ผบ.ทบ. ขอจนท.อดทนคุมวัดพระธรรมกาย แอบห่วงเหตุปะทะ

“พล.อ.เฉลิมชัย” ห่วงการปะทะกัน ในการควบคุมวัดพระธรรมกาย ขอทุกฝ่ายอดทน ยึดขั้นตอนกฎหมาย ย้ำ จะไม่ยอมให้เกิดสูญเสีย ยัน เชิญทุกพรรคร่วมพูดคุยปรองดอง

วันนี้ (21 ก.พ. 60) พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงกรณีการเข้าค้นวัดพระธรรมกาย และการติดตามตัว พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย จนทำให้การเกิดเหตุปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กับพระสงฆ์และประชาชน ว่า

วัดธรรมกาย

ขณะนี้อยู่ระหว่างการบังคับใช้กฎหมายตามขั้นตอน และเกิดความยุ่งยากเนื่องจากมีพื้นที่กว้าง รวมถึงมีประชาชนอยู่ภายในวัดเป็นจำนวนมาก โดยเจ้าหน้าที่ได้ยึดตามขั้นตอนของกฎหมาย และแบ่งเป็น 2 กรอบ คือ ภายในและภายนอก ซึ่งในส่วนของเจ้าหน้าที่ทหารได้รับผิดชอบในกรอบภายนอก พร้อมยอมรับว่า ห่วงในเรื่องของการเผชิญหน้ากัน และทำให้เกิดการปะทะกันได้ จึงขอให้เจ้าหน้าที่ทุกคนมีความระมัดระวังในการดำเนินการ ที่จะต้อง รอบคอบ อดทน และควบคุมอารมณ์ของตนเองให้ได้

ทั้งนี้ ยังยืนยันในการดำรงตามเจตนารมณ์และความมุ่งหมายในการบังคับใช้กฎหมายให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งบางครั้งจะต้องยอมเสียเวลา แต่จะไม่ยอมให้เกิดสูญเสีย ทั้งชีวิต และทรัพย์สิน เพราะเป็นคนไทยด้วยกันเอง จึงขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ได้ทำงานก่อน

ส่วนกรณีที่พระสงฆ์ วัดพระธรรมกาย จำนวน 14 รูป ที่ยังไม่เข้ามาให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ จะทำให้เกิดการปะทะกันอีกหรือไม่ ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวว่า คงไม่เกิดเหตุขึ้น แต่จะมีการเผชิญหน้ากัน ดังนั้น ต้องใช้เวลาให้คนภายในวัดได้นั่งสวดมนต์ เพื่อมีสติ และมีปัญญา จากนั้นก็จะรู้ว่าอะไรคือข้อเท็จจริง และต้องเน้นการทำความเข้าใจ ตั้งสติ นึกคิด และคำนึงถึงภาพรวม

ผู้บัญชาการทหารบก ยังกล่าวถึงกระบวนการสร้างความปรองดองที่บางพรรคการเมือง ระบุว่า ยังไม่ได้หนังสือเชิญ หรือบางกลุ่มจะเปิดเวทีคู่ขนานกับรัฐบาล ว่า รัฐบาลจะมีการเชิญทุกพรรค ทุกกลุ่ม โดยเรียงตามตัวอักษร และการตอบรับก็ขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละฝ่ายในการเข้ามาแสดงความเห็น ทั้งนี้ สำหรับการเปิดเวทีคู่ขนาน ส่วนตัวยังไม่ทราบข่าว ทราบเพียงการออกมาแสดงความเห็นในเรื่องการกำหนดกรอบเวลากระบวนการปรองดอง

อย่างไรก็ตาม มองว่า ขณะนี้การสร้างความปรองดองสำเร็จไปแล้วครึ่ง เพราะมีหลายพรรคการเมือง ได้ตกลงในการเข้าร่วมพูดคุย และส่วนที่เหลือ คือ นำความคิดเห็นทั้งหมดมาทำให้ตกผลึกเป็นภาพรวม ซึ่งหากทุกคนมองประโยชน์ชาติเป็นส่วนรวม ก็ยอมรับสัญญาประชาคม นั่นคือได้ข้อยุติ และหากอนาคตมีปัญหาก็ค่อย ๆ แก้ต่อไป

นอกจากนี้ ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงการเปิดกว้างในการให้แกนนำกลุ่มการเมืองที่มีข้อสงสัยเข้ามาพูดคุยโดยตรง ว่า ขั้นตอนที่ 3 นั้น มีกระบวนการคิดกัน แต่ยังไม่ตกผลึก จึงต้องขอดูข้อเสนอก่อน เนื่องจากขณะนี้ ยังไม่แล้วเสร็จ ทั้งนี้ หากขั้นตอนดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะมาดูเรื่องความต้องการของแต่ฝ่าย ซึ่งอาจจะมีการคุยนอกรอบ เพื่อให้ทุกอย่างง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม อยากให้ทุกคนถอยคนกันคนละก้าว เพื่อให้บ้านเมืองเดินต่อไปได้

ข่าวจาก INN

ฟิล์ม รัฐภูมิ โร่ชี้แจง ปมถูก ธปท. เอาผิด ทำธุรกิจ อี-มันนี่ ผิดกฎหมาย

ดารา-นักร้อง ชื่อดัง ฟิล์ม รัฐภูมิ ชี้แจง หลัง ธปท. ร้องเอาผิดทำธุรกิจ อี-มันนี่ ผิดกฎหมาย เจ้าตัวยอมรับพร้อมแก้ไขทำให้ถูกต้อง 

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (21 ก.พ. 60 ) นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือ ฟิล์ม ดารา-นักร้อง ชื่อดัง ได้มีโพสต์คลิปผ่านโลกออนไลน์ ชี้แจงถึงกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้เข้าแจ้งความเอาผิดกับบริษัท เพย์ออล กรุ๊ป จำกัด ที่พระเอกคนดังเป็นเจ้าของอยู่ในฐานความผิดให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ (อี-มันนี่) ในการใช้ชำระค่าสินค้าและบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต (อ่านข่าว : งานเข้า! ธปท.เอาผิดบริษัทของ ‘ฟิล์ม รัฐภูมิ’ ทำธุรกิจ อี-มันนี่ ผิดกฎหมาย )

ซึ่ง ฟิล์ม รัฐภูมิ ได้ขอยอมรับผิดในเรื่องที่เกิดขึ้น และพร้อมจะเร่งแก้ไขให้ถูกต้องตามกฎหมาย ก่อนจะอ้างว่า บริษัทเพย์ออล ได้ผิดพลาดบางข้อกำหนดของธนาคารแห่งประเทศไทย เนื่องด้วยเปิดธุรกิจก่อนที่จะได้รับใบอนุญาต โดยที่ผ่านมาตนได้ดำเนินธุรกิจมาอย่างละเอียด แต่เนื่องจากเป็นโมเดลธุรกิจที่ใหม่มากจึงยังไม่ละเอียดมากพอ

ทั้งนี้ พร้อมขอบคุณธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง สำหรับคำแนะนำเพื่อจะได้มาพัฒนาและปรับปรุงธุรกิจของเพย์ออลให้ถูกต้องตามกฏหมาย และยืนยันว่าจะนำพาธุรกิจของเพย์ออลให้เป็นธุรกิจที่ถูกต้อง เพื่อให้เป็นเครื่องมือส่งต่อโอกาสให้กับคนไทยต่อไป

ฟิล์ม รัฐภูมิ, เพย์ออล, ธนาคารแห่งประเทศไทย

คืบเหตุเด็ก 7 ขวบโดนฝักคูณทิ่มตาบอด เร่งช่วยขอดวงตาเทียม

ความคืบหน้า เหตุเด็ก 7 ขวบ โดนฝักคูณทิ่มตาบอด ผอ.เขต 2 ศรีสะเกษ เข้าช่วยเหลือเตรียมประสานโรงพยาบาลขอดวงตาเทียมให้

จากกรณี ด.ช.ยศกร หรือน้องอิกคิว อายุ 7 ปี น.ร. ชั้น ป.1 ร.ร.แห่งหนึ่ง ใน จ.ศรีสะเกษ ได้ถูก ด.ช.อิน อายุ 10 ปี ซึ่งมาเล่นที่บริเวณหน้าบ้านของนางอุไรทิพย์ (มารดาน้องอิกคิว) ใช้ฝักคูณแทงเข้าไปที่ดวงตาข้างซ้ายของน้องอิกคิว จนทำให้ต้องควักดวงตาทิ้ง ล่าสุดนายไพบูลย์ ศรีสุธรรม ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 2 พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง ได้เข้าไปเยี่ยม ด.ช.อิกคิว เด็กเคราะห์ร้าย ซึ่งเรียนหนังสืออยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/1 โดย นายไพบูลย์ ได้สอบถามถึงสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุจนทำให้ตาบอด มี นางอุไรทิพย์ แม่ของน้องอิกคิวมาคอยให้ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นด้วย ซึ่งน้องอิกคิว ยังคงใช้ผ้าสีขาวปิดดวงตาข้างซ้ายที่บอดสนิทเอาไว้

ทั้งนี้ นายไพบูลย์ ได้มอบเงินสดจำนวนหนึ่งให้กับ นางอุไรทิพย์ เพื่อเป็นการช่วยเหลือเบื้องต้น โดยมี นางรสรินทร์ ผอ.โรงเรียน และคณะครู ของโรงเรียนที่น้องอิกคิวเรียนอยู่ร่วมต้อนรับ ด้าน นายไพบูลย์ กล่าวว่า หลังตนทราบข่าวก็มีความห่วงใยมาก จึงได้มาตรวจสอบ เรื่องคดีก็ให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ส่วนเรื่องดวงตาเทียมนั้น ตนจะได้ช่วยประสานงานไปยังโรงพยาบาลที่มีดวงตาเทียม ซึ่งแม่ของน้องอิกคิวได้แจ้งให้ทราบแล้ว เพื่อที่จะได้ขอดวงตาเทียมให้น้องอิกคิวได้ใส่แทนดวงตาที่สูญเสียไป

ขณะที่ นางรสรินทร์ ผอ.โรงเรียนของน้องอิกคิว กล่าวว่า นับตั้งแต่ทราบข่าว ตนและคณะครูได้เข้าไปดูแลช่วยเหลือโดยการมอบเงิน 2,000 บาท รวมทั้งสิ่งของเครื่องใช้ให้กับมารดาของน้องอิกคิวจำนวนหนึ่ง พร้อมได้ประสานงานกับบริษัทประกันภัย เพื่อขอรับเงินประกันภัยที่ทางโรงเรียนได้ประกันภัยให้กับนักเรียนทุกคนเอาไว้ จำนวน 30,000 บาท โดยน้องอิกคิวได้เงินช่วยเหลือไปแล้วจำนวน 34,000 บาท และจะได้จัดทุนการศึกษาให้กับน้องอิกคิวต่อไปอีกด้วย