ครูสาวประเภทสองโพสต์ตัดพ้อ หลังถูกเหยียดเพศกลางที่ประชุม

ครูสาวประเภทสอง โพสต์เศร้า ถูกคณบดีพูดเหยียดเพศกลางที่ประชุม พ้อกะเทยคงไม่เหมาะกับอาชีพครู

เกิดเป็นที่ฮือฮาถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊ก ‘ดุลยพัชร์ มังครัตน์’ได้มีการโพสต์ข้อความทำนองว่าถูกคณบดีเหยียดเพศกลางที่ประชุม เพียงเพราะเป็นสาวประเภทสองและมาทำหน้าที่เป็นครูสอนนักเรียน โดยมีข้อความระบุว่า อันดับแรกหนูต้องขอโทษที่หนูแต่งตัวไม่ให้เกียรติสถาบันของคุณ หนูขอโทษที่เกิดมาเป็นกะเทยทำให้คุณไม่อยากสอนหนู เพราะคุณเป็นครูสามารถเลือกสอนใครก็ได้

ครูกะเทย, สาวประเภทสอง,

นี่คือคำพูดของคนที่เป็นถึงคณบดี

1.ดุลยพัชร์ เธอเป็นผู้ชายทำไมแต่งตัวเป็นผู้หญิง
2.ชื่อก็เหมือนผู้ชาย
3.เธอมี . . .อยู่ใช่ไหมเดี๋ยวจะให้เพื่อนจับเธอไว้แล้วเราจะเป็นคนถอดดูว่าเธอมี . . หรือมี . . .
4.บอกให้เพื่อนที่เป็นทอมมาเอากันกะเรา
5.เอาอะไรไปยัดใส่นม โธ่ชีวิตเธอเนาะ
6.เธอจะไปสอบที่ไหนเขาก็ไม่เอาเธอหรอก

เพื่อนทั้ง12คนมองมาที่เราน้ำตาแทบจะไหลในห้อง ฟ้าชั่งใจร้ายเหลือเกินที่ให้เราเกิดมาเป็นกะเทย อาชีพครูคงไม่เหมาะกับกะเทย แต่หนูจะจดจำไว้ว่าครั้งหนึ่งหนูเคยพาชีวิตมาพบเจอกับบุคคลที่เป็นต้นแบบของนักศึกษาหลายๆ คน ที่เขาไม่ต้องการที่จะสอนกะเทย ผิดที่หนูเกิดมาเป็นแบบนี้

เกิดมาหนูเคยเจอแต่อาจารย์ที่คอยให้ความรักความอบอุ่นครั้งนี้หนูรู้สึกเหมือนตัวเองไม่มีค่ามากเลย ท้อออออ พิมพ์ไปน้ำตาก็ไหลไป หนูไม่ได้มาเรียกร้องอะไรนะคะ แค่บางมุมในชีวิตที่หนูต้องพบเจอ หนูจะเรียกมันว่าอุปสรรค

ทั้งนี้เมื่อเรื่องราวดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นโจมตีพฤติกรรมของคณบดีคนดังกล่าว พร้อมให้กำลังใจกับครูสาวประเภทสองคนดังกล่าวจำนวนมาก ขณะที่เพจดังอย่าง แหม่มโพธิ์ดำ ได้มีการโพสต์ภาพ ที่เป็นข้อคิดเห็นจากข้าราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ระบุว่า กรณีที่เกิดขึ้นนั้นสามารถร้องเรียนได้ที่ พม. เนื่องจากเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 แม้ว่าตัวของเธอเองจะไม่อยากเอาเรื่องก็ตาม

สาวแจง! ปมสื่อตีข่าวขับรถเกยขอบปูนหวิดตกทะเล

สาวขอพื้นที่ชี้แจง กรณีข่าวใส่เกียร์ผิดรถพุ่งเกยขอบปูนหวิดตกทะเล โชคดีมีข้าว-น้ำถ่วงหลังรถ เผยสามีเป็นคนขับไม่ใช่ตนเอง

จากกรณีที่ก่อนหน้านี้ มีการนำเสนอข่าว สาวใส่เกียร์ผิด! รถพุ่งเกยขอบปูนหวิดตกทะเล โชคดีมีข้าว-น้ำถ่วงหลังรถ โดยระบุว่า น.ส.วิชชุดา จันทร์รุ่งเรือง อายุ 30 ปี ออกไปซื้อข้าวและน้ำ ที่ห้างสรรพสินค้า กับคุณแม่ และขับกลับเข้าบ้าน แต่ต้องไปกลับรถบริเวณจุดทางเบี่ยงจึงได้หันหน้ารถเข้าทะเล เพื่อถอยหลังเข้าบ้าน ปรากฏว่า ใส่เกียร์ผิด คิดว่าใส่เกียร์ถอยหลัง แต่ดันใส่เกียร์เดินหน้า เมื่อเหยียบคันเร่ง รถก็เลยพุ่งไปเกยขอบปูน โชคดีที่มีข้าวและน้ำถ่วงอยู่ข้างหลังรถจึงไม่ตกลงไปในทะเล

ล่าสุด (28 ก.พ. 60) น.ส.วิชชุดา จันทร์รุ่งเรือง ได้ออกมาตั้งกระทู้ผ่านเว็บไซต์ชื่อดัง (รบกวนช่วยแชร์ เพื่อแก้ข่าว กรณี สาวชลบุรี ใส่เกียร์ผิด เสยขอบปูน เมื่อวันที่ 26/2/60) ถึงข่าวดังกล่าวว่า มีการรายงานข่าวที่บิดเบือน ซึ่งความจริงแล้วตนไม่ใช่คนขับรถ เพราะตนขับรถไม่เป็น คนขับตัวจริงคือ สามี และไม่ได้ใส่เกียร์ผิด แต่สามีตนจะเหยียบเบรก เพื่อเปลี่ยนเกียร์ ซึ่งนึกว่าขาอยู่ที่เบรกแล้ว แต่จริงๆ ขาอยู่ที่คันเร่ง เลยเหยียบคันเร่งเข้าไป ทำให้รถพุ่งเกยขอบปูนหวิดตกทะเลตามภาพข่าว

ทั้งนี้ น.ส.วิชชุดา มีจุดประสงค์เพียงเพื่อต้องการขอความเป็นธรรม ด้วยการเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด เพื่อชี้แจงความบริสุทธิ์ เนื่องจากการเสนอข่าวผิดเพี้ยนไปจากเรื่องจริงเป็นอย่างมาก พร้อมกับขอคำแนะนำว่า มีช่องทางในการแก้ไขอย่างไร หากเจอการรายงานข่าวที่บิดเบือนของสื่อมวลชน

คืบคดีโจ๋ยิงปืนในขบวนขันหมาก มอบตัวเพิ่ม 1-เจ้าบ่าวโดนเอี่ยวอาวุธปืน

คดีกลุ่มโจ๋ยิงปืนฉลองในขบวนแห่ขันหมากจนถูกชาวบ้านตาย ล่าสุดมีผู้ต้องหาเข้ามอบตัวเพิ่มอีก 1 คน ด้านเจ้าบ่าวดอดเข้าพบตำรวจเปิดปากยอมรับเป็นเจ้าของปืนขนาด .45 

จากกรณีกลุ่มวัยรุ่นคึกคะนองใช้อาวุธปืนระดมยิงฉลองระหว่างแห่ขบวนขันหมากเจ้าบ่าวจนกระสุนพลาดถูกนายธเนศ กินวงค์ อายุ 36 ปี ที่กำลังนั่งคุยกับเพื่อนจนเสียชีวิตคาที่ เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้าวันที่ 26 ก.พ. บริเวณริมถนน บ้านห้วยไข่เน่า หมู่ 4 ต.เขาไม้แก้ว อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

โดยหลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.อนันต์ ภู่ระหงษ์ ผกก.สภ.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี กดดันจนกลุ่มผู้ที่ใช้อาวุธปืนยิงในงานรวม 5 คน นำอาวุธปืนขนาด 9 มม. 3 กระบอก และขนาด .45 มม. 1 กระบอก เข้ามอบตัวเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ซึ่งเบื้องต้นทางตำรวจไม่อนุญาตให้ประกันตัวเพราะเป็นคดีอุกฉกรรจ์ และแจ้งข้อหาเตรียมส่งฟ้องศาลดำเนินคดี นอกจากนี้ยังระบุอีกว่า นอกจากผู้ต้องหากลุ่มนี้แล้ว ยังมีกลุ่มเพื่อนของเพื่อนเจ้าบ่าวที่ใช้อาวุธปืนยิงในขบวนขันหมากเช่นกัน แต่ยังไม่เข้าพบตำรวจและยังอยู่ในระหว่างการติดตามตัวมาดำเนินคดีตามที่รายงานไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้ 28 ก.พ.60 ร.ต.อ.บุญส่ง ยิ่งยง รอง สว.(สอบสวน) เปิดเผยว่า เมื่อช่วงค่ำวานนี้ (27 ก.พ.) เจ้าบ่าวในงานชื่อนายสุเมธ ล้อมรอบ อายุ 25 ปี เดินทางเข้าพบตำรวจพร้อมกับให้การยอมรับว่า อาวุธปืนขนาด .45 มม. ที่เพื่อนในกลุ่มใช้ยิงเป็นของตัวเอง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อกล่าวหามีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนอนุญาตให้ประกันตัวออกไปในวงเงิน 50,000 บาท พร้อมกับนัดให้นำอาวุธปืนยาวที่ตัวเองถือและถ่ายลงเฟซบุ๊กมามอบให้กับตำรวจเพื่อตรวจสอบว่ามีทะเบียนและครอบครองอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่

นอกจากนี้มีคนที่ยิงปืนในขบวนขันหมากชื่อนายสหภาพ สบู่รัมย์ อายุ 21 ปี เดินทางเข้ามอบตัวเพิ่มเติมอีก 1 คน เจ้าหน้าที่จึงแจ้ง 3 ข้อหา 1.มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 2.พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวและไม่มีเหตุอันสมควรฯ และ 3.ยิงปืนที่ใช้ดินระเบิดในเมือง หมู่บ้าน หรือชุมชน ก่อนนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมด 5 คนส่งฟ้องศาลจังหวัดพัทยา ส่วนนายประเสริฐ นพรัตน์ อายุ 44 ปี เจ้าของอาวุธปืนขนาด 9 มม.ที่ให้นายวศิน กองแก้ว ยืมใช้ยิง เบื้องต้นได้ยื่นหลักทรัพย์ประกันตัวออกไปแล้ว

ด้าน พ.ต.ท.ประสิทธิ์ มั่นศรี รอง ผกก.(สอบสวน) เปิดเผยว่า หลังเจ้าบ่าวคือนายสุเมธ ล้อมรอบ อายุ 25 ปี เข้ามอบตัวจึงอนุญาตให้ประกันตัวออกไป และนัดให้นำอาวุธปืนลูกซองยาว และอาวุปืนขนาด .22 ที่ถ่ายภาพลงเฟสบุ๊คมาพบตำรวจช่วงเช้าวันนี้ นอกจากนี้ทางฝ่ายสืบสวนยังได้รวบรวมพยานหลักฐานและเตรียมออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีก 2 คน ซึ่งเป็นเพื่อนของเพื่อนเจ้าบ่าวที่ยังอยู่ในระหว่างหลบหนีเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีต่อไป