‘วัฒนา’ ชี้ใช้ ม.44 เผด็จการครองเมือง ควบคุมวัดขัดต่อรัฐธรรมนูญ

“วัฒนา” โพสต์ข้อความระบุ ม.44 เผด็จการครองเมือง ชี้ชัด ประกาศพื้นที่วัดพระธรรมกาย เป็นเขตควบคุมไม่ถูกต้อง ขัด รธน. ชั่วคราว

นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “Watana Muangsook” เรื่อง มาตรา 44 เผด็จการครองเมือง ว่า คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 5/2560 ที่กำหนดให้วัดพระธรรมกายเป็นพื้นที่ควบคุม เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายกระบวนการยุติธรรมทางอาญาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ขัดต่อมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว ที่อนุญาตให้ออกคำสั่งเพื่อ “ป้องกัน ระงับ หรือปราบปราม การกระทำอันเป็นการบ่อนทำลายความสงบเรียบร้อยหรือความมั่นคงของชาติ ราชบัลลังก์ เศรษฐกิจของประเทศ หรือราชการแผ่นดิน”

นอกจากนี้ คดีที่อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายถูกกล่าวหาว่าฟอกเงินและรับของโจรเกิดตั้งแต่ปี 2552 – 2554 จึงไม่เหลือเหตุที่จะต้องออกคำสั่งเพื่อป้องกัน ระงับ หรือปราบปรามสิ่งใดต่อไปอีกแล้ว วัดพระธรรมกายเป็นวัดที่ถูกต้องตามกฎหมาย พุทธศาสนิกชนจึงมีสิทธิ์ที่จะเข้าวัดตามความเชื่อของตน หัวหน้า คสช. ไม่มีอำนาจออกคำสั่งควบคุมห้ามประชาชนหรือพระสงฆ์เข้า – ออกวัด ความผิดฐานฟอกเงินหรือรับของโจรเป็นคดีอาญาทั่วไปที่ไม่ได้อยู่ในหมวดความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ และเป็นการกล่าวหาต่อตัวบุคคลซึ่งไม่เกี่ยวกับวัดที่เป็นองค์กรทางศาสนา และการกระทำที่อ้างเป็นความผิดยุติลงนานแล้ว เหลือเพียงการนำตัวอดีตเจ้าอาวาสเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย เหมือนคดีอาญาอื่นอีกนับหมื่นคดีที่ยังติดตามตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีไม่ได้

ทั้งนี้ นายวัฒนา ทิ้งท้ายว่า การยกกำลังเจ้าหน้าที่หลายพันคนในชุดพร้อมรบ ไปปิดล้อมวัด เพื่อจับกุมพระที่มีอายุกว่า 70 ปี ห้ามคนเข้าออก ทำลายทรัพย์สินของวัด ทำร้ายประชาชนและพระสงฆ์ รวมทั้งออกคำสั่งให้พระกว่า 10 รูป มารายงานตัว หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกคือการใช้อำนาจตามอำเภอใจ ส่วนที่อ้างว่าต้องการดำเนินการกับผู้ที่ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ยิ่งรับฟังไม่ได้ เพราะรัฐต่างหากที่ฝ่าฝืนกฎหมาย หากรู้จักเคารพสิทธิของผู้อื่นและปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายก็จะไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น ฝ่ายที่ต้องถูกประณาม คือ รัฐที่เลือกปฏิบัติ ใช้อำนาจเกินเลยขอบเขต ยั่วยุให้เกิดความรุนแรงและละเมิดสิทธิมนุษยชน อันเป็นการสุมไฟความขัดแย้งให้ขยายวงกว้าง

ประกาศตามหา นักเรียนหญิงสะพายเป้แจกสิ่งของ เพื่อมอบเกียรติบัตร “น้ำใจไมตรี”

ตามหานักเรียนหญิงสะพายเป้ติดป้ายว่าในเป้มี ขนมปัง ทิชชู่ และยาดมค่ะ ยินดีนำมาให้ฟรี ถ้าต้องการสะกิดเรียกได้เลยค่ะ ไม่ต้องเกรงใจ” เพื่อมอบเกียรติบัตร “น้ำใจไมตรี”

วันนี้ (21 ก.พ.60) แฟนเพจ FM91 Trafficpro โพสต์ภาพพร้อมข้อความตามหานักเรียนหญิงคนหนึ่ง ที่ได้สะพายเป้ติดป้ายว่า “ในเป้มี ขนมปัง ทิชชู่ และยาดมค่ะ ยินดีนำมาให้ฟรี ถ้าต้องการสะกิดเรียกได้เลยค่ะ ไม่ต้องเกรงใจ” เพื่อมอบเกียรติบัตร “น้ำใจไมตรี” แก่จิตอาสาที่ทำความดีเพื่อพ่อ ในวันจันทร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 ที่หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

ข้อความที่ทางแฟนเพจระบุมีดังนี้ …

ภาพนักเรียนสาวสะพายเป้แล้วติดป้ายว่า “ในเป้มี ขนมปัง ทิชชู่ และยาดมค่ะ ยินดีนำมาให้ฟรี ถ้าต้องการสะกิดเรียกได้เลยค่ะ ไม่ต้องเกรงใจ”  จุดเริ่มต้นแรงบันดาลใจที่ทำให้เกิดกิจกรรมดีๆ #ตามหานักเรียนสาวในภาพ เพื่อมอบเกียรติบัตร “น้ำใจไมตรี” แก่จิตอาสาที่ทำความดีเพื่อพ่อ ณ ท้องสนามหลวง จะมีพิธีมอบเกียรติบัตรในวันจันทร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 ณ หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ท่านใดทราบข้อมูล ติดต่อหมายเลขโทรฟรี 1644 ตลอด 24 ชม.

ขอบคุณภาพจาก maybepangg

ผบ.ตร. แนะพระธัมมชโยมอบตัว ชู สนธิ-ชูวิทย์ เป็นตัวอย่าง

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หนักใจหวั่นมีกลุ่มป่วนสร้างสถานการณ์ แนะ พระธัมมชโย มอบตัวโดยเร็ว เพื่อยุติเรื่องทั้งหมด บอกให้ดูสนธิ – ชูวิทย์ เป็นตัวอย่าง

รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (20 ก.พ. 60) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมากล่าวกรณีการติดตามตัว พระเทพญาณมหามุนี หรือ พระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย มาดำเนินคดีของเจ้าหน้าที่ หลังจาก DSI ได้ใช้ ม.44 เข้าตรวจค้นในวัดพระธรรมกาย แต่ไม่พบตัวอดีตเจ้าอาวาส ว่า

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, จักรทิพย์ ชัยจินดา, พระธัมมชโย, ข่าววัดธรรมกาย

เชื่อว่าน่าจะยังหลบซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทย และการที่พระลูกวัดพระธรรมกาย ออกมาเปิดเผยเส้นทางการหลบหนี ตำรวจก็จะรับฟังไว้เป็นข้อมูล ดังนั้นเพื่อยุติปัญหาที่เกิดขึ้น พระธัมมชโย ควรเข้ามอบตัว และเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เหมือนอย่าง นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ และนายสนธิ ลิ้มทองกุล ที่รู้ว่าจะถูกจับกุมแต่ก็ยังเดินทางมา เพื่อให้ทุกอย่างจบสิ้นโดยเร็ว

นอกจากนี้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังได้กล่าวถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยในวัดธรรมกาย หลังมีกระแสข่าวลือว่า มีกลุ่มจ้องป่วนเพื่อเกิดเหตุรุนแรงบานปลายว่า สถานการณ์โดยรวมถือว่า ควบคุมได้ ไม่จำเป็นต้องเพิ่มกำลังดูแลความปลอดภัย แต่ทั้งนี้ขอยอมรับด้วยว่าเป็นห่วงปัญหาเรื่องของมือที่ 3 ที่อาจเข้ามาสร้างสถานการณ์  เพราะจากการติดตามประเมินสถานการณ์ล่าสุด หลังทางเครือข่ายวัดได้ปลุกระดมให้ศิษยานุศิษย์ ระดมเข้ามาร่วมแบบกองทัพมด โดยประกาศผ่านโซเชียลมีเดียให้ระดมคนจากทั่วประเทศพบว่าเป็นการเข้ามาแบบไม่ปกติ