พายุฤดูร้อนถล่ม จ.ชัยภูมิ ฟ้าผ่าบ้านพักในรีสอร์ทไฟไหม้วอด

เกิดพายุฤดูร้อนถล่ม จ.ชัยภูมิ ฟ้าผ่าบ้านพักในรีสอร์ทแห่งหนึ่งไฟไหม้วอด 2 หลัง เสียหายนับล้าน เตือนผู้ประกอบการดูแลเป็นพิเศษ

ร.ต.อ.กิตติศักดิ์ คงนาวัง รองสารวัตรสอบสวนสภ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ ได้รับแจ้งเกิดเหตุฟ้าผ่าบ้านเรือนประชาชนจนเกิดเพลิงไหม้บ้านพัก ในรีสอร์ทแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่พื้นที่ ม.3 ต.เก่าย่าดี อ.แก้งคร้อ จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ ในจุดที่เป็นบ้านพักของรีสอร์ทดังกล่าวได้รับความเสียหายไปทั้งหมด 2 หลัง

ด้าน นางจิตหรา ลูกจ้างดูแลรีสอร์ทแห่งนี้ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนกำลังพักผ่อนอยู่ในบ้านพักดังกล่าวซึ่งขณะนั้นมีฝนตกและมีลมพัดรุนแรงมาก จู่ ๆ ได้ยินเสียงฟ้าผ่าลงมาอย่างรุนแรงสักพักหนึ่งพนักงานรีสอร์ทข้างเคียงได้ตะโกนบอกว่าไฟบ้านด้านชั้นบน ตนจึงรีบโทรแจ้งไปยัง 191 แต่เนื่องจากบ้านพักเป็นบ้านไม้เรือนไทย ไฟจึงลุกลามอย่างรวดเร็วจนได้รับความเสียหายวอดไปทั้ง 2 หลัง

นอกจากนี้ยังมีของใช้ในบ้านพักอีกเป็นจำนวนมากได้รับความเสียหายไปทั้งหมด มูลค่าไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้ว่าเกิดจากฟ้าผ่าเข้ามาที่บริเวณหลังคาบ้านพักรีสอร์ทดังกล่าวก่อนจะเกิดเพลิงลุกไหม้ไปถูกระบบสายไฟฟ้า จนลุกลามได้รับความเสียหายอย่างรวดเร็ว

ซึ่งจุดนี้เป็นช่วงที่โล่งแจ้งใกล้เชิงเขาสูงในเขตเทือกเขาภูแลนคาและใกล้แหล่งท่องเที่ยวเล่นน้ำคลายร้อนอย่างเขื่อนลำปะทาว และขณะนี้มักจะมีคนเดินทางมาเข้าพักผ่อน ท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการเกิดลมกรรโชกแรง ฟ้าคะนอง ฟ้าร้องฟ้าผ่าได้ง่ายบ่อยครั้ง จึงฝากเตือนกลุ่มผู้ประกอบการบ้านพักรีสอร์ท ต้องใช้ความระมัดระวังในการให้บริการประชาชนเป็นพิเศษ

หนุ่มทนายความเครียด ยิงตัวตายคาบ้านพักย่านลาดพร้าว

เกิดเหตุหนุ่มทนายความยิงตัวตายคาบ้านพักย่านลาดพร้าว เบื้องต้นสันนิษฐานว่าสาเหตุเกิดจากเครียดเรื่องงาน

ตำรวจนครบาลสุทธิสาร พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบภายในบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งได้รับแจ้งเหตุ มีผู้ใช้อาวุธปืนยิงตัวเองเสียชีวิต ภายในห้องนอนชั้นที่ 2 จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเกตุ พบศพ นายนทีชา สุวรรณเพ็ชร อายุ 27 ปี อาชีพทนายความ สภาพนอนหงายจมกองเลือดอยู่บนที่นอน พบรอยถูกอาวุธปืนยิงเข้าที่กลางหน้าอก ใกล้กันพบอาวุธปืนขนาน 11 มม.ตกอยู่ใกล้กับมือขวาของผู้เสียชีวิต

จากการสอบสวน ทราบว่า บ้านหลังดังกล่าวพักอาศัยกันอยู่ 3 คน ซึ่งผู้เสียชีวิตเป็นลูกชายของพันตำรวจโทหญิง วรรณภา สุวรรณเพ็ชร รองผู้กำกับการฝ่ายบรรจุ กองทะเบียนพล สำนักงานกำลังพล โดยเมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. ขณะที่บิดาของนาย นทีชา นั่งดูทีวีอยู่บริเวณชั้น 1 จากนั้นเมื่อถึงเวลารับประทานอาหาร บิดาได้เรียกลูกชายแต่ไม่มีเสียงตอบรับ จึงขึ้นไปตามก่อนจะพบลูกชายนอนเสียชีวิต และได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ

นอกจากนี้ จากการสอบถามเพื่อนบ้านข้างเคียง ระบุว่า ได้ยินเสียงคล้ายปืนดังขึ้นในเวลาประมาณ 10 โมงสำหรับ นายนทีชา เป็นคนที่ค่อนข้างเก็บตัว เบื้องต้นจึงสันนิษฐานว่าสาเหตุน่าจะเกิดจากเครียดจากเรื่องงาน ซึ่งหลังจากนี้ เจ้าหน้าที่จะสอบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป

ผบ.ตร. แถลงค้นอาวุธเครือข่าย ‘โกตี๋’ พบข้อมูลโยงป่วนธรรมกาย

ผบ.ตร. แถลงจับกุมเครือข่าย “โกตี๋” พร้อมยึดอาวุธสงครามจำนวนมาก เผย พบข้อมูลขู่ปองร้ายบุคคลสำคัญ ในรัฐบาล และ โยงป่วนวัดพระธรรมกาย

พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยพลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พันตำรวจเอกไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือ ดีเอสไอ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงผลการตรวจค้นตามยุทธการปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมาย เตรียมการก่อเหตุความไม่สงบเรียบร้อยในพื้นที่ 9 เป้าหมาย 7 จังหวัด

ประกอบด้วย จ.ปทุมธานี อ่างทอง หนองคาย สุรินทร์ นครราชสีมา ประจวบคีรีขันธ์ และสมุทรปราการ โดยผลการตรวจค้น สามารถ ยึดของกลางเป็นอาวุธปืนชนิดต่างๆ รวม 13 กระบอก กระสุนปืน จำนวน 5,949 นัด ชิ้นส่วนและส่วนควบอาวุธปืน 7 รายการ สิ่งเทียมอาวุธปืน 8 กระบอก พร้อมซองบันจุกระซุน 25 ซอง วัตถุระเบิด 11 ลูก อาวุธมีด 12 เล่ม

วิทยุสื่อสาร 10 เครื่อง เสื้อเกราะกันกระสุน1ตัว โทรศัพท์มือถือ 9 เครื่อง ยาบ้า 393 เม็ด คอมพิวเตอร์ 5 เครื่อง เครื่องช๊อตไฟฟ้า1เครื่อง น้ำมันเครื่องบิน 7 ลิตร ลังบรรจุดินระเบิด TNT 1 ลิตร เครื่องปั่นไฟ 2 เครื่อง ลำโพง 2 ตัว ป้ายผ้าสีแดงระบุข้อความโกตี๋ แดงปทุมธานี จำนวน 3 ผืน และ เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเมืองอีกหลายรายการ ฯลฯ

รวมถึงยังสามารถควบคุมตัวได้อีก 9 คนซึ่งมีทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารและพลเรือน ซึ่ง การตรวจค้นจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องมาจาก การสืบสวนหาข่าวของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงตั้งแต่ ต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา พบว่ามีกลุ่มบุคคลที่เป็นเครือข่าย ของนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ โกตี๋ ผู้ต้องหาที่อยู่ระหว่างการหลบหนี มีการวางแผนสะสมอาวุธสงครามและวัตถุระเบิด เพื่อเตรียมการก่อเหตุร้ายและความไม่สงบ หากเจ้าหน้าที่เข้าปิดล้อมตรวจค้นยึดพื้นที่วัดพระธรรมกาย

โดย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า อาวุธสงคราม ที่ตรวจยึดได้บางส่วนเป็นอาวุธสงครามที่หายไปตั้งแต่เมื่อปี2553 เป็นอาวุธที่ป็นภัยต่อความมั่นคง ส่วนที่เกี่ยวข้องกับวัดพระธรรมกายเนื่องจากเจ้าหน้าที่พบเครือข่ายของ นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ โกตี๋ (แกนนำในการขีบเคลื่อนเครือข่าย) ผู้ต้องหาที่หลบหนีอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน มีการเข้าออกพื้นที่วัดพระธรรมกาย รวมถึงเดินทางไปพบนายวุฒิพงศ์ที่ประเทศเพื่อนบ้านและยังมีการประชุมที่เชื่อว่าจะเป็นการเตรียมก่อเหตุในพื้นที่ อีกทั้งนายวุฒิพงศ์ ยังมีพฤติการณ์ปลุกระดมมวลชนวัดพระธรรมกาย และมีพฤติการณ์หมิ่นสถาบัน พระมหากษัตริย์

นอกจากนี้ จากข้อมูลพบว่า นายวุฒิพงศ์ มีพฤติการณ์ใช้นามแฝงในการจัดรายการผ่านเว็บไซต์ยูทูป อาฆาตมาดร้ายบุคคลที่อยู่ตรงข้ามวัดพระธรรมกาย และสะสมกำลังพลเตรียมอาวุธเพื่อทำร้ายและลอบสังหารบุคคลสำคัญ ในรัฐบาล ซึ่งถือเป็นภัยต่อความมั่นคง ซึ่งเบื้องต้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีการประสานกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อขอส่งตัว นายวุฒิพงศ์ เป็นผู้ร้ายข้ามแดนกลับมาดำเนินคดีแต่ยังไม่ได้รับความร่วมมือเท่าที่ควร

ขณะที่เมื่อวานที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่มีการตรวจค้นตู้คอนเทรนเนอร์ในพื้นที่ จังหวัดสมุทรปราการ เนื่องจากเจ้าหน้าที่เกรงว่าจะมีอาวุธสงครามซุกซ่อนไว้ อย่างไรก็ตาม สำหรับบุคคลที่กี่ยวข้องกับนายวุฒิพงศ์ ทั้ง 9 คน ขณะนี้อยู่ในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ทหาร ตามตำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. โดยมีกรอบระยะเวลาในการควบคุมตัว 7 วันก่อนส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีต่อไป