย์บริการลูกค้าของบริษัททีโอทีได้ที่หมายเลข 1100, หมายเลข 1103 กด 1, และหมายเลข 1177 ขณะเดียวกันหากผู้ใช้บริการรายใดประสบปัญหา ภายหลังร้องเรียนไปยังบริษัททีโอทีแล้ว แต่ไม่ได้รับการแก้ไข ก็สามารถร้องเรียนมาที่สำนักงาน กสทช. โดยโทรฟรีได้ที่หมายเลข 1200