สาธารณสุข จ.เชียงใหม่ แถลงยอมรับ โรงพยาบาลเอกชน ใช้เข็มฉีดยาซ้ำกับผู้ป่วยเบาหวาน อ้างงานวิจัยสามารถใช้ได้ เตรียมให้สาธารณสุข ชี้ชัดกฏกระทรวงใช้ซ้ำได้จริงหรือไม่
นี่เป็นคลิปวิดีโอที่ถูกเผยแพร่ตามสื่อสังคมออนไลน์ โดยอ้างว่าโรงพยาบาลราชเวช ใน จ.เชียงใหม่ มีการใช้เข็มฉีดยาซ้ำกับผู้ป่วย ซึ่งอาจก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัย และอาจทำให้ผู้ป่วยติดเชื้อได้
ล่าสุดเย็นวานนี้ (20 ก.พ. 60) ร้อยเอก ภูริวรรธน์ โชคเกิด นายแพทย์สาธารณสุข จ.เชียงใหม่ ได้แถลงข่าวชี้แจงต่อสื่อมวลชน ว่า จากการสอบสวนข้อเท็จจริงดังกล่าว ได้รับแจ้งว่ามีการใช้เข็มฉีดยาซ้ำในผู้ป่วยจริง ซึ่งเป็นผู้ป่วยเบาหวานที่ฉีดอินซูลิน เพื่อรักษาโรคเบาหวานที่เป็นอยู่ โดย 1 เข็มจะใช้ 2 ครั้ง และจะให้พยาบาลเป็นผู้ให้คำแนะนำกับผู้ป่วย
ขณะเดียวกันก็มีการอ้างอิงงานวิจัยต่าง ๆ ว่าสามารถใช้เข็มฉีดยาซ้ำกับผู้ป่วยเบาหวานได้ไม่เกิน 5 ครั้ง ทั้งนี้กระทรวงสาธารณสุข ยังไม่มีประกาศกระทรวงบังคับกับผู้ใช้ว่าห้ามใช้เข็มฉีดยาซ้ำ โดยกฎกระทรวงที่มีอยู่ เป็นประกาศกฎกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กระบอกฉีดอินซูลินปราศจากเชื้อใช้ครั้งเดียว

อย่างไรก็ตามประกาศกฎกระทรวงดังกล่าวมีเนื้อหาควบคุมในส่วนของผู้ผลิต ทำให้ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่า ในส่วนของสถานพยาบาล หรือ ผู้ป่วย สามารถใช้ซ้ำได้หรือไม่ สำนักงานสาธารณสุข จ.เชียงใหม่ จะทำหนังสือสอบถามไปยังกระทรวงสาธารณสุข เพื่อขอความชัดเจนว่าประกาศนั้นครอบคลุมทั้งผู้ผลิต สถานพยาบาล และผู้ป่วยหรือไม่
ทางด้านนายแพทย์วีรชาติ เลิศนิธิกุล ผู้อำนายการโรงพยาบาลราชเวช ชี้แจงว่า เรื่องดังกล่าวว่ามีการโพสต์ในช่วงสองถึงสามวันที่ผ่านมา ซึ่งเกิดความเข้าใจผิดเป็นอย่างมาก โดยการใช้เข็มฉีดยาซ้ำ เป็นกรณีของการรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวานกับคนไข้หญิงรายหนึ่ง ซึ่งเป็นญาติของผู้ถ่ายคลิป โดยผู้ป่วยได้รับอินซูลินพร้อมทั้งเข็มฉีดยาสำหรับฉีดอินซูลินเข้าร่างกายด้วยตนเองที่บ้าน ไม่ได้เป็นการใช้เข็มฉีดยาของทางโรงพยาบาล และไม่ใช่เป็นนโยบายในการประหยัดอุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด
ซึ่งในกรณีที่ผู้ป่วยรับอินซูลินเพื่อไปฉีดควบคุมเบาหวานเองที่บ้าน จะมีการอบรมให้ผู้ป่วยหรือญาติในการใช้อุปกรณ์ต่างๆอย่างถูกต้องและปลอดภัย ด้วยเข็มฉีดยาสามารถใช้ได้ 2-3 ครั้ง ต่อการใช้เข็มฉีดยา 1 เข็ม แต่คาดว่าญาติของผู้ป่วยที่เป็นผู้ถ่ายคลิปไม่เข้าใจ หรือว่ามีเหตุผลอื่นใดแอบแฝงในการถ่ายคลิปแล้วเผยแพร่ ขณะนี้ทางโรงพยาบาลก็พร้อมที่จะให้ผู้ป่วยและญาติมาทำความเข้าใจ