ชาวบ้านต.ท่าข้าม อ.ปะเหลียน จ.ตรัง จำนวน 19 ครอบครัว ขอความช่วยเหลือกรณีการทวงคืนผืนป่าของเจ้าหน้าที่ ขณะที่เด็กชายวัย 4 ขวบร้องคืนอวนหาปลาให้พ่อ
วันที่ 24 ก.พ. 60 ชาวบ้าน ม.6 บ้านทอนหาร ต.ท่าข้าม อ.ปะเหลียน จ.ตรัง จำนวน 19 ครอบครัว ขึ้นศาลากลางฯ ร้องทุกข์ต่อศูนย์ดำรงธรรม จ.ตรัง เพื่อขอความช่วยเหลือหลังจากมีความเดือดร้อนจากการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ เกี่ยวกับการทวงคืนผืนป่า บ้านทุ่งหลังยะหา บริเวณ ม.6 ต.ท่าข้าม อ.ปะเหลียน จ.ตรัง
โดยมี ด.ช. ชาริฟ หยังดี อายุ 4 ขวบ ได้เข้าขอความเป็นธรรมให้คุณพ่อ กรณีที่โดนจับเรือหางยาวและอวนจับปลาเมื่อปีที่แล้ว อยากให้ผู้ว่าฯ นำอวนมาคืนให้พ่อด้วย หลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้ทำการยึดเรือและอวนไป พ่อไม่ได้ทำงาน ทำให้พวกลูกๆอดไม่ได้ทานข้าวกับปลา ครอบครัวผมเดือดร้อนมาก ไม่มีเงินซื้อนม ไม่มีเงินไปโรงเรียน ลูกๆขอเงินพ่อ 5 บาท หลังจากกลับโรงเรียน พ่อก็ไม่มีให้ เจ้าหน้าที่ที่จับกุมเอาปลาสดของพ่อไปกินกันสบาย ยังไม่พอเอาอวนของพ่อไปกินด้วย ท่านผู้ว่าฯ เอาอวนกลับมาให้พ่อด้วย พ่อจะได้ทำงานหาปลาสดๆ มาให้กินอีก ด.ช.ชาริฟ กล่าวอย่างไร้เดียงสา

ทั้งนี้นายสุธน หยังดี อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 32 ม.6 บ้านทอนหาร ต.ท่าข้าม อ.ปะเหลียน จ.ตรัง เปิดเผยว่า วันนี้ตนและชาวบ้านมาขอความเป็นธรรมเรื่องที่ทำกินของชาวบ้าน ม.6 บ้านทอนหาร เพราะตอนนี้ชาวบ้าน จำนวน 19 ครอบครัว กำลังโดนดำเนินคดีต่างได้รับความเดือดร้อน เพราะทางเจ้าหน้าที่ปฏิบัติโดยมิชอบไม่ได้เรียกชาวบ้านมาสอบถามและลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงและที่สำคัญคือ เจ้าหน้าที่ไม่ได้ทำ ตามคำสั่งรักษาความสงบแห่งชาติ ตาม ข้อ 2.1 ที่ว่า 66/2557 ไม่ให้มีผลกระทบ ต่อผู้ยากไร้และผู้มีรายได้น้อยและผู้ที่ไม่มีที่ทำกิน
แต่ตอนนี้เจ้าหน้าที่ได้กระทำต่อผู้ยากไร้และมีรายได้น้อยเป็นอย่างมากในตอนนี้ ก็ถูกดำเนินคดี บางคนเบี้ยประกันก็ไม่มีต้องไปเป็นคดีอีก เช่นเดียวกับตนที่ได้ไปขอที่ทำกินยังไม่ได้ไปทำ แต่โดนดำเนินคดีถึง 187 ไร่ ความเสียหาย 22 ล้านบาท มีหนังสือแจ้งมา ทั้งนี้ตนแค่ขอที่ทำกินไม่ ได้บุกรุกตามที่กล่าวมา
ขณะที่ นายบิดล หูเขียว อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 406/1 ม.6 ต.ท่าข้าม อ.ปะเหลียน จ.ตรัง กล่าวว่า ที่ดินดังกล่าวเป็นที่ดินตกทอดมาตั้งแต่บรรพบุรุษเป็นระยะเวลากว่า 100-200 ปีแล้ว ตนก็ทำการสานต่อมา ไม่ได้ไปบุกรุก โดยทางเจ้าหน้าที่แจ้งว่านายทุนเป็นคนทำ และตนไปหาดูแล้วก็ไม่มีชื่อนายทุนคนไหน โดยก่อนหน้านี้พวกตน รวม 19 ครอบครัว ไปขอที่ทำกิน โดยได้ให้ผู้ใหญ่บ้านเซ็นชื่อรับรอง แต่ผู้ใหญ่ไม่เซ็นให้ จากนั้นผู้ใหญ่ได้ถ่ายภาพส่งไปให้เจ้าหน้าที่ป่าชายเลนดำเนินคดี จึงได้เป็นเรื่องมาถึงทุกวันนี้
อย่างไรก็ตามนายสมหมาย สมจริง อายุ 65 ปี เป็นอดีตผู้ใหญ่บ้าน ม.6 ต. ท่าข้าม กล่าวว่า ชาวบ้านไม่เคยทราบว่าที่ดินพื้นที่นี้เป็นที่หวงห้ามหรือป่าสงวนประเภทไหน เพราะไม่มีเจ้าหน้าที่ของรัฐเคยบอก โดยเฉพาะ 19 ครอบครัวนี้เป็นคนไม่มีทรัพย์สินอะไรเลยที่จะไปทำกิน และทำด้วยแรงงานไม่สามารถนำเครื่องจักรกลเข้าไปได้ ถึงตอนนี้กำลังโดนดำเนินคดี ถ้าเป็นไปได้อยากให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบตามที่แจ้งข้อหากับชาวบ้านมันเป็นประเด็นไหน