สุดแค้น! เพื่อนรักแอบตีท้ายครัว ชักมีดแทง ดับสยองคาถนน

สุดแค้น! เพื่อนรักแอบตีท้ายครัว ดักซุ่มรอจังหวะชักมีดแทง ดับสยองคาถนน จ.นครสวรรค์

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 พ...คงคณิน ผดุงกรรณ์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครสวรรค์ เผยว่า เกิดเหตุทะเลาะวิวาทใช้อาวุธทำร้ายร่างกายกัน บริเวณริมอุทยานสวรรค์ ตรงข้ามปากซอยหิมพานต์ 3 ถนนวงค์สวรรค์ ต.ปากน้ำโพ อ.เมืองนครสวรรค์ จึงรีบเดินทางไปตรวจสอบ

ทั้งนี้ พบว่า มีผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ถูกทำร้ายด้วยอาวุธมีดแทงเข้าตามร่างกายหลายแห่ง นอนจมกองเลือดอยู่ริมถนน ข้างรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า สีดำ ทะเบียน กจ 4894 นครสวรรค์ ทราบชื่อในเวลาต่อมา คือ นายสุทธิพงษ์ บัวรอด หรือ เจ อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 230ม.2 ต.วังแขม อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร

ส่วนในที่เกิดเหตุ พบมีดปลายแหลม สำหรับปอกผลไม้ รวมด้ามยาวประมาณ 9 นิ้ว ตกอยู่ 1 เล่ม และรถจักยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ทะเบียน ขงธ 318 พิจิตร จอดอยู่ข้างศพ จึงเก็บหลักฐานไว้ตรวจสอบ

นอกจากนี้ ในที่เกิดเหตุ พบตัว นายนายกฤษฎา อิ่มเขียน หรือ เดียว อายุ 32 ปี ที่อยู่ 21/2 ถ.แสงกาญจนา ต.ชุมแสง อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ ยืนอยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุ ในสภาพมีคราบเลือดเปื้อนอยู่ตามร่างกาย และรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งยอมเปิดปากให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือใช้อาวุธมีดทำร้ายนายสุทธิพงษ์ สาเหตุมาจากปัญหาเรื่องชู้สาว โดยที่ผู้ตายแอบไปมีความสัมพันธ์ลึกซึ่งกับภรรยาของตน และแอบหนีมาอยู่กินกัน

จนกระทั่งมีการสะกดรอยตาม และผ่านมาพบ นายสุทธิพงษ์ ขับรถเก๋งพาภรรยาของตนเดินทางมาเที่ยวที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่งใกล้กับจุดเกิดเหตุ จึงลงมือทำร้าย นายสุทธิพงษ์ ด้วยอาวุธมีดจนเสียชีวิต

นายกฤษฎา เล่าว่า ตนเป็นผู้ก่อเหตุใช้อาวุธมีดทำร้าย นายสุทธิพงษ์ จริง ซึ่งตนกับผู้ตายเป็นเพื่อนสนิทกันมาก่อน แต่ดันมาผิดใจกันใน เพราะผู้ตายแอบมามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับภรรยาของตน โดยตนสืบได้ว่า ฝ่ายหญิงถึงกับมีการซื้อรถเก๋งให้ผู้ตายใช้  อีกทั้ง ยังโกหกว่าไปทำงานอยู่ที่ จ.สระบุรี แต่แอบมาอยู่กินฉันท์สามีภรรยากับผู้ตายในเขต อ.เมืองนครสวรรค์ ซึ่งทำให้ตนแค้นใจเป็นอย่างมาก จึงขี่รถจักยานยนต์ออกจากบ้านในเขต อ.ชุมแสง เพื่อมาตามหา และบังเอิญผ่านมาพบรถเก๋งคันที่คนรักสุดหัวใจของตนแอบซื้อให้ผู้ตายใช้จอดอยู่ริมถนนฝั่งตรงข้ามสถานบันเทิงพอดี

จึงตัดสินใจมุ่งตรงไปที่รถเก๋งคันดังกล่าว แล้วปล่อยลมยางทั้ง 4 ล้อ ก่อนจะเดินไปซื้อมีดปลายแหลม และมายืนรอผู้ตายเดินออกมาที่รถ ตนจึงเปิดฉากเดินเข้าไปพูดคุย และมีปากเสียงทะเลาะวิวาททันที ด้วยความแค้น ตนจึงใช้อาวุธมีดที่ซื้อมาจ้วงแทงผู้ตายแบบไม่ยั้ง จนล้มลงไปนอนจมกองเลือด และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัว นายนายกฤษฎา พร้อมหลักฐานอาวุธมีดที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ ไปสอบสวนอย่างระเอียดเพื่อนำไปประกอบสำนวนคดี ก่อนจะดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาฐานเจตนาฆ่าผู้อื่นฯ ตามกฎหมายในขั้นตอนต่อไป

สุดฮา! ‘นกขุนทอง’ แสนรู้พูดเลียนเสียงคนภาคใต้ชัดเจน

ฮือฮา! นกขุนทอง แสนรู้พูดเลียนแบบเสียงคนภาคใต้ได้อย่างชัดเจน

วันที่ 21 ก.พ.60 ผู้สื่อข่าว จ.นครศรีธรรมราช รายงานว่า ในโลกโซเชียลได้มีการเผยแพร่คลิปนกขุนทองตัวหนึ่งที่พูดเลียนแบบเสียงของคนได้หลายคำ เป็นคำพูดสำเนียงภาษาภาคใต้ ซึ่งสร้างความฮือฮา ตลกขบขันให้ผู้ที่เข้าไปชมคลิปเป็นอย่างมาก และมีการแชร์คลิปพร้อมแสดงความคิดเห็นต่าง ๆ นานา ส่วนใหญ่จะแสดงความเห็นถึงความสามารถขอนกขุนทองตัวดังกล่าวที่สามารถพูดเลียนแบบเสียงคนได้อย่างชัดเจนและหลายคำ อาทิ อยู่ไหน , กินข้าวยัง, บ้าแล้วบ้าแล้ว , มาเร็วมาเร็ว

แต่ส่วนหนึ่งแสดงความคิดเห็นถึงความไม่เหมาะสมของผู้ที่สอนให้เจ้านกขุนทองพูดเลียนแบบคำ เพราะมองว่าไม่เหมาะสม เนื่องจากคำบางคำที่เจ้านอกขุนทองพูดไม่สุภาพ เช่นคำว่า หัวxxx แต่อย่างไรก็ตามหากผู้ที่เข้าชมคลิปที่เจ้านกขุนทองพูดเลียนแบบเสียงคน เป็นคนพื้นเพภาคใต้ก็ถือว่าคำพูดที่เจ้านกขุนทองพูดเป็นคำพูดหยอกล้อกันระหว่างเพื่อนสนิทสนมกัน

ทั้งนี้จากการตรวจสอบที่มาของคลิปเจ้านกขุนทองตัวดังกล่าวนี้ ยังไม่แน่ชัดว่าอยู่ในพื้นที่ใด แต่คาดว่าน่าจะอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ เพราะคำพูด และสำเนียงที่เจ้านอกขุนทองพูดนั้น บ่งบอกถึงคำพูดในพื้นที่ภาคใต้ อย่างไรก็ตามคลิปเสียงเจ้านอกขุนทอง สร้างความสนุกสนานเป็นการผ่อนคลายความเครียดให้กับผู้ที่เข้าไปชมเป็นอย่างมาก พร้อมกับมีการตั้งชื่อเจ้านกขุนทองตัวดังกล่าว่า “นกขุนทองกวนตีน”

ระทึก! รถเครนชนสะพานลอยอ่างทอง หักหล่นทับเก๋ง 2 คัน

ระทึก! รถเครนชนสะพานลอยคนข้าม อ่างทอง หักทับรถเก๋ง 2 คัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 คน – ตำรวจคุมคนขับดำเนินคดีแล้ว

วันนี้ (21 ก.พ.) เกิดอุบัติเหตุรถเครนบรรทุกรถแบคโฮ ชนสะพานลอยคนข้ามหักหล่นทับรถเก๋ง 2 คัน ที่วิ่งคู่ขนานกันมา บนถนนสายเอเชีย ขาเข้าเมืองอ่างทอง จนส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 คน เจ้าหน้าที่จึงเร่งช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลอ่างทอง เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บแล้ว

ทั้งนี้ ตำรวจทางหลวงอ่างทอง ได้คุมตัวคนขับรถเครนส่งตำรวจท้องที่ ดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ อยู่ระหว่างเร่งระบายรถ พร้อมเคลื่อนย้ายรถ สะพานที่เสียหาย ออกจากจุดเกิดเหตุ