‘หมอมโน’ โร่แจ้งความ ถูกแชทข่มขู่ ด่าเนรคุณ

‘หมอมโน’ โร่แจ้งความดำเนินคดีฐานหมิ่นประมาท หลังถูกแชทไลน์ข่มขู่ ด่าเนรคุณ

วันนี้(24 ก.พ.) เวลา 13.30 น. นพ.มโน เลาหวณิช อดีตศิษย์เอกวัดพระธรรมกาย ได้เดินทางมาที่ สภ.คลองหลวง เพื่อแจ้งความกับ พ.ต.ท.ยศวัฒน์ นิติรัจพัฒนคุณ สารวัตร (สอบสวน) สภ.คลองหลวง ให้ดำเนินคดีฐานหมิ่นประมาท และกำลังพิจารณาข้อหาอื่นๆ เช่น รบกวน ก่อความรำคาญหลังถูกผู้ไม่ประสงค์ดีส่งข้อความทางไลน์ข่มขู่เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา

นพ.มโน เลาหวณิช อดีตศิษย์เอกวัดพระธรรมกาย เปิดเผยว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา เวลา21.50น. ได้มีผู้ไม่ประสงค์ดี ใช้ชื่อไลน์ Big Boss ได้ส่งข้อความมาว่า ไอ้มโนเอ้ย มึงไม่กลัวบาปกรรมบ้างรึไงวะ เนรคุณหลวงพ่อเนี่ย หรืออยากไปทัวร์นรก มึงก็รู้ว่านรกมีจริง หรือเป็นอิสลามไปแล้ว รู้ไหมว่าหลวงพ่อเนี่ย เวลาคนเขามาพูดเรื่องที่มึงทำไม่ดีกับเขา ท่านจะบอกว่าท่านไม่ขอรับรู้ ท่านอยากจำมึงแต่ในสิ่งที่ดีๆ กูเนี่ยสงสารมึงจริงๆ กรรมใครทำคนนั้นก็รับไป ซึ่งตนเองก็ไม่ได้ตอบข้อความอะไรไป

นพ.มโน เลาหวณิช อดีตศิษย์เอกวัดพระธรรมกาย เปิดเผยว่า ภายหลังจากเดินทางไปเป็นแขกรับเชิญในรายการถามตรงๆ กับจอมขวัญ ซึ่งออกอากาศผ่านทางสถานีโทรทัศน์ไทยรัฐทีวี ช่อง 32 เมื่อช่วงวานนี้ได้มีบุคคลนำเบอร์โทรศัพท์ของตนไปแจกจ่ายให้กับบุคคลอื่นโทรศัพท์มาก่อกวน บ้างก็มีพฤติกรรมส่งข้อความด่าทอผ่านแอปพลิเคชั่นไลน์

เด็กชายวัย 4 ขวบ ร้องขอความเป็นธรรม คืนอวนหาปลาให้พ่อ

ชาวบ้านต.ท่าข้าม อ.ปะเหลียน จ.ตรัง จำนวน 19 ครอบครัว ขอความช่วยเหลือกรณีการทวงคืนผืนป่าของเจ้าหน้าที่ ขณะที่เด็กชายวัย 4 ขวบร้องคืนอวนหาปลาให้พ่อ

วันที่ 24 ก.พ. 60 ชาวบ้าน ม.6 บ้านทอนหาร ต.ท่าข้าม อ.ปะเหลียน จ.ตรัง จำนวน 19 ครอบครัว ขึ้นศาลากลางฯ ร้องทุกข์ต่อศูนย์ดำรงธรรม จ.ตรัง เพื่อขอความช่วยเหลือหลังจากมีความเดือดร้อนจากการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ เกี่ยวกับการทวงคืนผืนป่า บ้านทุ่งหลังยะหา บริเวณ ม.6 ต.ท่าข้าม อ.ปะเหลียน จ.ตรัง

โดยมี ด.ช. ชาริฟ หยังดี อายุ 4 ขวบ ได้เข้าขอความเป็นธรรมให้คุณพ่อ กรณีที่โดนจับเรือหางยาวและอวนจับปลาเมื่อปีที่แล้ว อยากให้ผู้ว่าฯ นำอวนมาคืนให้พ่อด้วย หลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้ทำการยึดเรือและอวนไป พ่อไม่ได้ทำงาน ทำให้พวกลูกๆอดไม่ได้ทานข้าวกับปลา ครอบครัวผมเดือดร้อนมาก ไม่มีเงินซื้อนม ไม่มีเงินไปโรงเรียน ลูกๆขอเงินพ่อ 5 บาท หลังจากกลับโรงเรียน พ่อก็ไม่มีให้ เจ้าหน้าที่ที่จับกุมเอาปลาสดของพ่อไปกินกันสบาย ยังไม่พอเอาอวนของพ่อไปกินด้วย ท่านผู้ว่าฯ เอาอวนกลับมาให้พ่อด้วย พ่อจะได้ทำงานหาปลาสดๆ มาให้กินอีก ด.ช.ชาริฟ กล่าวอย่างไร้เดียงสา

ทั้งนี้นายสุธน หยังดี อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 32 ม.6 บ้านทอนหาร ต.ท่าข้าม อ.ปะเหลียน จ.ตรัง เปิดเผยว่า วันนี้ตนและชาวบ้านมาขอความเป็นธรรมเรื่องที่ทำกินของชาวบ้าน ม.6 บ้านทอนหาร เพราะตอนนี้ชาวบ้าน จำนวน 19 ครอบครัว กำลังโดนดำเนินคดีต่างได้รับความเดือดร้อน เพราะทางเจ้าหน้าที่ปฏิบัติโดยมิชอบไม่ได้เรียกชาวบ้านมาสอบถามและลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงและที่สำคัญคือ เจ้าหน้าที่ไม่ได้ทำ ตามคำสั่งรักษาความสงบแห่งชาติ ตาม ข้อ 2.1 ที่ว่า 66/2557 ไม่ให้มีผลกระทบ ต่อผู้ยากไร้และผู้มีรายได้น้อยและผู้ที่ไม่มีที่ทำกิน

แต่ตอนนี้เจ้าหน้าที่ได้กระทำต่อผู้ยากไร้และมีรายได้น้อยเป็นอย่างมากในตอนนี้ ก็ถูกดำเนินคดี บางคนเบี้ยประกันก็ไม่มีต้องไปเป็นคดีอีก เช่นเดียวกับตนที่ได้ไปขอที่ทำกินยังไม่ได้ไปทำ แต่โดนดำเนินคดีถึง 187 ไร่ ความเสียหาย 22 ล้านบาท มีหนังสือแจ้งมา ทั้งนี้ตนแค่ขอที่ทำกินไม่ ได้บุกรุกตามที่กล่าวมา

ขณะที่ นายบิดล หูเขียว อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 406/1 ม.6 ต.ท่าข้าม อ.ปะเหลียน จ.ตรัง กล่าวว่า ที่ดินดังกล่าวเป็นที่ดินตกทอดมาตั้งแต่บรรพบุรุษเป็นระยะเวลากว่า 100-200 ปีแล้ว ตนก็ทำการสานต่อมา ไม่ได้ไปบุกรุก โดยทางเจ้าหน้าที่แจ้งว่านายทุนเป็นคนทำ และตนไปหาดูแล้วก็ไม่มีชื่อนายทุนคนไหน โดยก่อนหน้านี้พวกตน รวม 19 ครอบครัว ไปขอที่ทำกิน โดยได้ให้ผู้ใหญ่บ้านเซ็นชื่อรับรอง แต่ผู้ใหญ่ไม่เซ็นให้ จากนั้นผู้ใหญ่ได้ถ่ายภาพส่งไปให้เจ้าหน้าที่ป่าชายเลนดำเนินคดี จึงได้เป็นเรื่องมาถึงทุกวันนี้

อย่างไรก็ตามนายสมหมาย สมจริง อายุ 65 ปี เป็นอดีตผู้ใหญ่บ้าน ม.6 ต. ท่าข้าม กล่าวว่า ชาวบ้านไม่เคยทราบว่าที่ดินพื้นที่นี้เป็นที่หวงห้ามหรือป่าสงวนประเภทไหน เพราะไม่มีเจ้าหน้าที่ของรัฐเคยบอก โดยเฉพาะ 19 ครอบครัวนี้เป็นคนไม่มีทรัพย์สินอะไรเลยที่จะไปทำกิน และทำด้วยแรงงานไม่สามารถนำเครื่องจักรกลเข้าไปได้ ถึงตอนนี้กำลังโดนดำเนินคดี ถ้าเป็นไปได้อยากให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบตามที่แจ้งข้อหากับชาวบ้านมันเป็นประเด็นไหน

สีกากีฉาวอีก!! รวบรองสว.ส.สน.บวรมงคล ครอบครองยาบ้า 1.4 หมื่นเม็ด

รวบ รอง สว.ส.สน.บวรมงคล ครอบครองยาบ้า 1.4 หมื่นเม็ด เพื่อจำหน่าย – ถูกให้ออกจากราชการแล้ว

ชุดสืบสวน นครบาล 7 ทำการล่อซื้อยาบ้า จำนวน 1,400 เม็ด และ ไอซ์ จำนวน 100 กรัม จากผู้ต้องหาคดียาเสพติด และนัดหมายส่งมอบกันที่หมู่บ้านสินชัย 3 ซอยจรัญสนิทวงศ์ 35 โดยผู้ต้องหาให้การซัดทอดว่า ยาเสพติดทั้งหมดเป็นของผู้กองเบนซ์ รองสารวัตรสืบสวน สน.บวรมงคล

จึงประสาน พ.ต.อ.วิรดล ทับทิม ผกก.สน.บวรมงคล พร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ได้เข้าทำการตรวจค้นตู้ของผู้กองเบนซ์ ก็พบยาเสพติดเป็นจำนวนมากอยู่ในกระเป๋าเป้สีแดง ประกอบด้วย ยาบ้ จำนวน 13,000 เม็ด ไอซ์ 100 กรัม และยาเคจำนวนหนึ่ง จึงขออนุญาตศาลออกหมายจับผู้ต้องหา จำนวน 6 คนประกอบด้วย ตำรวจระดับรองสารวัตร 3 นาย และชั้นประทวน 3 นาย จากการสืบสวนทราบตำรวจที่ถูกออกหมายจับมีพฤติกรรมนำยาเสพติดมาจำหน่ายในพื้นที่ โดยกระจายยาเสพติดให้กับนักค้ารายย่อยไปจำหน่าย

หลังเกิดเหตุ ผู้กองเบนซ์ ถูกให้ออกจากราชการแล้ว ซึ่ง พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล จะไปติดตามความคืบหน้าคดีดังกล่าว ที่ สน.บวรมงคล ในช่วงบ่ายนี้


น.1ลงดาบเด้งผกก.-สวส.บวรมงคลปล่อยลูกน้องค้ายาบ้า

พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ออกคำสั่ง ให้ พ.ต.อ.วิรดล ทับทิมดี ผู้กำกับการ สน.บวรมงคล และ พ.ต.ท.สุภาพ เพชรรัตน์ สารวัตรสืบสวน สน.บวรมงคล ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการกองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลมอบหมาย มีกำหนด 30 วัน นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ให้ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 พิจารณามอบหมายข้าราชการตำรวจที่มีความรู้ความสามารถเหมาะสมรักษาราชการแทนในตำแหน่งดังกล่าว สั่ง ณ วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 สำหรับการย้ายตำรวจทั้ง 2 นาย เนื่องจากในฐานะที่เป็นผู้บังคับบัญชา ของ รองสารวัตรสืบสวนสอบสวน สน.บวรมงคล ที่ถูกจับกุมฐานครอบครองยาบ้าและไอซ์ ซึ่งปล่อยปละละเลยให้มีการกระทำความผิดดังกล่าว