พายุฝนถล่มเพชรบูรณ์รอบ 2 เสาไฟหัก 15 ต้น บ้าน-โรงเรียนพัง

พายุฝนกระหน่ำเพชรบูรณ์รอบ 2 เสาไฟฟ้าแรงสูงหัก 15 ต้น บ้านเรือนเสียหาย 38 หลังโรงเรียนอีก 1 แห่ง

เกิดเหตุพายุฝนพัดกระหน่ำครอบคลุมบริเวณพื้นที่ตำบลท่าพล อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ เมื่อช่วงเย็นของวันนี้ ส่งผลให้มีบ้านเรือนประชาชน 5 หมู่บ้านของตำบลท่าพล จำนวน 38 หลัง และโรงเรียนบ้านโพธิ์งามอีก 1 แห่ง ได้รับความเสียหายจากแรงลมพายุที่พัดกระหน่ำ นอกจากนี้เสาไฟฟ้าแรงสูงริมถนนทางหลวงสายสระบุรี-หล่มสัก หมู่ 7 บ้านอมกง ต.ท่าพล ถูกลมพายุพัดกระหน่ำจนหักโค่นล้มระเนระนาดจำนวน 15 ต้น

ทำให้กระแสไฟฟ้าในหมู่บ้านและบริเวณใกล้เคียงดับสนิทโดยทันที โดยทางเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าอำเภอเมืองได้ระดมไปตัดและเชื่อมต่อเป็นการชั่วคราว เพื่อจ่ายกระแสไฟฟ้าให้แก่หมู่บ้านได้มีไฟฟ้าใช้อย่างปกติ ล่าสุดเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา นายพิบูลย์ หัตถกิจโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อม นายชาญชัย ศรศรีวิชัย นายอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ ได้ลงพื้นที่สำรวจเสาไฟฟ้าแรงสูงหักโค่นได้รับความเสียหาย พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า

อย่างไรก็ตาม นายชาญชัย ยังระบุด้วยว่า ขณะนี้ได้กำชับให้นายก อบต.ท่าพล นำเจ้าหน้าที่พร้อมผู้ใหญ่บ้านเน่งเร่งสำรวจความเสียหายจากเหตุวาตภัย เพื่อเตรียมให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างรวดเร็ว

พายุฤดูร้อน ถล่มหลายจังหวัดในภาคเหนือ และภาคอีสาน

หลายจังหวัดในภาคเหนือ และภาคอีสาน ได้รับผลกระทบจาก ‘พายุฤดูร้อน’ ส่งผลให้บ้านเรือนได้รับความเสียหายจำนวนมาก

หลายจังหวัดภาคเหนือ และภาคอีสาน ได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อน ส่งผลให้บ้านเรือนหลายหลังได้รับความเสียหายจากแรงลมพายุฝน นอกจากนี้ยังส่งผลให้ถนนหลายสายในจังหวัดนครราชสีมามีน้ำท่วมขังสูง จังหวัดนครราชสีมา มีฝนตกลงมาอย่างหนักต่อเนื่อง ส่งผลให้ถนนหลายสายมีน้ำท่วมขังสูง เนื่องจากท่อระบายน้ำไม่สามารถระบายน้ำได้ทัน

เช่น ถนนมิตรภาพบริเวณหน้าตลาดเซฟวัน ถนนเดชอุดม ถนนราชดำเนินบริเวณแยกไอทีพลาซ่า ถนนสุรนารายณ์ และบริเวณถนนราชสีมา-โชคชัย บริเวณแยกจักราช มีระดับน้ำท่วมขังสูงกว่า 30 เซนติเมตร รถยนต์ขนาดเล็กสัญจรผ่านไปได้อย่างลำบาก เจ้าหน้าที่เทศบาลนครราชสีมาต้องเร่งเก็บเศษปฏิกูลที่ขวางกั้นท่อระบายน้ำ เพื่อเร่งระบายน้ำออก ขณะที่ศูนย์ท่องเที่ยวบึงบอระเพ็ดจังหวัดนครสวรรค์ ก็เกิดพายุฤดูร้อนรุนแรง ทำให้เพิงร้านขายอาหารพังเสียหาย 2 หลัง สิ่งของเครื่องใช้ในการทำอาหารได้รับความเสียหายเกือบทั้งหมด

ส่วนพายุฤดูร้อน ในจังหวัดพิจิตร แม้ไม่สร้างความเสียหายให้บ้านเรือนประชาชน แต่ก็ทำให้ป้ายโฆษณาริมถนนสายต่างๆ หักโค่น จำนวนมาก ขณะที่หน่วยงานต่างๆ ในอำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ เร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย บ้านเรือนเสียหายกว่า 70 หลัง รวมทั้งไร่ใบยาสูบ สวนแตงกวา และสวนมะละกอ ที่ตำบลเขาคีริส อำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร เกิดพายุที่สร้างความเสียหายเป็นครั้งที่ 3 ในรอบหนึ่งเดือน ทำให้บ้านเรือนเสียหายรวม 155 หลัง

สัตวแพทย์ แฉ “มูลนิธิเพื่อนช้าง” ไม่เคยช่วยช้างเร่รอน ขอให้พูดเรื่องจริง!!

สัตวแพทย์ แฉ “มูลนิธิเพื่อนช้าง” ไม่เคยช่วยช้างเร่รอน ขอให้พูดเรื่องจริง ด้น รองผอ.องค์การสวนสัตว์ฯ ยันช้างไทยไม่วิกฤต

จากกรณีที่ น.ส.โซไรดา ซาลวาลา ผู้ก่อตั้งและกรรมการและเลขาธิการมูลนิธิเพื่อนช้าง ได้ยุติบทบาทของมูลนิธิช้างไทย หลังก่อตั้งมาเป็นเวลา 25 ปี เนื่องจากมีปัญหาเรื่องของทุนทรัพย์ ซึ่งหลังจากได้มีการเผยแพร่ออกไป มีประชาชนจำนวนมากบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือจนมียอดบริจาคเข้ามูลนิธิมากกว่า 20 ล้านบาท

ต่อมา นายสุเมธ กมลนรนาถ รองผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ และผู้อำนวยการสวนสัตว์ดุสิต ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า มูลนิธิเพื่อนช้างบอกสื่อว่า มีส่วนผลักดันไม่ให้ช้างมาเดินเร่ร่อนในกรุงเทพฯ แต่เรื่องจริงคือ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้จัดตั้งคชอาณาจักร จนช้างเร่ร่อนเข้าโครงการทันที 150 เชือก นอกจากนี้ปัจจุบันช้างไทยกำลังเพิ่มจำนวนมากขึ้น ไม่ได้วิกฤตอย่างที่คิดเลย พูดเรื่องจริงเถอะครับ

และล่าสุด ผู้ใช้ชื่อเฟซบุ๊กว่า “Pn Pakon” ได้ออกมาโพสต์สนับสนุน นายสุเมธ ว่า “หลังเรียนจบ ผมทำงาน 3 ปี กับ มูลนิธิช้างแห่งประเทศไทย ในบทบาท นายสัตวแพทย์ คนแรกของมูลนิธิ ได้พบเห็น รู้ เจอะเจอช้างทั่วประเทศไทย ได้เห็นตื้นลึกหนาบางของคนในวงการช้างมามากมาย วันที่ผมตัดสินใจยุติบทบาทหมอช้าง คือ วันที่ผมได้เห็นสิ่งเดียวกับที่พี่เมธพูดในวันนี้ คือ สถานะภาพของช้างไทยไม่ได้อยู่ในสภาวะวิกฤต หรือ ย่ำแย่ อย่างที่เราคิดกัน ผมเห็นจำนวนประชากรช้างที่มากขึ้น จนอยากจะใช้คำว่า มากเกินไป แต่ในเวลานั่นคงไม่มีใครมาฟังคำพูดเล็กๆจากผม. ผมจึงหมดห่วงและเดินจากมา ด้วยความสบายใจอย่างเงียบๆ

ผมเคยเห็นในสิ่งเดียวกับที่พี่เมธเห็นว่า มูลนิธิเพื่อนช้าง ไม่เคยช่วยเหลือใดๆกับช้างเร่ร่อนเลย นอกจากออกสื่อ เรียกร้องต่างๆนาๆ ซึ่งสามารถทำได้โดยไม่ต้องใช้เงินทุนใดๆ. มากมายเลย. นั่นคือความจริงที่ผมเห็น และ ยังคงมีความจริงอีกมากมาย ที่เห็นแต่ไม่อยากจะพูด เพราะผมเดินจากตรงนั่นมานานมากแล้ว และ ไม่อยากย้อนกลับเข้าไปยุ่งใดๆอีก ด้วยเหตุผลด้านบนที่กล่าวมาแล้ว

ผมขอเพียงพูดความจริง เหมือนอย่างที่ พี่เมธ พูดความจริง ตามแบบอย่าง ของพี่ชายที่ผมรัก เคารพ และ ศรัทธา เสมอมาและ ตลอดไป ผมคงไม่พูดเรื่องนี้มากไปกว่านี้ แล้วนะครับ ขอบคุณครับ