รมว.ยุติธรรม ยัน งบดูแล จนท.รอบธรรมกาย ไม่ถึง 60 ล้าน

รมว.ยุติธรรม ยัน งบประมาณดูแลเจ้าหน้าที่รอบ ‘วัดพระธรรมกาย’ ไม่ถึง 60 ล้านบาท พร้อมปัดข่าวเตรียมเปลี่ยนอธิบดี DSI

นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธณะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยืนยันว่า ในการประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. และการประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ (28 ก.พ.) นายกรัฐมนตรี ไม่มีการสอบถามถึงคดีวัดพระธรรมกาย พร้อมระบุว่า เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานมีการเฝ้าระวังกลุ่มมวลชนผู้สนับสนุนวัดพระธรรมกายที่เคยร่วมชุมนุมทางการเมืองอยู่แล้ว

ทั้งนี้ ยืนยันว่า ได้รับความร่วมมือจากคณะสงฆ์ในการดูแลกลุ่มสงฆ์ที่รวมตัวกันอยู่บริเวณตลาดกลาง เรื่องอาหารเช้าและอาหารเพลของคณะสงฆ์ ส่วนมาตรการอื่นๆ ยังคงไว้เช่นเดิมก่อน แต่เนื่องจากทางวัดย้ำมาตลอดว่า พระธัมมชโย ไม่ได้อยู่ภายในวัดธรรมกายแล้ว จึงมีการเพิ่มการสืบสวนสอบสวนรอบพื้นที่รอบนอก เพื่อแกะรอยตามหาพระธัมมชโยมากขึ้น ส่วนการเจรจากับวัดพระธรรมกายนั้น นายสุวพันธุ์ ระบุว่า ยังมีการพูดคุยกันอยู่ และเจ้าคณะจังหวัดก็ได้ช่วยเข้าไปดูด้วย

สำหรับงบประมาณที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ใช้ในการจัดการรอบวัดพระธรรมกาย นายสุวพันธุ์  เปิดเผยว่า เป็นไปตามระเบียบราชการ และไม่ถึง 60 ล้านบาท ตามที่วัดพระธรรมกายกล่าวอ้าง ซึ่งส่วนตัวมองว่า สังคมจะต้องเรียนรู้ว่าเหตุการณ์นี้ ทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปอย่างไร หลังหัวหน้า คสช. ประกาศใช้อำนาจมาตรา 44 ให้พื้นที่รอบวัดพระธรรมกายเป็นพื้นที่ควบคุมแล้ว 14 วัน แต่ยังปฏิบัติการไม่สำเร็จ และยังย้ำอีกว่า เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง

อย่างไรก็ตาม นายสุวพันธุ์ ได้ปฏิเสธกรณีกระแสข่าวการปรับเปลี่ยนตำแหน่งอธิบดีดีเอสไอใหม่ โดยยืนยันว่า ยังคงเป็น พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง ปฏิบัติหน้าที่เช่นเดิม

DSI เชิญตัวแทนพระสงฆ์ที่ปักหลักชุมนุมหารือ

ดีเอสไอ เชิญตัวแทนพระสงฆ์ที่ปักหลักชุมนุมตลาดกลางคลองหลวง หารือ ขอไม่ให้พระสงฆ์เข้ามาเพิ่มอีก

คณะสงฆ์ นำโดยเจ้าคณะอำเภอคลองหลวง จ.ปทุมธานี สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ และเจ้าหน้าที่ทหาร ได้เชิญ พระเสกสรรค์ อัถตะธรรมโม ตัวแทนพระสงฆ์ ที่ปักหลักชุมนุมในตลาดกลางคลองหลวง จ.ปทุมธานี เข้ามาหารือภายในรถนานกว่า 1 ชั่วโมง โดยเจ้าหน้าที่ที่เข้าร่วมฟังการพูดคุย ระบุเบื้องต้นว่า ได้มีการขอความร่วมมือแนวทางการจัดระเบียบพระสงฆ์ที่จะเดินทางเข้ามาในตลาด ไม่ให้เพิ่มจำนวนมากกว่าที่มีอยู่ประมาณ 100 รูป

ซึ่งจะจำกัดจำนวนไว้เท่านี้ ส่วนพระสงฆ์ที่กังวลว่า หากออกจากพื้นที่แล้วจะไม่ได้กลับเข้ามาในพื้นที่ตลาดกลางอีก ให้นำใบสุทธิ และทำประวัติก่อน เนื่องจากเมื่อจะกลับเข้ามาแล้ว เจ้าหน้าที่มีการตรวจสอบ พบว่าได้มีการทำประวัติไว้ก่อนหน้านี้ ก็จะอนุญาตให้เข้ามาในพื้นที่เช่นเดิม สำหรับการที่เชิญตัวแทนเข้ามาพูดคุยเพียงไม่กี่คนนั้น ก็เพื่อเป็นการลดความตรึงเครียดและการเผชิญหน้าของทั้งสองฝ่าย

อย่างไรก็ตาม ทางพระสงฆ์ ยังคงต้องมีการหารือร่วมกันอีกครั้ง ก่อนที่เวลา 17.00 น. วันนี้จะมีการแถลงจุดยืนและกำหนดแนวทางการเคลื่อนไหว ร่วมทั้งท่าทีของพระสงฆ์ 5 รูป ที่อดอาหารประท้วงการบังคับใช้มาตรา 44 ว่า จะยกเลิกภารกิจตามที่หลายฝ่ายเป็นห่วงหรือไม่

ที่มา… INN

ระวัง!! ขนมอันตราย หลังเด็กหญิงกินจนเป็นลมหมดสติ

เตือนผู้ปกครองระวัง หลังขนมไร้มาตฐานระบาดในงานกาชาด เด็กหญิงซื้อไปกินช็อคหมดสติ โชคดีไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต

วันนี้ (28 ก.พ. 60) สมาชิกเฟซบุ๊ก “Worranan Sarasalin” ได้มีโพสต์ข้อความเตือนภัยให้ผู้ปกครองระมัดระวัง หลังเกิดเหตุมีเด็กสาวคนหนึ่งเป็นลมหมดสติหลังกินขนมที่ซื้อจากงานกาชาดเข้าไป ก่อนจะตรวจสอบพบว่าไร้มาตรฐานการรับรองจาก อย.

ขนม, งานกาชาด,

โดยผู้โพสต์มีข้อความระบุว่า #แชร์เตือนใจ!!คิดจะซื้อขนมอะไรให้ลูกหลานทานควรดูสักนิดว่ามี อ.ย มั๊ย(เพราะมันอันตราย) อาจตายเพราะขนมได้ ๏๏ประสบการณ์ตรงของคุณเบียร์๏๏

วันนี้เจอมากับตัวค่ะหลานสาว ก่อนไปเที่ยวงานกาชาดกินขนมในรูปเข้าไป พอถึงงานอ้วกค่ะ พากลับบ้านอ้วกบนรถจนมาถึงบ้าน 11 โมงยังอ้วกอยู่ อ้วกจนไม่มีแรงน็อคไปเลยค่ะ เรียกไม่ตอบ น้องตาลอย ไม่รู้สึกตัว หมอบอกขนมมีสารพิษค่ะ มีแต่ภาษาจีน ไม่มี อย. ลักษณะขนมเป็นผง มี2สี 2รสชาติ รสโคล่ากับรสส้ม #รักลูกควรเลือกขนมดีๆ ให้ลูกนะคะ

#พลาดครั้งนี้ถือเป็นบทเรียน
#น้องปลอดภัยแล้วค่ะ

ทั้งนี้เมื่อข้อความดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนอยากให้เรื่องนี้เป็นุทาหรณ์สำหรับผู้ปกครองทุกคน ควรสอดส่องดูแลบุตรหลาน หากจะเลือกของกินก็ต้องตรวจสอบให้ถี่ถ้วนว่าได้มาตรฐานหรือไม่ เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นเช่นกรณีดังกล่าวได้ โชคดีที่ครั้งนี้ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต และเด็กหญิงปลอดภัยแล้ว

ข้อมูลข่าวจาก “Worranan Sarasalin”