รบ.แจงปลด ผู้ว่า-บอร์ด รฟท. เหตุมาการร้องเรียนเรื่องทุจริต

โฆษกรัฐบาล แจง ม.44 ปลดผู้ว่าฯ-บอร์ด รฟท. พบเรื่องร้องเรียนความไม่โปร่งใสประมูลจัดซื้อจัดจ้าง จำเป็นต้องตรวจสอบ

พลโท สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 10/2560 เรื่อง การปรับปรุงการบริหารงานของการรถไฟแห่งประเทศไทย ว่า เนื่องจากนายกรัฐมนตรีได้รับข้อร้องเรียนจำนวนมากถึงปัญหาความไม่โปร่งใสในการประมูลงานและจัดซื้อจัดจ้างของการรถไฟฯ จึงไม่สามารถเพิกเฉยต่อข้อร้องเรียนดังกล่าวได้

สรรเสริญ แก้วกำเนิด, การรถไฟแห่งประเทศไทย

ทั้งนี้ การใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่งย้ายผู้ว่าการและระงับการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อตรวจสอบข้อมูลที่มีการร้องเรียนเข้ามา ขณะนี้ถือว่าทุกคนยังเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่ถ้าพบการทุจริตตามที่ถูกกล่าวอ้างก็จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลและ คสช. ต้องการสร้างความโปร่งใสในการดำเนินงานของภาครัฐ เพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจในการจัดซื้อจัดจ้างของเจ้าหน้าที่ทุกระดับที่จะต้องมีธรรมาภิบาล โดยมีการตั้งคณะกรรมการชุดใหม่และให้ นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ รองอธิบดีกรมทางหลวง รักษาการในตําแหน่งผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทยอีกตำแหน่งหนึ่งไปก่อน เพื่อให้โครงการต่างๆ ของรัฐบาลเดินหน้าต่อไปได้ จนกว่าจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

ข่าวจาก INN

เริ่มตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตรอบ ‘วัดพระธรรมกาย’

ดีเอสไอ เริ่มตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตรอบ วัดพระธรรมกาย เหตุลูกศิษย์วัดใช้สื่อโซเชียลมีเดียให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ

พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงกรณีมีกระแสข่าวว่าเจ้าหน้าที่ทำการตัดสัญญาณบริเวณรอบวัดพระธรรมกาย ว่า ยอมรับว่าดีเอสไอได้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ที่เข้าร่วมประชุมสรุปสถานการณ์เมื่อช่วงเช้านี้ เพื่อให้ดำเนินการตัดสัญญาณและอินเทอร์เน็ตบริเวณภายนอกและในวัดพระธรรมกาย

เนื่องจากพบว่า กลุ่มลูกศิษย์วัดพระธรรมกายมีการใช้สื่อโซเชียลมีเดียให้ข้อมูลอันเป็นเท็จและทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด และเข้าข่ายยุยงปลุกปั่นทำให้กระทบกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ ส่วนจะมีการตัดสัญญาณเป็นระยะเวลานานเท่าไหร่นั้น ยังไม่สามารถระบุได้ ซึ่งมาตรการดังกล่าวเป็นหนึ่งในมาตรการที่เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการได้ตามอำนาจที่ คสช. ออกประกาศให้บริเวณวัดพระธรรมกายเป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษ

อย่างไรก็ตาม ตลอดช่วงบ่ายที่ผ่านมาพบว่าสัญญาณโทรศัพท์ของบางเครือข่ายบริเวณตลาดกลางคลองหลวง ประตูทางเข้าที่ 5 และ 6 ของวัดพระธรรมกาย ไม่สามารถใช้งานได้ คาดว่าเจ้าหน้าที่ได้เริ่มทยอยตัดสัญญาณในบางจุดแล้ว

โพลเผยคนเชื่อ พระธัมมชโย เผ่นออกนอกแล้ว แนะมอบตัวยุติทุกปัญหา

นิด้าโพลเผยปชช.ส่วนใหญ่เชื่อ ‘พระธัมมชโย’ หนีออกนอกประเทศแล้ว แนะควรออกมามอบตัวเพื่อยุติทุกปัญหา 

ศูนย์สำรวจความคิดเห็นของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ “นิด้าโพล”  ได้เผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “คดีวัดพระธรรมกาย จะจบอย่างไร”  หลัง DSI ได้ใช้มาตรา 44 ปิดล้อมวัดพระธรรมกาย เพื่อนำตัวพระธัมมชโยมาดำเนินคดี” โดยทำการสำรวจระหว่างวันที่ 22 – 23 กุมภาพันธ์ 2560 จากประชาชนทั่วประเทศจำนวน 1,250 หน่วยตัวอย่าง พบว่า

วัดธรรมกาย, พระธัมมชโย, ข่าววัดธรรมกาย

ร้อยละ 48.40 ระบุว่า พระธัมมชโยหลบหนีเพื่อรอให้คดีหมดอายุความ
ร้อยละ 34.80 ระบุว่า พระธัมมชโยมอบตัวสู้คดี
ร้อยละ 6.00 ระบุว่า พระธัมมชโยถูกมหาเถรสมาคม (มส.) จับตัวได้
ร้อยละ 0.88 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ ไม่มามอบตัวและคดีจะยืดเยื้อเช่นเดียวกับเณรคำ, ดีเอสไอน่าจะจับพระธัมมชโยได้ และร้อยละ 0.92 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ

ส่วนสิ่งที่พระธัมมชโย ควรทำมากที่สุดในขณะนี้นั้น
ร้อยละ 81.76 ระบุว่า ควรออกมามอบตัว
ร้อยละ 11.20 ระบุว่า ควรหลบหนีต่อไป
ร้อยละ 4.56 ระบุว่า ควรสึกจากการเป็นพระ
ร้อยละ 0.16 ระบุว่า ไม่ต้องทำอะไร ควรอยู่เฉย ๆ
และร้อยละ 2.32 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ

ทั้งนี้เมื่อถามว่า สถานที่ที่คาดว่า พระธัมมชโย อยู่ ณ ขณะนี้
ร้อยละ 40.32 ระบุว่า พระธัมมชโยน่าจะหลบหนีไปต่างประเทศแล้ว
ร้อยละ 26.48 ระบุว่า ไม่อยู่ในวัดพระธรรมกายแต่ยังอยู่ในประเทศไทย
ร้อยละ 21.20 ระบุว่า น่าจะยังอยู่ในวัดพระธรรมกาย
ร้อยละ 0.48 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ หนีไปแล้วแต่ไม่ทราบว่าอยู่ที่ใด หรืออาจจะหนีไปอยู่กับครอบครัว
และร้อยละ 11.52 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ

เมื่อถามว่าสิ่งที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) และมหาเถรสมาคม (มส.) ควรทำมากที่สุดเกี่ยวกับคดีวัดพระธรรมกายและพระธัมมชโย
ร้อยละ 20.16 ระบุว่า ควรปฏิรูปพุทธศาสนาอย่างจริงจัง
ร้อยละ 19.36 ระบุว่า ควรเรียกพระธัมมชโยมามอบตัว หากไม่มาให้ประกาศว่าพ้นจากสมณเพศ
ร้อยละ 17.44 ระบุว่า ไม่ต้องทำอะไรให้เป็นหน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตำรวจ ทหาร หรือเจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง และควรประกาศว่าพระธัมมชโยพ้นจาก สมณเพศโดยทันทีในสัดส่วนที่เท่ากัน
ร้อยละ 17.04 ระบุว่า ควรเรียกพระธัมมชโยมามอบตัว
ร้อยละ 1.84 ระบุว่า ควรปกป้องพระธัมมชโย
ร้อยละ 2.08 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ ควรมีบทบาทและเข้าไปดูแลให้มากกว่านี้ ด้วยการร่วมมือกับหน่วยงานตำรวจ ดีเอสไอ และทหาร ทั้งการเจรจา ตกลงหรือการใช้มาตรการพระวินัยของสงฆ์และกฎหมายอย่างจริงจัง
และร้อยละ 4.64 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ